Belgium Trip - Part 7

ตอนสุดท้ายของซีรีย์เบลเยียม ทำลิงก์ย้อนรอยไว้จะได้ติดตามง่ายๆ

ออกมาจากหอก็เจอกับแลนด์มาร์คสำคัญ วิหาร Cathedral of Our Lady ของ Antwerp

Cathedral of Our Lady (Antwerp)

ประตูทางเข้าสวยงาม

Cathedral of Our Lady (Antwerp)

เข้าไปข้างในได้นิดเดียว (อยากเข้ามากกว่านั้นเสียเงิน) เผอิญว่าเริ่มเอียนโบสถ์ฝรั่งแล้ว เลยพอละ

Villa Mozart

โรงแรมแถวนั้นชื่อ Villa Mozart ผมอ่านเร็วๆ เป็น Mozilla -_-''

Chocolate

ประเทศนี้มีแต่ช็อกโกแลตอีกแล้ว

RIMG0313.JPG

หลังจากไปพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตมา เราก็มีความรู้ว่าร้าน Leonidas เป็นเครือช็อกโกแลตใหญ่ในเบลเยียม

Leonidas

และเป็นคนคิดช็อกโกแลตตระกูลทรัฟเฟิล หน้าตาดังภาพ

RIMG0314.JPG

จัตุรัสอะไรก็ไม่ทราบ ใกล้ๆ กัน

RIMG0319.JPG

บ้านเมือง

RIMG0324.JPG

ผมเดินไปถึงริมแม่น้ำ (ดูแผนที่เก่าประกอบ) เป็นทางเดินยาว มี Maritime Museum แต่ไม่ได้เข้า ข้างๆ Museum มีเรือเดินทะเลของจริง

San Nicholas I

ท้ายเรือบอกว่ามาจากปานามา

San Nicholas I - Panama

ป้ายบอกว่าเป็นท่าเรือ Antwerp

RIMG0347.JPG

ถ่ายย้อนจากหน้า Museum เข้าไปในเมือง

RIMG0341.JPG

จะเห็นว่าฟ้าหม่นมาก และช่วงนี้สิ่งที่กลัวมานานก็บังเกิด คือฝนตก

ปัญหาคือผมไม่ได้เอาร่มมาด้วยเพราะลดโหลดกระเป๋า (ทริปนี้เป็น backpacker) ก็ต้องหาที่หลบฝนเป็นระยะ หนาวก็หนาว อาการเมื่อยยังค้างอยู่ เริ่มไม่สนุกแล้ว

Grafiti Land

สิ่งที่เห็นเยอะมากในเบลเยียมคือ Graffiti ครับ เรียกได้ว่าบ้าน 8 ใน 10 หลังจะมีมือดีมาพ่นสเปรย์ไว้ และที่ Antwerp เราก็พบแดนศักดิ์สิทธิ์ของนัก Graffiti

Meir - Antwerp

เดินมาจนถึงถนน Meir ซึ่งเป็นช็อปปิ้งสตรีทที่ใหญ่ที่สุดในเบลเยียม ว่ากันว่าคน Brussels ยังต้องมาซื้อของถึงนี่

Levi's Ad - Mier Antwerp

โฆษณาของช็อป Levi's ที่กำลังจะมาเปิด

The Phone House

The Phone House เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับเครือ Carphone Warehouse ของอังกฤษ โลโก้เหมือนกันมาก

RIMG0357.JPG

นึกอะไรไม่ออก หลบเข้าห้าง

Meir - Antwerp

ฝนซา เราก็เดินต่อ

Hilfiger Denim

ซับแบรนด์ของ Tommy Hilfiger
KBC

ป้ายธนาคารแถวนี้

RIMG0362.JPG

ท่ารถเมล์

RIMG0363.JPG

โซนร้านอาหารอาร์เจนตินาที่กินเมื่อวาน

RIMG0365.JPG

Antwerp เป็นศูนย์กลางการค้าเพชรแห่งหนึ่งของยุโรป เผอิญไม่มีเงิน+ไม่สนใจ

Antwerpen-Centraal

ไหนๆ ฝนตกก็แล้ว แรงก็หมด เลยตัดสินใจกลับสถานีรถไฟเลยดีกว่า

Antwerpen-Centraal

โอ่โถงใช้ได้

Antwerpen-Centraal

เนื่องจากว่าผมเดินทางมาเบลเยียมด้วยรถไฟ Eurostar ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษคือ ได้ตั๋วรถไฟสำหรับเดินทางต่อในเบลเยียมฟรี สำหรับวันที่เดินทางด้วย Eurostar (นั่นคือวันไปกับวันกลับ) เดินขึ้นรถไฟได้เลยไม่ต้องซื้อตั๋ว เวลาคนตรวจตั๋วมาก็ยื่นตั๋ว Eurostar ให้

ปัญหาคือตอนนั้นมันไม่ชัวร์ เลยไปถามเคาเตอร์ Tourist Information ซึ่งแย่มากๆ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าเธอมีหน้าที่ให้ข้อมูลเรื่องท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่รู้เรื่องรถไฟ ให้ไปถามเคาเตอร์รถไฟแทน (แต่คำถามของผมมันเป็นคำถามนักท่องเที่ยวนี่หว่า!!!) เรื่องบริการนี่ยังแย่ ตามหลังเมืองไทยหลายปี

Antwerpen-Centraal

รถกลับ Brussels มีวันละหลายๆ รอบ รู้สึกจะขึ้นเที่ยว 14:20 ใช้เวลานั่งรถไม่ถึง ชม.

Waffle

กลับมาถึง Brussels มีเวลาซื้อของอีกเล็กน้อย กินวัฟเฟิลทิ้งทวน

Waffle

วัฟเฟิลกล้วย โคตรอร่อย

ผมลืมเขียนไปว่าผมใช้บริการฝากกระเป๋า Backpacker ไว้ที่สถานีรถไฟของ Brussels (3.8 ยูโรต่อชิ้น ต่อวันทำการ) แล้วเอาของใส่เป้เล็กไป Brugge และ Antwerp เลยต้องย้อนกลับไปเอากระเป๋าที่สถานี Brussels Central ก่อน

จากนั้นค่อยเดินทางมาที่ Brussels South เพื่อขึ้นรถ Eurostar กลับ การเดินทางระหว่างสถานีก็งงๆ สุดท้ายถามคนขายตั๋ว ก็ได้คำแนะนำว่าขึ้นรถอะไรก็ได้ที่ชานชาลาเลขคู่ ผ่านหมดทุกคัน

พอเช็คอินเข้ามาใน Eurostar ก็ถือเป็นแดนอังกฤษแล้ว พี่ท่านเล่นยกตู้โทรศัพท์มาตั้งให้รู้เป็นสัญลักษณ์

RIMG0388.JPG

ในนั้นมี นสพ. อังกฤษอย่าง The Sun อะไรพวกนี้ขายด้วย (แต่เป็นฉบับที่ส่งมาพิมพ์ในเบลเยียม) รอแป๊บนึงพอเรียกขึ้นรถแล้วก็ได้เวลา

RIMG0391.JPG

ลาก่อนเบลเยียม

สรุปรายจ่าย

ทริปรอบนี้จดรายจ่ายมากอย่างละเอียด ทำเป็นกราฟประกอบได้ดังนี้ (สกุลเงินเป็นยูโร)

http://sheet.zoho.com
(กราฟทำด้วย Zoho Sheet)

สรุปว่าเที่ยว 5 วัน 4 คืน งานนี้หมดไปทั้งสิ้น 425 ยูโร (21,000 บาทโดยประมาณ) โชคดีที่ Mozilla Europe จ่ายค่า Eurostar ให้ลดไป 5 พันบาท แถมยังให้โรงแรมนอนฟรี 2 คืนอย่างหรู ดังนั้นค่านอนในชาร์ท 42 ยูโรนั้นเป็นแค่สองคืน

ถ้าหักส่วนลดแล้วจะเหลือ 16,000 นิดๆ ไม่รวมซื้อของจะลงมาเหลือ 14,000 สำหรับห้าวัน เอา 5 หารก็ตกวันละเกือบ 3 พันก็ถือว่าแพงเหมือนกัน (นี่ขนาดหักส่วนลดมากมายแล้วนะ) จากการวิเคราะห์พบว่างวดนี้หนักค่ากินเพราะกินเยอะมากๆ แถมกินหรูด้วย และสิ่งที่ไม่ควรเสียคือค่า Visa ผมรู้สึกแย่ที่เกิดมาเป็นคนไทย ตอนที่ต้องเสียค่า Visa 72 ปอนด์ (89 ยูโร) เพื่อเข้าเบลเยียม 5 วันนี่ล่ะครับ

จบแล้วจ้า

พี่มาร์คเขียนเก่งจังเลยนะคะ :) ชอบค่ะ อ่านเพลิน ภาพถ่ายโปรมาก รายละเอียดครบถ้วน เหมือนไปเที่ยวเอง ฮ่าๆ

อะ ไม่ทันเห็นว่ามีแอบเขียนตอน 7 ด้วย
ค่า Eurostar + Visa ปาไปซะครึ่งเลยหรอเนี่ย โหดจริง
ช็อคโกแลตถาดแรกน่ารักอะ อยากกินๆ
ส่วนห้างนั่นทำไมหรูมาก ยังกะโรงแรมเลย เหลืองอร่ามมาก

ขอบคุณครับสำหรับประสบการณ์ ภาพสวยมาก(แต่โหลดโหดแฮะ)

ขอบคุณครับสำหรับประสบการณ์ และภาพถ่ายสวยๆ
ชอคโกแลตน่ากินมากๆ :-)

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.