โดยส่วนตัวแล้วไปจับๆ iPhone (ทั้งแบบเก่าและ 3G) มาหลายรอบ แต่ไม่เคยได้มีโอกาสนั่งเล่นจริงๆ จังๆ เสียที
วันนี้นัด @erawat มากินข้าวเย็นกัน แถมมีฟุตบอลอังกฤษ-โครเอเชียต่อ เจ้าตัวมาพร้อมกับ iPhone 3G พร้อม data plan unlimited เลยขโมยมาเล่น ผลสรุปคือบอลแทบไม่ได้ดู
ลองเล่นบางฟีเจอร์เท่านั้น จะเรียกว่ารีวิวคงไม่เหมาะนัก เอาเป็น “ประสบการณ์การใช้งาน” ละกันนะ
ฮาร์ดแวร์
- ในแง่ของฟีเจอร์คงไม่มีอะไรให้พูดถึงนัก แต่รู้สึกได้ว่า UI ของ iPhone มันหน่วงนิดๆ คงเป็นขีดจำกัดของ CPU
- เมื่อรวมกับเครือข่าย 3G ของ O2 ซึ่งไม่เร็วเท่าไร (เมื่อเทียบกับ Wi-Fi) เลยทำให้ประสบการณ์ใช้ iPhone ท่องเน็ต ยังห่างไกลจากการเป็น “อุปกรณ์ในฝัน” อยู่พอสมควร
- 3G ดูดแบตโคตรๆ อันนี้ยืนยัน เป็นปัญหาทางวิศวกรรมที่ต้องแก้กันต่อไป
- เวลาพลิกเครื่องมาเป็นแนวนอน บางครั้งไม่เวิร์ค แถมหน้าจอมันหมุนช้าไม่ทันใจวัยรุ่น ไม่รู้ว่าอย่างหลังนี้เป็นเพราะใส่เอฟเฟ็กต์มาเยอะเกิน หรือเครื่องมันช้าเอง
OS/GUI
- จุดที่มีปัญหามากในส่วนของ GUI คือปุ่ม Back One Level ที่ไม่สามารถเดาได้ว่ามันจะโผล่มาตรงไหน (โดยทั่วไปอยู่มุมซ้ายบน แต่ก็ไม่เสมอไป) ถือเป็น usability inconsistency อย่างมาก ยิ่งถ้าเทียบกับมือถือปกติที่มีปุ่มนี้เป็น hard key ตายตัว ทำให้การ navigation ระหว่างแต่ละหน้าจอของ iPhone ทำได้ยากพอสมควร ปัญหานี้แก้ได้ด้วย HIG แต่ถ้าไม่ทำแต่แรกก็ยากแล้ว
- อันที่สองคือ GUI ส่วนของการ search ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็ implement ต่างกันไปเช่นกัน คนใช้งงตายพอดีว่า ถ้าอยาก search ต้องทำอย่างไร
- อย่างที่สามคือวิธีในการ scroll หน้า เหมือนจะไม่มีวิธีสะดวกๆ ในการเลื่อนไปยังจุดบนสุด-ล่างสุดของหน้า (ถ้ามีรบกวนบอกด้วยนะครับ) เวลาเจอหน้ายาวๆ นี่จอดสนิท
- ไม่มี multi-tasking ก็เป็นปัญหาสำคัญ แต่ข้อนี้พอให้อภัยได้เพราะว่าถ้ามี มันจะทำให้การจัดการทั้งด้าน process และ task switching UI ซับซ้อนขึ้นมากมาก
- แต่การไม่มี multi-tasking ก็ทำให้ชีวิตลำบากมาก เช่น ได้ URL มาทางข้อความทางใดทางหนึ่ง การสลับไปเปิด Safari เพื่อดูลิงก์ ทำให้งานเดิมไม่ต่อเนื่อง (Twitterific มีวิธีแก้ปัญหานี้ที่น่าสนใจ คือ สร้างเบราว์เซอร์ภายในของตัวเอง จะได้ไม่ต้องสลับโปรแกรมใหม่)
- โปรแกรมพื้นฐานบางตัวยังมีฟีเจอร์ไม่ครบถ้วนนัก เช่น Weather
App Store
- ทดลองดาวน์โหลด App ฟรีมาหนึ่งตัว ก็พบว่ากระบวนการดาวน์โหลด-ติดตั้ง (ผ่าน 3G) ทำได้ราบรื่นมาก
- แต่ UI ของ App Store มันด้อยๆ ไปหน่อย คือผมคิดไม่ออกเลยว่าจะมีคนนั่งอ่านรายชื่อโปรแกรมใน Category/Features ของ App Store แล้วใช้ข้อมูลแค่นั้นดาวน์โหลดโปรแกรมมาลอง น่าจะเป็นการอ่านรีวิวในเว็บ จากนั้นจำชื่อไปค้นใน App Store อีกรอบหนึ่งมากกว่า
Safari
- การดูเว็บด้วย Safari ยิ่งแสดงข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ของ iPhone คือเวลาเลื่อนหน้าเร็วๆ มันจะแสดงผลตามไม่ทัน (ทั้งที่ข้อมูลภาพของหน้าเรนเดอร์ไว้ใน framebuffer แล้ว)
- หน้าจอป้อน URL ทำดี มี URL เก่าที่เพิ่งใส่ให้ และมีปุ่มอำนวยความสะดวกพวก . / .com มาให้ครบ
- ฟอนต์ภาษาไทยเรนเดอร์ไม่สวย คือจังหวะที่ฟอนต์เล็กมากๆ จนต้องปิด hinting เพื่อความคม แต่ปรากฎว่าพี่ท่านเล่นเปิด hinting ตลอดกาล (จะโชว์เหนือหรือคิดไม่ถึงก็ไม่ทราบ) มันเลยเบลอๆ
Maps
- มี GPS แล้วทำงานดีเยี่ยม
- GUI งงๆ ไปเล็กน้อย ปุ่มซ่อนเยอะเกิน
- Pinpoint ปัจจุบันควรจะแสดงเป็น default แต่แรกเลย ไม่ต้องกดให้แสดงเอง
- การป้อนที่อยู่และค้นหาสถานที่ยังทำได้ยาก ถึงแม้ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษก็ตาม
- ยังคิดไม่ออกเลยว่า ฟีเจอร์นี้จะใช้กับเมืองไทยอย่างไร (อ่าน Problem of Location-Based Service in Thailand) ขนาดในอังกฤษ Maps ดี ก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ mature พอกับที่ต้องการ
Keyboard
- พิมพ์ยากมาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ ทำให้ปุ่มติดกันมากและกดผิดได้ง่าย
- auto-correct ทำงานได้ค่อนข้างดี
- ค้นพบว่าท่าที่เหมาะที่สุดคือเอามือซ้ายจับ แล้วเอานิ้วชี้มือขวาจิ้มทีละตัว ใช้นิ้วโป้งสองมือแบบในโฆษณานี่ไม่เวิร์ค
- ที่คิดว่าแอปเปิลพลาดอย่างแรง คือไม่ใส่ปุ่ม . (ซึ่งใช้เยอะในประโยคภาษาอังกฤษ) เข้ามาในหน้าคีย์บอร์ดหลัก ดังนั้นถ้าอยากพิมพ์ . ต้องสลับมาเป็นโหมดตัวเลขก่อนทุกครั้ง เปลืองพลังโดยใช่เหตุ
- ผมยังเชื่อว่า hard keyboard เป็นทางออกที่ดีกว่า รอดู HTC Dream ว่าจะเวิร์คแค่ไหนกับคีย์บอร์ดสไลด์และหน้าจอสัมผัส
Twitter Solution
- Twitterific (เวอร์ชันฟรี) ห่วย คิดว่า UI สำหรับ Twitter client ที่ดีคือ tab-based interface เหมือนกับ Twitterfox หรือ Twhirl
- ลองใช้ Twinkle แล้วเซ็ตไม่เป็น (เห็น @erawat ไปจัดการจนมันเวิร์กแล้ว ผมคงโง่เอง)
- m.twitter.com ก็ห่วย เอาไว้อ่านอย่างเดียวพอ ไม่ควรตอบกลับผ่านช่องทางนี้
โดยสรุปคือถึง iPhone 3G + App Store ecosystem จะถือเป็น leap ahead ของวงการมือถือ แต่มันยังห่างไกลจาก “dream device” ที่ทุกคนฝันถึง และยังมีจุดบกพร่องอีกมาก ทั้งในแง่การใช้งานตามที่เขียนไปทั้งหมดนี้ และในแง่การเป็นระบบปิด (ที่ใครๆ ก็รู้)
ผมเชื่อว่า GUI มันเลียนแบบกันได้ง่ายๆ ที่ iPhone มีอยู่ทั้งหมดนี้ Android สามารถเลียนแบบได้ไม่ยาก และถ้า Android สามารถสร้างแพลตฟอร์มที่เข้มงวดน้อยกว่านี้ แต่ยังคงรักษาระดับความเข้ากันได้ของเวอร์ชัน fork ด้วยการ certify ก็มีสิทธิ์แซงแอปเปิลได้
โดยส่วนตัวคิดว่าแอปเปิลจะอยู่กับฮาร์ดแวร์ของ iPhone 3G ตัวนี้ไปอีกนานพอสมควร (อย่างน้อยน่าจะ 1.5 ปี) ก่อนจะออก iPhone รุ่นที่สาม (โดยระหว่างนี้จะใช้วิธีอัพเกรดเฟิร์มแวร์ตีกินไปเรื่อยๆ) ถ้าอุปกรณ์ที่ทรงพลังกว่าอย่าง NVIDIA Tegra ออกมาเร็วพอ บัลลังก์ก็น่าจะสะเทือนเหมือนกัน