หลังจากอ่าน Sputnik Sweetheart จบไป เล่มถัดไปที่ยืมมาจากห้องสมุดคือ after the quake เหตุผลที่เลือกเหมือนเดิมคือเล่มเล็กดี
after the quake เป็นรวมเรื่องสั้น 6 เรื่อง เป็นเหตุการณ์หลังจากแผ่นดินไหวที่โกเบ ปี 1995 แต่ละเรื่องมีความเชื่อมโยงกันอย่างเดียวคือ ตัวละครทุกตัวไม่ได้อยู่ในโกเบ แต่มีอดีตอะไรสักอย่างเชื่อมโยงกับโกเบอยู่บ้าง (เช่น มีญาติพี่น้อง อดีตสามี อาศัยอยู่)
แต่ละเรื่องอ่านแล้วรู้สึกเหมือนว่ายังไม่จบ และน่าจะไปคลี่คลายปมรวมกันในเรื่องสุดท้าย แต่พออ่านไปได้สักครึ่งหนึ่ง ก็เดาได้ว่าสไตล์ของมูราคามินี่ ไม่มีแน่นอน ทิ้งปมเอาไว้ให้คนอ่านไปจินตนาการต่อเอาเองว่าเรื่องจะไปทางไหนต่อ โครงของหลายเรื่องนำไปขยายเป็นนิยายเรื่องยาวได้เลย
หลายตอนก็ให้อารมณ์คล้ายงานชิ้นอื่นของมูราคามิ อย่าง Super-Frog Saves Tokyo จะเหมือนเรื่อง แดนฝันปลายขอบฟ้า (Hard-Boiled Wonderland and the End of the World) ที่ออกแฟนตาซี ส่วนเรื่อง Thailand จะคล้าย Sputnik Sweetheart ตรงมีสิ่งเหนือธรรมชาติเพิ่มเข้ามา
ที่ชอบคือเรื่องสุดท้าย Honey Pie ซึ่งเป็นเรื่องรักสามเส้าที่เขียนดีมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเรื่องหนึ่งเลย เขียนดีอย่างไรคงต้องไปอ่านกันเอง
ภาคต่อของ The Lion, the Witch and the Wardrobe เมื่อปี 2006
ความต่างสำคัญของการชมภาพยนตร์สองภาคนี้คือ ตอนผมดูภาคแรก ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน แต่พอมาภาคนี้ก็ซัดไปครบหมดแล้ว (เขียนถึงไว้ในเอนทรีเก่าๆ แท็ก Narnia ส่วนของภาคนี้โดยตรงอยู่ที่ เจ้าชายแคสเปี้ยน-ผจญภัยโพ้นทะเล) วิธีการตีความเลยต่างไปพอสมควร
เรื่องย่อแบบรวบรัดคือ สี่พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ถูกดูดเข้าไปในนาร์เนียอีกครั้ง ปรากฎว่าเวลาผ่านไปแล้ว 1300 ปี อาณาจักรนาร์เนียล่มสลายไปแล้ว โดยอาณาจักรมนุษย์อีกแห่งคือ Telmarine แต่ปรากฎว่า Telmarine เองก็มีความขัดแย้งภายใน เจ้าชายแคสเปี้ยน รัชทายาทต้องซมซานหนีออกมา เนื้อเรื่องที่เหลือก็ตามสูตรคือช่วยเจ้าชายชิงบัลลังก์คืน โดยมีกองทัพสัตว์ช่วยเหลือเหมือนเดิม
นัดชิงไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ แต่ดันไปแทงเสมอในเวลาไว้กับ William Hill สามปอนด์ เลยลุ้นเยอรมันเต็มที่ (ซึ่งผลก็คือเสียเงินนั่นเอง)
ระหว่างดูพิธีมอบเหรียญและมอบถ้วย ก็เกิดคำถามที่น่าสนใจขึ้นว่า ใครจะเศร้ากว่ากันระหว่าง
พยายามคิดอยู่นานแต่คิดไม่ออก เลยไปอาบน้ำ ระหว่างอาบน้ำก็ได้ข้อสรุปว่า ถึงจะตัดสินใจไม่ได้ว่าสองอันนี้ใครเศร้ากว่ากัน แต่มีกลุ่มที่เศร้ากว่าแน่ๆ คือพวกที่เตะดีมาตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ แต่โดนแบนนัดชิงแถมทีมเตะแพ้
คิดชื่อออกหนึ่งคนคือ มิคาเอล บัลลัค บอลโลกปี 2002
เคยเขียนโฆษณารายการตอนแรกลงบล็อกไปแล้ว ขอโฆษณาอีกรอบเพราะว่าตอนนี้ดีจริงโดดเด่น
บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา ตอนที่ 22 "2475 ทุกวันเลย"
แขกรับเชิญคือ อ. ชาตรี ประกิตนนทการ จากคณะสถาปัตย์ ศิลปากร มาพูดเรื่องสถาปัตยกรรมของยุคคณะราษฎร (2475-2490) ซึ่งแฝงตัวอยู่ตามย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพ และต่างจังหวัดอีกหลายจังหวัด
ที่สำคัญสถาปัตยกรรมเหล่านี้ มีซ่อน "คณะราษฎรโค้ด" (แบบเดียวกับดาวินชีโค้ด) ไว้ด้วย อย่าพลาด รายการตอนนี้เหมือนดูสารคดี สนุกมาก ใครอยากรู้ว่าทำไมเจดีย์หมุนรถได้ ต้องตามไปดูกันเอง
ดูได้จากวิดีโอ embed ด้านล่าง หรือจากเว็บไซต์ของบ้านเมืองไม่ใช่ของเราก็ได้ มีลิงก์ไปยังบทความเรื่องนี้ของ อ. ชาตรีให้ด้วย