ต่อจาก Emirates Stadium ตกบ่ายแก่ๆ ก็ไปเดิน British Museum โดยนัดน้องโดม เจ้าถิ่นประจำลอนดอนไว้ด้วย
British Museum มีชื่อเล่นว่าเป็นพิพิธภัณฑ์รวมของโจร คือโกยมาจากอาณานิคมของอังกฤษซะเยอะ โดยเฉพาะส่วนอียิปต์ที่สมบูรณ์มากๆ ว่ากันว่าแพ้พิพิธภัณฑ์ไคโรที่เดียว (ผมไม่เคยไปไคโรก็เชื่อตามเค้าละกันนะ) ตัวพิพิธภัณฑ์อยู่กลางเมือง ตามคำแนะนำให้ลงสถานี Holborn แต่ดูตามแผนที่แล้ว มาจาก Tottenham Court ก็ได้เหมือนกัน ถ้าใครมาลอนดอนและเบื่อเดิน Oxford Street แล้วก็เดินต่ออีกนิดมาดูพิพิธภัณฑ์กันได้
ลืมบอกไปว่าเข้าฟรีไม่ต้องเสียสตางค์ (ยกเว้นส่วน exhibition) แน่นอนว่าเต็มไปด้วยทัวริสต์
ทางเข้าดูพื้นๆ ไม่มีอะไรพิเศษ
เข้าไปแล้วจะเจอส่วนของ Main hall (ลืมถ่ายรูปมา) สีขาว ให้ออกประตูทางซ้ายของ Mail hall เพื่อเข้าสู่ห้องอียิปต์ (เฉพาะ sculpture)
เข้าไปแล้วจะเจอของแรงตั้งอยู่ตรงหน้า Rosetta Stone หินแปลภาษาก้อนแรกของโลก ถ้าใครคุ้นๆ กับชื่อนี้จากแอปเปิลหรือ Ubuntu ก็พึงระลึกไว้ว่ามันมีที่มาจากหินก้อนนี้ล่ะ
เนื่องจากว่าความรู้อียิปต์ผมจำกัดมาก รู้จักเทพอียิปต์อยู่แค่ 3 องค์คือ โอซิริส โอเบลิสก์ แล้วก็ รา ดังนั้นดูแต่รูปไปละกัน ไม่รู้จะบรรยายอะไรประกอบ
รูปสุดท้ายนี้เป็นภาพนูนต่ำ มีเยอะหลายอันและสมบูรณ์มาก (พยายามมองหา Blue Eyes White Dragon แต่ไม่พบ)
ห้องถัดไปอยู่ด้านหลัง Main hall เป็นห้องแอฟริกา มีสัตว์ประหลาดแนวๆ หลายตัว เห็นแล้วนึกถึงเกม Grim Fandango
ทะลุห้องแอฟริกาไปจะเป็นบันไดขึ้นชั้นสอง แถวนี้จะเป็นห้องเอเชียตะวันออกไกล (เกาหลี ญี่ปุ่น จีน) พวกนี้บ้านเราคุ้นเคยกันเยอะแล้วเลยไม่ได้เข้าไปดู ถ่ายมาเฉพาะเทวรูปตรงบันไดนิดหน่อย
ห้องไฮไลท์อยู่ชั้นสอง นั่นคือห้องมัมมี่ครับ (บล็อกช่วงถัดจากนี้ไป Parental Advisory)
ที่ชอบมากคือเครื่องประดับชุดนี้ ภาษาปัจจุบันต้องบอกว่า cult แต่มันสร้างเมื่อหลายร้อยปีก่อนคริสตกาล


ห้องถัดไปอีกเป็นส่วนของเปอร์เซีย อัสซีเรีย และประเทศแถวๆ อิหร่านปัจจุบัน เน้นเครื่องประดับและรูปปั้น







เสร็จจาก British Museum แล้ว เรามุ่งหน้าไปกินเป็ดย่างร้าน Four Seasons ยอดฮิตของคนไทยที่ย่าน Bayswater นั่งรถไฟใต้ดินไปได้เลย อยู่เกือบติดสถานี
รูปนี้ถ่ายระหว่างยืนรอทีมงานหน้าสถานี ร้านขายของที่ระลึกสำหรับทัวริสต์ (ซึ่งสินค้าเหมือนๆ กันเกือบทุกร้าน) เอาเสื้อเบอร์ 9 มาแขวนกันเกือบหมด แสดงว่ากลายเป็นขวัญใจคนใหม่ไปแล้ว (อีกตัวที่เห็นแขวนอยู่ประปรายคือ เสื้อสีน้ำเงินเบอร์ 14 Drogba)
ทีมงานมาครบก็ได้เวลาเคลื่อนขบวนไปร้าน
เป็ดย่าง ของบังคับสั่งถ้าคุณเป็นคนไทย ผมว่ามันก็อร่อยดีประมาณนึง แต่ไม่ถึงขนาดต้องแพ็กกลับไปกินเมืองไทยแบบที่ไฮโซบ้านเราชอบทำกัน
หมูกรอบ ก็ใช้ได้
ปลาหมึกผัดพริกเกลือ อันนี้กลางๆ
ผัดหมี่สิงคโปร์ ไม่ค่อยอร่อย ถ้าไปอย่าสั่ง
คะน้าน้ำมันหอย กินผักกันบ้าง
ของสำคัญขาดไม่ได้ พริกตัดเลี่ยน
กินเสร็จข้ามถนนไปผับฝั่งตรงข้าม ดูเยอรมันปราบม้ามืด แกล้มด้วยพายุฝนฟ้าคะนอง (ที่ออสเตรีย) และ Pepsi Raw
จบวันที่สอง
ช่วงนี้เริ่มหมดมุกเที่ยว ไว้ไป museum บ้างดีกว่า
ขำตรงเป็ดย่าง :D
ถ้ามีเวลา น่าไป tate
ชอบคำเรียกบริติชมิวเซียม
เพราะก็คิดคล้ายๆแบบนั้น
ความจริงก็ไม่เคยไป
แต่อาที่เคยไปก็เล่าให้ฟัง
ฟังแล้วก็งงๆว่าสรุปชื่อเป็นบริติช แต่ที่โด่งดังคือของที่ไปขนมาจากอิยิปต์ โฮะ โฮะ