My Leopard Thought

คุยเรื่องนี้กับพรึดทาง IM มาได้สองสามวัน รีบมาบล็อกเก็บไว้ก่อนวันที่ 26 ต.ค. จะได้ทันสมัยสักนิด

สรุปแบบสั้นๆ บรรทัดเดียวจบก็คือ ผมกับท่านพรึดเห็นตรงกันว่า Leopard เป็นการอัพเกรดที่ ไม่น่าสนใจ อย่างมากเมื่อเทียบกับ Panther หรือ Tiger

หมายเหตุ: Apple Zealot กรุณาข้ามบล็อกนี้ไปนะครับ

ถึงแม้ว่า Leopard จะเป็นการอัพเกรดใหญ่ในรอบสองปี และผมคิดว่าแอปเปิลทำประชาสัมพันธ์ได้ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่การสร้าง hype (อันนี้ประเมินจากคอมเมนต์ใน Blognone) รวมไปถึงวิธีการอธิบาย “ความใหม่” ของ Leopard ตั้งแต่ใช้กลยุทธ์ตัวเลข 300+ ไปจนถึงการออกวิดีโอแนะนำการใช้งานที่ดูเข้าใจง่าย การพรีเซนต์ทุกครั้ง (ไม่ว่าของจ็อบส์หรือในวิดีโอ) มี wow factor เสมอไม่เคยขาด

แต่ถ้าพิจารณาดูกันดีๆ แล้ว Leopard มีฟีเจอร์ที่ “ใหม่” และ “จำเป็น” (เพื่อความยุติธรรม จะคิดแยกเป็นสองกรณี) แค่ไหน คำตอบก็คือน้อยมาก

Disclaimer

  • เกณฑ์ของผมสำหรับ “ใหม่”​ และ “จำเป็น” คือ
    • ใหม่ = innovative มีที่นี่เป็นที่แรก ไม่ได้ลอกใครมา อย่าง Dashboard ไม่นับเพราะลอก Konfabulator มา เป็นต้น
    • จำเป็น = essential หมายถึงฟีเจอร์ที่มีแล้วช่วยให้การทำงานดีขึ้น ไม่ใช่ eyecandy วูบวาบเอาไว้โชว์เท่อะไรทำนองนั้น
  • บล็อกอันนี้เขียนเมื่อ ยังไม่ได้สัมผัส กับ Leopard ข้อมูลทั้งหมดมาจากการอ่านกับดู ดังนั้นความถูกต้องแน่นอนว่าไม่เยอะ

เพื่อให้ข้อมูลตรงกัน จะอ้างรายการฟีเจอร์จากเว็บของแอปเปิลเป็นหลัก

Desktop

  • Stack - ปัจจุบันถ้าเราลากโฟลเดอร์ไปไว้ใน Dock แล้วคลิกขวาก็จะมีรายการเมนูขึ้นมาแบบ Stack อยู่แล้ว เพียงแต่ Stack ใน Leopard นั้นเพิ่มความสามารถในการจัดการไฟล์เหมือน Finder รวมถึงเลือกวิธีแสดงผลว่าเป็นเมนูหรือกริดได้ ฟีเจอร์ตรงนี้จะมาเทียบกับพวก My Documents ของวินโดวส์ในเมนู ซึ่งเปรียบเสมือน Hotlink ไปยังโฟลเดอร์ที่ใช้บ่อยๆ

    verdict: มีประโยชน์

  • 3D Dock - จงใจขายของมาก ดูขัดกับหน้าตาส่วนอื่นๆ ของระบบปฏิบัติการอย่างแรง

    verdict: ไร้สาระ

New Finder

  • iTunes-style Sidebar - เป็น evolutionary change ที่ดี

    verdict: มีประโยชน์

  • Cover Flow - ดูจากวิดีโอแล้วเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าจะมีประโยชน์ที่สุดของ Leopard แต่ผมยังคาใจว่าในการใช้งานจริงที่ (บางครั้งและหลายครั้ง) ไฟล์ของเราไม่มีคุณลักษณะทาง visual คือไม่ใช่ภาพถ่าย สไลด์ PDF หรือวิดีโอ จะมีประโยชน์แค่ไหน เช่น กรณีที่ดูไดเรคทอรีของซอร์สโค้ด หรือไดเรคทอรีรวมไอคอนขนาด 16x16 หรือไดเรคทอรีซ้อนไดเรคทอรี เป็นต้น

    verdict: essential, innovative

  • Back to My Mac - ไม่มีประโยชน์ถ้าไม่ใช้ .Mac ซึ่งก็ไม่น่าจะมีคนใช้สักเท่าไร

    verdict: vendor lock-in

  • Spotlight - เป็น improvement โดยทั่วไป เช่น เรื่องความเร็ว ฟีเจอร์นิดหน่อยอย่าง boolean operator

    verdict: ไม่มีอะไรมากนัก

Quick Look

  • Quick Look - เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ อย่างน้อยมันช่วยลดจำนวนครั้งที่เราต้องกด Cmd+Q เพื่อปิด Preview หลังเลิกใช้ไปได้ นอกจากนี้ฟีเจอร์ที่แสดงตัวอย่างไฟล์หลายๆ อันพร้อมกันก็เข้าท่า แต่มองในแง่ innovative ก็ไม่มีอะไรใหม่

    verdict: มีประโยชน์

Time Machine

  • Time Machine - จริงแล้วเป็นแค่โซลูชันแบ็คอัพทั่วไป + eyecandy ในแพ็กเกจใหม่เท่านั้น การแบ็คอัพมีประโยชน์เสมอ แต่ข้อจำกัดของ Time Machine คือต้องใช้ external harddisk ประกอบ ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีนี่

    verdict: มีประโยชน์ (แบบมีเงื่อนไข)

Mail.app

  • ฟีเจอร์หลายอัน เป็นการตาม email client ตัวอื่นให้ทัน เช่น RSS หรือ Forward as Attachment นี่ Thunderbird มีมาประมาณ 5 ชาติแล้ว
  • Data detected - อันนี้เข้าท่า แต่เราไม่มีข้อมูลว่าอิมพลีเมนต์ยังไง จะใช้กับ Microformat ได้หรือไม่
  • Todo - เช่นกันว่าเราไม่มีข้อมูลการอิมพลีเมนต์ สมมติว่าใส่ Todo ไปใน Mail.app แล้วเวลาไปเปิดผ่านเว็บเมล (อย่างกรณี Gmail) เราจะเห็นอะไร ถ้าใช้ได้กับเฉพาะ Mail.app ด้วยกันก็เรียกได้ว่าขยะมาก

ผมไม่ใช้ Mail.app ด้วยเหตุผลเดียวคือมันเรียง thread ได้ระดับเดียว เวอร์ชันนี้ก็ยังคงไม่ใช้เหมือนเดิม

verdict: ไม่มีประโยชน์

iChat

บ้านเรามีคนใช้ AIM?

verdict: ไม่มีประโยชน์

Spaces

เป็นฟีเจอร์ที่ดีอีกเหมือนกัน แต่ผมใช้ครั้งแรกใน FVWM95 ซักช่วงประมาณปี 97-98

verdict: มีประโยชน์

Safari 3

ฟีเจอร์เดียวที่มีประโยชน์คือ Find Inline ซึ่งมีใน Firefox 1.0 และ Safari ยังหาจุดเด่นให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมผู้ใช้ Firefox ถึงควรทิ้ง Extension อำนวยความสะดวกจำนวนมากไปใช้ Safari

verdict: ไม่มีประโยชน์

Parental Control

อันนี้ไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของโปรแกรม

verdict: ไม่มีประโยชน์

Boot Camp

ไม่มีอะไรใหม่ เป็นแค่การรวมโปรแกรมเข้ามาในแพกเกจ

verdict: มีประโยชน์

ฟีเจอร์ย่อยอื่นๆ ที่มีประโยชน์

คัดได้ 8 อันจากกว่า 300+

  • Address Book - Google Map Addresses (แต่ยังใช้กับเมืองไทยไม่ได้แน่นอน)
  • Dictionary - Wikipedia in Dictionary (แต่ปกติผมใช้ Longdo :D)
  • Font - มีเพิ่มฟอนต์ยอดนิยมของวินโดวส์เข้ามาอีกหลายตัว
  • iCal - เวอร์ชันนี้เลิกมี 17 July แล้ว เอาไว้ดูวันที่ได้ (แต่มันยังใช้กับ Google Maps ไม่ได้)
  • New AirPort Menu
  • System-wide Grammar Checker
  • Terminal 2
  • TextEdit เปิด OpenDocument ได้

สรุป

ฟีเจอร์ทั่วไปมีที่สำคัญและใหม่จริงๆ น้อยมาก นี่เรายังต้องไม่ลืมว่า Top Secret Feature ที่เคยสัญญาไว้ถูกจงใจทำให้ลืมไปโดยไม่พูดถึง และ ZFS โดนถอดออกไป การอัพเกรดมาใช้ Leopard คงไม่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงมากนัก ถ้าจะเสียเงินซื้อแล้ว ความคุ้มคงไปอยู่ที่เทคโนโลยีข้างใต้ ซึ่งดูจากสเปกแล้วเป็นการปรับฐานเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมในอนาคต (เช่น 64 บิต, มัลติคอร์, GPU-driven) มากกว่าจะเพิ่มอะไรใหม่

สำหรับผมแล้วคงไม่รีบอัพเกรด อาจจะรอจนกว่าโดนบีบจาก application บางตัวที่ไม่สนับสนุน Tiger ก่อนก็เป็นได้

อื้มมม จริงครับ

สงสัยอยู่เหมือนกันว่าที่เค้าบอกว่าจะมี feature เด็ดที่ซ่อนเอาไว้ตอนที่ Vista เพิ่งออกมา แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่มันทำให้ Vista จ๋อยได้

มันมาถึงขาลงของการพัฒนา OS แล้วเหรอครับ?

แต่สำหรับผมการอัพเกรดครั้งนี้ค่อนข้างใหญ่ครับ เพราะผมว่าจะเปลี่ยนจาก XP มาเป็น Leopard :D

เป็นความเห็นที่ออกไปในทิศทางเดียวกับ Reviewer หลายๆคน เช่น Wall Mossberg (http://online.wsj.com/article/SB119326655774870521.html?mod=technology_main_promo_left)
features ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ nice to have (มีก็ดี ไม่มีก็ไม่รู้สึกอะไร แต่อาจจะเซ็งเพราะชาวบ้านเค้าก็มี อย่างเช่น Mail.app กะ Thunderbird ที่ mk พูดถึง)

แต่มันก็มีลักษณะที่เกี่ยวกับ Satisfaction ของผู้ใช้ เช่นพวก ความเร็วการบูต การเปิดแอพ stability responsiveness memory consumption และอื่นๆ (ไม่นับสวยงามนะ)

ถ้าสมมติว่า OS ตัวใหม่ไม่มี feature อะไรเพิ่มเลย (พวก nice to have ทั้งหลาย) แต่ เร็วขึ้น 50% กินแรมน้อยลง 40% stable ขึ้นหลายเท่า etc.) คิดว่ามันก็อาจจะคุ้มที่จะอัพเกรด อย่างน้อยก็ชดเชยเรื่องความพอใจ ไม่ต้องมาหงุดหงิดเวลาเห็นไอ้ waiting cursor หมุนแล้วหมุนอีก ตรงนี้ก็น่าคิด (ถ้ามันเป็นจริง) เพราะเราใช้มันอีกเป็นปีๆ ช้าไปสิบวิ ปีนึงก็ชั่วโมงนึง ถือเป็นความสูญเปล่าอย่างหนึ่ง

แต่ไม่รู้ว่าคนส่วนใหญ่เค้าคิดยังไง ไม่ค่อยเห็น OS เอาเรื่องพวกนี้มาขาย

ถ้าเป็นการอัพเกรดอย่างที่ worawisut ว่ามา
คือไม่มีความสามารถใหม่เลย แต่ เสถียรขึ้น เร็วขึ้น กินทรัพยการน้อยลง
จะเป็นโปรแกรม หรือโอเอส หรืออะไรก็ตาม
ผมจะอัพเกรดนะ
(เรื่อง ความเร็ว กับ ทรัพยากร อาจจะเอาเงินไปอัพเกรดฮาร์ดแวร์ดีกว่า แต่เรื่อง เสถียร มันไม่ได้)

ตะกี้เพิ่งดูดูโอคอร์ เพิ่งรู้ว่าในสามร้อย+ เค้านับสกรีนเซฟเวอร์ด้วย - -"

ดูแล้วอาจจะทำนอง Vista ที่หลายฟีเจอร์ทำไม่ทัน
แต่จะตามมาใน Service Pack
ของ Leopard ก็อาจจะตามมาในอัพเดท ??

เห็นด้วยกับ mk เรื่อง 3D dock ... บางคนอาจจะว่าสวย
แต่ผมรำคาญมาก ขนาดไอ้ไอคอนเด้ง ๆ ผมยังปิดทิ้งเลย - -"
แล้วก็ .. นี่มัน 'ลอก' ฝั่งโอเพนซอร์ส(ซึ่งก็ไปลอกที่อื่นมาอีกที)มานี่นา จะว่าไป

ยังไงก็ตาม ถ้ายังอยากใช้แบบ 2D สั่งปิดได้ ตามนี้
http://lime.quickshareit.com/share/picture1d2a37.png
(จาก http://osnews.com/story.php/18817/Mac-OS-X-Leopard-Gets-Last-Minute-Tweaks )

dogdoy: ผมคิดว่าระดับปัจจุบันของ OS ตอบสนองการใช้งานทั่วไปของผู้ใช้ได้พอสมควรแล้วครับ เรียกว่าน่าจะใกล้จุดสูงสุดของ desktop paradigm แล้ว ดังนั้นการเพิ่มอะไรเข้ามาจึงอาจไม่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงเท่าไร อันนี้ไม่เฉพาะ Leopard แต่รวมไปถึง Vista กับ GNOME รุ่นหลังๆ ด้วย

worawisut: เรื่องประสิทธิภาพก็คงต้องรอสัมผัสของจริง + อ่าน extensive review จากหลายๆ ที่ประกอบ

เอ้อ แต่ตอนนี้ที่รอ Leopard เพราะจะใช้ Java 6 :P
(เหมือนตอนที่อัพเป็น Tiger ก็เพราะจะใช้ Java 5)

ค่า license =$129 ตก feature ละ 15 บาท :D

สมมติว่าใช้งานที่โดนใจซัก 50% = 150 features ราคาที่เราจ่ายไปก็ feature ละ 30 บาท อันนี้ต้องแล้วแต่ว่าของแต่ละคนคุ้มรึเปล่า (แต่ feature ไร้สาระเยอะในตัวเลข 300 อย่าง Set your default instant messaging application from within iChat. นี่ก็ยังเอามานับด้วย)

เพ่ิมจากของ mk ส่วนที่ผมว่าน่าใช้
iCal = ทำได้ดีขึ้นพอสมควร ในแง่การใช้งานเช่นเวลานัดประชุม จองห้อง delegate คนได้ จากเดิมแทบจะเรียกได้ว่า basic มากๆ ผมใช้แค่ sync กับ google calendar ดูอย่างเดียว

FrontRow = เพิ่ม feature ของ apple TV เข้ามา ถ้าเอามาต่อกับทีวี (ดู diggnation ,duocore.TV 55) -- ไม่รู้จะได้รึเปล่า แต่ไม่อยากอยู่กับหน้าจอคอมมากเกินไป

Mail.app = อ่าน RSS ในตัวที่น่าจะดีกว่าของ Thunderbird นะ (เคยคิดจะใช้เป็น RSS reader แต่ก็เลิกไป)
พวก Photo Browser ,stationary ก็สะดวกกว่าเดิมมากเวลาจะส่งรูป
ดูๆแล้ว to-do,notes,rss ก็ทำให้ Mail.app ดูดีกว่าเดิมมาก (ยังกะ outlook) แล้วมันผูกไว้กับตัวเมล์ได้ น่าจะได้ประโยชน์เวลา tagging ,Search อย่างน้อยเวลาหาเมล์ที่มีเป็นพันๆ หมื่นๆ ก็น่าจะช่วยประหยัดเวลาไปโข
(ตรงนี้อาจจะมองว่าเจ้าอื่นทำได้นานแล้ว แต่ดูด้วยว่าทำแล้วใช้ได้ดีรึเปล่า หรือแค่มีเฉยๆ)

Preview = แก้ขนาด ตัดต่อ หมุนๆ รูปภาพได้ แก้ไข PDF ได้ด้วย (พวกแทรกหน้า ตัดนู่นนี่) ก็อาจจะไม่ต้องลง Acrobat เพิ่มถ้าต้องการแค่นี้ (ปกติผมใช้แค่นี้ แต่ต้องลง acrobat ที่กินที่ไป 2-300 MB) แต่ไม่รู้ว่าจะอ่าน PDF ได้ดีแค่ไหน เพราะใช้ skim อยู่คิดว่าตรงกับที่อยากได้

ถ้าคนทำ graphic คงจะชอบ ดูมีอะไรเพิ่มที่โอเค พวก Multicore Performance,Core Animation ,blah blah

เรื่องความเร็ว อ่านใน macrumours เห็นมีคนบอกว่าเร็วขึ้น แต่ต้องลองสัมผัสเองว่าจริงเท็จแค่ไหน (เหมือนมีคนบอกว่า mac os ไม่ต้องการทำ defrag แต่ลองเอา idefrag มาทำ full optimize ดูปรากฏว่าเร็วขึ้นถนัดตา กดเรียกแอพเร็วขึ้นมาก waiting cursor หมุนน้อยมาก)

มีบางอย่างไม่ได้ลิสต์ไว้ใน 300
http://gizmodo.com/gadgets/apple-mac-os-x/whats-new+new-in-mac-os-x-leopard-300%252B-feature-list-311244.php

worawisut: เรื่องอืดเมื่อใช้ไปนาน ๆ ลองรัน daily cron, weekly cron, monthly cron ดูครับ ช่วยได้เหมือนกัน

เคยใช้ Yasu ก็โอเคดี ( http://jimmitchell.org/projects/yasu/ )
แต่ idefrag นี่ไม่เคยลอง

หลังจากที่ลองกดๆเล่นดูซัก สองสามชั่วโมง ที่รู้สึกคือ เร็วขึ้น (ไม่ได้วัดเป็นตัวเลขออกมานะ แต่เวลาโหลดแอพ เด้งๆ ไม่กี่ทีก็ขึ้น จาก tiger ที่เด้งแล้วเด้งอีก )

ที่เป็นประโยชน์ สำหรับผม ชัดๆ คือ
- stack เข้าถึงไฟล์ได้เร็วขึ้น ,
- space กด f8 เรียกโชว์ space แถมยังกด f9 เรียก expose' แสดงใน ทุก space ได้อีก เหมาะกับคนที่ชอบเปิดอะไรค้างไว้หลายหน้าต่าง
- finder sidebar , cover flow เวลาดูรูปกับเอกสาร
- ส่วน mail.app ผมว่ามันน่าจะมีได้แล้วนะ สำหรับ widescreen view (แต่ก็ยังไม่มี) ยังหาวิธีสร้าง note,to do จากอีเมล์ไม่เจอ (หรือมันไม่ได้ลิงค์กันก็ไม่รู้) feature ยังสู้ thunderbird ไม่ได้
- Quick Look ในเมล์ ดูรูปสะดวกดี
นอกนั้นก็เป็นแบบ mk ว่าไว้

เท่านี้ก่อนครับ ไว้ถ้ามีอะไรจะมาอัพเดทอีกที

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.