อีกเรื่องในหนังชุดที่เช่ามา กับหนังอีพิคปี 1962 ชื่อดังอย่าง Lawrence of Arabia เหตุผลที่เช่ามีสองข้อคือหนึ่งมันดัง สองหนังเก่าหาดูยาก มีโอกาสก็รีบๆ ดูซะ
เนื้อเรื่องคร่าวๆ คือสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (ช่วงปี 191x) สมรภูมิตะวันออกกลางเป็นศึกระหว่างฝ่ายพันธมิตร (อังกฤษ-ฝรั่งเศส) กับฝ่ายมหาอำนาจกลาง (จักรวรรดิออตโตมัน — ซึ่งตอนหลังแพ้และกลายมาเป็นประเทศตุรกี) ในตอนนั้นออตโตมันยึดครองคาบสมุทรอาหรับ (หรืออาระเบีย) ได้เกือบทั้งหมด พวกจอร์แดน ซีเรีย อิสราเอล อิรัก รวมถึงซาอุตอนบนๆ ออตโตมันยึดเรียบ
ฝ่ายอังกฤษนั้นครองอียิปต์อยู่ จุดยุทธศาสตร์สำคัญคือคลองสุเอซ ส่วนอีกฟากของคลองสุเอซฝั่งที่เป็นจอร์แดน ซีเรีย ซาอุในปัจจุบัน เป็นของเผ่าทะเลทรายเร่ร่อนจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้เราเรียกว่าพวกอาหรับ พวกนี้ยังไม่เป็นกลุ่มก้อนมากนัก และอยู่ใต้การปกครองของออตโตมันมานานเป็นหลายร้อยปี
พระเอกของเรา T.E. Lawrence (มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์) เป็นทหารของกองทัพอังกฤษอยู่ที่ฐานในไคโร ถูกเจ้านายส่งไปประเมินสถานการณ์ในคาบสมุทรอาหรับว่าจะใช้เผ่าเร่ร่อนสู้กับออตโตมันได้อย่างไร ซึ่ง Lawrence ที่เดิมเป็นนักวิจัย ไม่มีบุคคลิกและวิธีคิดแบบทหารมากนัก ก็ใช้วิธีซื้อใจชนเผ่าต่างๆ และใช้กลยุทธแบบกองโจร ขับไล่ออตโตมันออกจากคาบสมุทรอาหรับ และเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐอาหรับยุคใหม่อย่างที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้
สิ่งแรกที่ต้องบอกคือหนังยาวมาก หลังกล่องดีวีดีเขียนบอกว่า 218 นาที (เกือบ 4 ชม.!!!) หนังมีเบรกพักครึ่งกลาง (intermission) ถ้ามาฉายสมัยนี้คงแบ่งสองภาค หลอกกินตังค์คนดูได้อีกเท่านึง ในแพกเกจมาพร้อมกับดีวีดีสองแผ่น แผ่นละครึ่งเรื่อง ใช้เวลาดูแผ่นละวัน นั่งดูจนเมื่อยก้น แต่ก็สนุกดี
อย่างที่สองคือพล็อตครับ ถึงตามพล็อตจะเป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ที่มาเติมให้สีสันฉูดฉาดขึ้น แต่เนื้อเรื่องว่าเกิดสงคราม และใช้กองโจรนักรบทะเลทราย ซึ่งเคลื่อนที่เร็ว อึด และเชี่ยวชาญพื้นที่ให้เป็นประโยชน์ มันคุ้นๆ ไหมครับ? ถ้าใส่หนอนกับยานอวกาศเข้าไป มันก็คือ Dune น่ะเอง!!!
อย่างที่สามคือโปรดักชัน บอกได้คำเดียวว่าอลังมาก หนังปี 1962 ทำฉากสงครามซะหนังรุ่นใหม่ๆ อย่าง Troy, Alexander หรือแม้กระทั่งสงครามซีจีแบบ LotR อายไปเลย ทั้งแขกทั้งม้าทั้งอูฐมากมาย ระเบิดรถไฟ ยึดค่ายทหาร มีหมด อธิบายให้เห็นภาพยากดูกันเองดีกว่า เรื่องดนตรีประกอบก็เข้ากับเรื่องดีมาก
หนังครึ่งแรกสนุกมากครับ เป็นการผจญภัยของ Lawrence ข้ามทะเลทรายพันลี้ ซื้อใจเผ่าอาหรับก่อนที่จะบุกยึดเมือง Aqaba ซึ่งเป็นฐานของพวกตุรกีได้เป็นเมืองแรก ส่วนครึ่งหลังเป็นการค้นหาตัวเองของ Lawrence เพราะเมื่อสงครามซับซ้อนมากขึ้น มีคนตายมากขึ้น เขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีกำลังไม่พอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก ครึ่งหลังออกไซโคนิดๆ ดูแล้วงงประมาณน้องๆ อีวานเกเลียน เลยไม่สนุกเท่าที่ควร
คนแสดงเป็น Lawrence คือ Peter O’Toole ซึ่งได้รับคำสรรเสริญเยินยอมาก แต่ผมดูแล้วมันขัดๆ ถ้าพูดสุภาพหน่อยต้องเรียกว่า Lawrence ในหนังดูสำรวยเกินเหตุ (ถ้าภาษาปากต้องบอกดูกระแดะเกิน) คือสงครามสู้กันโหดๆ มาเจอพระเอกผมทอง ตาสีฟ้าเยิ้มฉ่ำ ยังกะเทพบุตรกรีก พูดจานิ่มนวลสุภาพ เวลาเดินมีบิดนิดหน่อย ดูยังไงมันก็ไม่เข้ากันนะ
ดาราคนอื่นในเรื่องที่รู้จักมีคนเดียวคือ Alec Guinness รับบทเป็นเจ้าชายไฟซาลแห่งซาอุ ซึ่งอีกสิบกว่าปีต่อมาพี่แกมาแสดงเป็นโอบีวัน เคโนบีใน Star Wars ภาคแรก
เนื่องจากว่าผมไม่มีพื้นความรู้ทางภูมิศาสตร์ของแถวนั้นเท่าไร เวลาตัวละครในหนังพูดกันว่าต้องถอยไปเมืองนี้ เข้าไปตีเมืองโน้น เลยงงๆ นึกภาพตามไม่ออก โชคดีที่สมัยนี้มีวิกิพีเดีย ดูจบครึ่งเรื่องก็มาเปิดเว็บดูว่าตะกี้ที่มันสู้กัน มันอยู่ตรงไหนของโลก อ่านไปอ่านมาเลยพลอยไปอ่านเรื่องออตโตมันกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งต่ออีก (สมัย ม. ปลาย วิชาสังคมสอนถึงยุคเรเนซองก์แล้วก็ข้ามมายุคปัจจุบันเลย ขาดช่วงนี้ไป) สนุกดี
เคยดูดีวีดีนานแล้วเหมือนกัน จำได้ว่า intermission ยาวมาก
ขนาด กด fwd แล้วยังรู้สึกว่านาน ทำเหมือนละครเวทีเชียว
เคยพยายามดู แต่ดูไม่จบ จำได้แต่ภาพพระเอกผมทอง ชุดขาว เดินกลางทะเลทรายจ้ะ
น่าเสียดายอย่างเดียวที่ T.E. Lawrence มาเสียชีวิตเพราะโดนรถชนที่อังกฤษ
(รบตั้งหลายครั้งรอดมาได้ มาโดนคนเมาขับรถชนเสียชีวิต)