Blogs

ชอบ tweet อันนี้ของ @wiennat ขอเอามาแปะไว้หน่อย

เพื่อนที่บอกว่าไม่ เหลืองไม่แดง มักจะทนได้กับการกระทำของเหลืองแต่ทนแดงไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเด็กกทม.ทั้งนั้น

ผมเขียนถึงเรื่องนี้ไว้เยอะแล้ว ไม่ต้องเขียนใหม่มั้ง หมวด social class

ข้อสังเกตนิดนึงคือ ช่วงนี้ Facebook ของผมจะมีข้อความทั้งสองแบบ คุยกันเอง ไม่ยุ่งกัน แต่ประชดกันอยู่เรื่อยๆ ตามอ่านพฤติกรรมชาวบ้านนี่สนุกดีเหมือนกัน

ฟังวิสัยทัศน์ "3 screens and a cloud" ของไมโครซอฟท์มานาน (เข้าใจว่าเริ่มพูดช่วงต้นๆ ปี 2009) ก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้สักเท่าไร แต่วันนี้พอมีเวลา นั่งดูวิดีโอของ MIX 10 เพิ่งถึงบางอ้อ

ภาพจากสไลด์ของ CL13 - Overview of the Windows Phone 7 Series Application Platform (คำเตือน .pptx)

แนวคิดของ "3 screens and a cloud" จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่าลึกซึ้ง มันก็ลึกซึ้งอีกนั่นล่ะ

ด้านง่ายคือ ข้อมูลอยู่บน cloud แล้ว "นำเสนอ" ในรูปแบบที่ต่างกันตามขนาดหน้าจอ ถ้าใครดูเดโมเกมบน Windows/Windows Phone/Xbox น่าจะเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด

ความลึกซึ้งอยู่ที่ ไมโครซอฟท์เป็นบริษัทรายเดียวที่มีทั้ง "3 screens" ครับ เอ่อ มี "cloud" ด้วยนะ ทั้งตระกูล Live (hosted) และ Azure (toolkit) วัดกันแล้ว แอปเปิลกับกูเกิลทาบไม่ติด

ผมนั่งดูวิดีโออันนี้จบ เกิดคำถามขึ้นว่า ทำไมเราต้องพิมพ์รหัสผ่านเวลาล็อกอินบนมือถือด้วย? มันไม่ใช่วิธีที่ efficient เลย (รหัสผ่านบางชุดของผม พอไปอยู่บนมือถือแล้วต้องสลับ layout ทุกตัวอักษร กดยากมาก)

ทำไมสำหรับ "mobile screen" เราไม่มีวิธีตรวจสอบตัวตนที่มันเหมาะสมกว่านั้น เช่น สแกนลายนิ้วมือ สแกนม่านตา ตรวจสอบเสียง เช็คจากซิมการ์ด หรือใส่รหัสที่เป็นตัวเลข (ใช้แค่ numpad) หรือใช้สองวิธีใดวิธีหนึ่งที่ว่ามาผสมกัน

ถ้า Project Natal เสร็จ เราอาจต้องล็อกอินด้วยการทำท่าทางให้ถูกต้อง (ลองนึกถึงท่าของหน่วยรบกีนิว) ก็เป็นได้

ถึงเวลาคิดนอกกรอบของ "PC screen" แล้วครับ

เคยเล่น Mozilla Prism สมัยมันออกใหม่ๆ แต่ไม่ประทับใจ+ยังไม่ค่อยเห็นคุณค่าของมันเท่าไรนัก เลยเลิกสนใจไปพักนึง

แต่หลังจากที่มาใช้ Seesmic Web เลยเริ่มมีความจำเป็นต้องใช้งาน web application ที่เปิดค้างไว้ตลอดเวลามากขึ้น บวกกับช่วงหลังมานี้ ผมพบว่าเราแทบจะเปิด Gmail, Facebook ค้างไว้เช่นกัน การเปิดค้างมีปัญหาเรื่องกินแรม แถมเสี่ยงต่อการทำให้เบราว์เซอร์ freeze ไปทั้งตัวมาก (Firefox freeze แน่ ส่วน Chrome ไม่ freeze แต่จะหน่วงๆ) การแยกโพรเซสของ web application ออกมาน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

ฟีเจอร์ Create application shortcuts ของ Chrome นั้นรองรับความต้องการพื้นฐานได้ดี แต่มันมีปัญหาคือเวลาเรียกโปรแกรม (web application) ขึ้นมา Windows 7 จะมองว่าเป็น instance ของ Chrome และเอาไอคอนไปซ้อนใต้ Chrome แทน ในขณะที่เราต้องการเป็นไอคอนแยก

ผมลอง Prism Add-on ของ Firefox ก็ได้ผลแบบเดียวกัน (คือไปซ้อนใต้ Firefox) ทางออกคือใช้ Prism standalone

ความพิเศษของภาษา ... ตามทัศนคติของ [เขา] ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดปกติ เพราะเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป เนื่องจากชาวโลกจำนวนไม่น้อย ก็รู้สึกเช่นนั้นด้วย อีกทั้งความคิดและความเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวของประเทศ ... ได้ก่อให้เกิดการโต้แย้งเกี่ยวกับวัฒนธรรม ... มากทีเดียว ไม่ว่าเห็นด้วยหรือคัดค้าน

ดังนั้นเอง แนวความคิดจากประสบการณ์มากมายและการอภิปรายโต้เถียงกันในประเทศ ... นำไปสู่คำถามที่ว่าสายเลือด ... นั้นมีลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่เหนือกว่าชาติอื่นและยากจะเข้าใจนั้นจริงแท้แค่ไหน

"ผมคิดว่า การที่คนในประเทศ ... รู้สึกว่ามีบางอย่างพิเศษ เกี่ยวกับลักษณะนิสัยของคน ... ที่จะเอาไปเหมารวมกับกลุ่มคนธรรมดาสามัญไม่ได้ รวมทั้งจะไม่ยอมก้าวข้ามอุปสรรคในเรื่องการแปลด้วย ความรู้สึกดังกล่าวนี้ มักจะได้รับการบอกเล่าจากพวกลัทธิล่าอาณานิคมทางวัฒนธรรมด้วยความรู้สึกที่ว่า ประเทศ ... มีจุดเด่นพิเศษอย่างนั้นจริงๆ"

กล่าวโดย Jay McInerney

แทนที่ [เขา] ด้วย "จูนิชิโร่ ทานิซากิ" นักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่น

แทนที่ ... ด้วย "ญี่ปุ่น"

จาก "ศาสดาเบสต์เซลเลอร์ ฮารูกิ มูราคามิ" หน้า 122 เขียนโดย 'ปราย พันแสง

เดี๋ยวนี้โรงหนังพยายามโปรโมท 3D มาก มากจนหาโรงธรรมดาดูยาก สุดท้ายต้องมาถึงพารากอน

  • นางเอก Mia Wasikowska หน้าคล้ายกวินเนธ พัลโธร์ว ซีดเหมือนกัน แต่ยิ้มสวยกว่าหน่อยนึง
  • ฉากในโลกมนุษย์ทำค่อนข้างดี เปิดตัวน่าสนใจ
  • แต่พอเข้าไปใน Wonderland แล้ว น่าเบื่อมาก ช่วงงานเลี้ยงน้ำชานี่ถึงกับหาว
  • สิ่งที่ไม่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ Johnny Depp คือรู้ว่าขายได้ เลยจงใจขายจนเกินงาม ยัดบทให้อย่างไม่จำเป็น และที่สำคัญ ผมรู้สึกว่ากำลังดู Jack Sparrow ไม่ใช่ Mad Hatter
  • สิ่งที่ไม่ดีอันดับสองคือบทภาพยนตร์ ช่วงแรกหนังดำเนินเรื่องตามฉบับหนังสือทุกอย่าง จนมีจุดเปลี่ยนที่อลิซ "ขอลิขิตชีวิตเอง" เหมือนจะมีอะไรใหม่ เป็น re-imagine ให้น่าติดตาม แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เนื้อเรื่องเป็น sequential มาก ไม่มีหักมุม การกระทำไร้ที่มาที่ไป
  • Dormouse กับ March Hare เป็นตัวละครที่น่ารำคาญ
  • ไม่เข้าใจว่าจะออกแบบบท White Queen ให้ดูจิตๆ หลอนๆ ไปทำไม
  • สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือ visual ทำสวย มีสไตล์มาก
  • เมื่อรวมกับวิธีการเล่าเรื่องแบบไม่น่าติดตาม มันจึงเหมาะกับการเป็นเกมมากกว่า! visual สวยอยู่แล้ว เอาเอนจินใส่ ออกแบบเลเวลดีๆ มีสิทธิ์ได้รางวัลขนานใหญ่

สรุปว่าน่าผิดหวัง เหมือนพยายามจะ re-imagine แต่ไม่กล้าไปจนสุด ยังกั๊กไว้ เลยไม่สนุกสักทาง ยังดีดูหนังวันพุธราคา 80 บาท ไม่รู้สึกแย่มาก

ป.ล. ดูจบแล้ว อยากไปขุด ARMS มาอ่านใหม่จัง


Twitter

    Powered By

    • Drupal