Wicked

อีกอย่างหนึ่งที่ควรทำเมื่อมาถึงลอนดอนแล้ว คือการไปดูละครเพลง (ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Musical เฉยๆ ไม่มีสร้อย) เพราะเมืองที่มีอัตราความหนาแน่นของโรงละครเพลงขนาดนี้มีไม่เยอะนัก (ลอนดอน, นิวยอร์ก, ปารีส) ถ้าใครเคยมาคงเห็นโฆษณาละครเพลงในรถไฟใต้ดินหรือหนังสือพิมพ์ ซึ่งแปะกันมากมายเหมือนโฆษณาครีมทาหน้าขาวในบ้านเรา

ถิ่นโรงละครในลอนดอนเค้าจะเรียกว่า West End ซึ่งมันจะอยู่กลางเมือง ระหว่าง Oxford Street กับแม่น้ำเทมส์ มีโรงละครกระจายตัวอยู่เป็นระยะๆ

ไหนๆ เรามาเป็น londoner ก็ไปดูเสียหน่อย ละครเรื่องที่ดูคือ Wicked ต่อไปนี้เป็นสปอยล์เรื่องย่อบางส่วน

Elphaba เป็นลูกสาวของเจ้าเมืองห่างไกล แม่ของเธอตายไปนานแล้ว เธอเกิดมาผิดปกติเพราะมีผิวสีเขียว และโดนกลั่นแกล้งเสมอมา เมื่ออายุถึงเกณฑ์ พ่อก็ส่งเธอกับน้องสาว Nessarose ซึ่งพิการต้องนั่งรถเข็น มาเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมืองอื่น

ที่มหาวิทยาลัย Elphaba ซึ่งเป็นเด็กเรียนเงียบๆ ติ๋มๆ เฉิ่มๆ ก็มาพบกับ Galinda หรือ Glinda สาวสวยผมบลอนด์แสนจะคุณหนู และชอบการเป็นจุดสนใจ ทั้งสองคนไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก แต่โชคชะตาชักนำให้กลายมาเป็นรูมเมทกัน

Elphaba แสดงความสามารถด้านเวทย์มนต์ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ครูใหญ่ของมหาวิทยาลัยสนใจในตัวเธอมา และชักชวนให้เธอไปเอาดีด้านแม่มด จุดนี้ทำให้ Galinda อิจฉาเธอมาก นอกจากนี้ ทั้งสองสาวยังหลงรัก Fiyero ชายหนุ่มรูปงามพร้อมกันอีกด้วย แต่เนื่องจากความโดดเด่นของ Galinda ทำให้ Elphaba ยอมที่จะถอยออกมาเงียบๆ

ครูใหญ่ส่ง Elphaba ไปหาจักรพรรดิที่เมืองหลวง เธอชวน Galinda ที่กำลังเริ่มเป็นมิตรกันไปด้วย เมื่อพบจักรพรรดิ เขาขอให้ Elphaba อ่านหนังสือเวทย์มนต์โบราณที่ไม่มีใครอ่านออก ซึ่งผลปรากฎว่าทำให้ลิงของจักรพรรดิมีปีกงอกออกมา มาถึงตอนนี้ Elphaba รู้ว่าเป้าหมายของจักรพรรดิคือใช้ลิงควบคุมสัตว์ในอาณาจักรไม่ให้แข็งข้อ และเชิดชูมนุษย์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ จักรพรรดิขอให้เธอร่วมมือแต่เธอปฏิเสธ เธอจึงหนีไป แต่ก่อนหน้านั้นเธอชวน Galinda ให้หนีไปด้วยกัน Galinda ซึ่งยึดติดกับลาภยศชื่อเสียงไม่สามารถตัดใจได้ โชคชะตาของสองสาวจึงพลิกผันนับแต่นั้น

หลายปีต่อมา ระหว่างที่ Elphaba กำลังกลับมาที่อาณาจักรอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือสัตว์ บ้านหลังหนึ่งจากแคนซัสก็ถูกลมพัดลอยตกลงมาทับบ้านของ Nessarose

และเรื่องราวที่เรารู้จักกันดีก็เริ่มต้นขึ้น...

คำเฉลย

  • Elphaba = แม่มดชั่วร้ายแห่งทิศตะวันตก
  • Nessarose = แม่มดชั่วร้ายแห่งทิศตะวันออก
  • Galinda = แม่มดฝ่ายดีแห่งทิศใต้
  • Fiyero = หุ่นไล่กา
  • จักรพรรดิ = พ่อมดแห่ง Oz
  • เมืองหลวง = เมืองมรกต
  • เจ้าของบ้าน = โดโรธี
Wicked - Apollo Victoria

Wicked เป็นละครเพลงที่ดัดแปลงมาจากนิยายปี 1995 เรื่อง Wicked: The Life and Times of the Wicked Witch of the West ของ Gregory Maguire ซึ่งเป็นการนำเอา The Wizard of Oz มาตีความใหม่

การตีความของ Maguire นั้นโดดเด่นมาก เพราะจับเอาตัวร้ายใน The Wizard of Oz คือแม่มดร้ายแห่งทิศตะวันตก (ที่โดโรธีเอาน้ำไปสาด) มาเป็นนางเอก และแต่งเรื่องให้เธอเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกับแม่มดฝ่ายดี (ซึ่งกลายมาเป็นสาวคุณหนูน่าหมั่นไส้ อารมณ์เดียวกับ Legally Blonde) สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นเสียอย่างนั้น

เนื้อเรื่องจับความตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ใน The Wizard of Oz หลายปี จนมาถึงหลังเหตุการณ์ใน Oz เล่มแรกนิดหน่อย ช่วงเหตุการณ์ใน Oz นั้นกลายมาเป็นส่วนเล็กๆ ภายใน Wicked เท่านั้น

ที่สำคัญคือ Wicked อธิบายว่าทำไม Elphaba และ Nessarose จึงกลายมาเป็นแม่มดร้าย (คือเพราะโดนบีบ และต้องจำใจ) ส่วน Galinda นั้นก็มาเป็นแม่มดฝ่ายดีแบบไม่ได้อยากเป็นเท่าไรนัก ถือเป็นการตีความที่เป็นผู้ใหญ่มากๆ ต่างจาก Oz ต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง

เรายังเจอตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง Oz มาเป็นตัวประกอบใน Wicked ด้วย เช่น หุ่นไล่กาและหุ่นกระป๋อง (ซึ่งใน Wicked อธิบายว่า เดิมเป็นคน แต่มาโดนคำสาป) สิงโตตอนยังเป็นลูกสิงห์ พ่อมดแห่ง Oz ที่กลายมาเป็นตัวร้าย และโดโรธี (ซึ่งโผล่มาแค่เงา ไม่แสดงหน้าตาให้เห็นชัดๆ)

ในฐานะที่ผมเป็นผู้อ่าน Oz ที่มาดูละคร Wicked ก็ประทับใจมากๆ กับรายละเอียดเหล่านี้ที่สร้างขึ้นมา แถมยังสอดคล้องกับเหตุการณ์ใน Oz เป็นอย่างดี แต่ต้องหมายเหตุไว้นิดนึงว่า หนังสือกับละครนั้นต่างกันในรายละเอียดอยู่บ้าง ฉบับหนังสือจะโหดกว่าละครพอสมควร อันนี้ไว้มีโอกาสได้หนังสือมาอ่านแล้วจะมาเขียนถึงอีกทีครับ Wicked ฉบับละคร เริ่มแสดงในลอนดอนปี 2006 (แสดงในนิวยอร์กก่อนหน้านั้นนิดหน่อย) และทำลายสถิติด้านรายได้มากมาย

ส่วนของละครก็ทำได้เยี่ยม โปรดักชันอลังการ (โดยเฉพาะฉาก Elphaba แสดงอิทธิฤทธิ์ ตอนจบของครึ่งแรก) ฉากเคลื่อนไหวได้ ผู้แสดงเล่นดี (โดยเฉพาะคนที่เล่นเป็น Galinda) เสียงไพเราะชัดเจน เพลงเพราะ

ข้อเสียที่คิดออกคือ เพลงเพราะจริง แต่ว่าไม่มีเพลงไหนโดดเด่นเป็นที่จดจำได้เหมือนละครเพลงของ Andrew Lloyd Webber (เช่น "The Music of the Night" ใน Phantom of the Opera หรือ "Don't Cry for Me, Argentina" ใน Evita) แล้วก็ครึ่งหลังจะสนุกน้อยกว่าครึ่งแรกอย่างมีนัยยะ

ปัญหาอีกอันคือฟังไม่ค่อยออก ถ้าอยากเข้าใจเรื่องต้องเพ่งสมาธิไว้กับหูอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ฟังไปดูไปกินขนมไปก็ยังรู้เรื่องแบบละครเพลงภาษาไทย แต่อันนี้เป็นปัญหาของผมเอง

ผมดูแบบบัตรราคา 25 ปอนด์ ซึ่งอยู่ไกลเกือบสุดท้าย เห็นผู้แสดงตัวนิดเดียว แต่เทียบกับราคาบัตรแถวหน้าๆ ตกประมาณ 60 ปอนด์แล้ว แบบนี้ก็โอเคละ ไว้อู้ฟู่กว่านี้เมื่อไร หวังว่าจะได้มาดูแถวหน้าสุดสักที (เห็นว่ามีตั๋วแถวหน้าราคาถูกต้องไปซื้อแต่เช้าที่โรงด้วย แต่ถามคนเคยดูบอกว่า ไม่เคยไปซื้อทัน)

Wicked Stage
เวที ถ่ายตอนพักครึ่ง ที่เห็นนี้คือชั้นล่าง

วิธีซื้อบัตรที่สะดวกที่สุด น่าจะไปซื้อด้วยตัวเองที่ร้านขายบัตรละครใน Leicester Square เพราะจะเสียค่าจองน้อยมาก (20 เพนนีมั้ง) เทียบกับซื้อจากเว็บจะโดนฟันหัวคิวไป 3-4 ปอนด์ค่า booking fee แถมราคาบัตรแถวไกลๆ ราคาถูกก็ไม่ต่างกันมากนัก เล่นวันละรอบตอน 19.30 ที่โรงละคร Apollo Victoria อยู่ติดสถานีรถไฟ Victoria ออกมาจากสถานีเจอทันที บางวันมีเล่นสองรอบ

ถ้าใครสนใจ ในเว็บไซต์ของ Wicked มีวิดีโอตัวอย่างให้ดู ยาวพอสมควร (แต่ของจริง หนังสือมันเปล่งแสงไม่ได้แบบในวิดีโอนะ)

Comments

เพิ่งรู้่ที่มาของพ่้อมดอ๊อซ
หนุ่มรูปงามกลายเป็นหุ่นไล่กาไร้หัวใจซะงั้น

อยากจะบอกว่า ไปดู Wicked แบบตัวตัดที่ญี่ปุ่นมาเหมือนกัน
ฟังไม่ออกหนักกว่าซะอีก เพราะตอนไปดูไม่มีข้อมูลอะไรเลย
แต่ประทับใจเพลง ชนิดที่เรียกว่า จำติดหูอยู่เลย

ฉากตอนที่ Elphaba บินตอนจบ เพลงชื่อว่า Defying Gravity หาเนื้อมาร้องตามแล้วเพราะมาก แถมฟังแล้วขนลุกสุดๆ

ตอนจบ ก็แสนจะเท่ ไปชมได้ที่นี่ครับ

http://www.youtube.com/watch?v=MRUeEJQSKbs

http://www.youtube.com/watch?v=-x5rC8Lf8yk

เอา version ญี่ปุ่นมาให้ดูกัน
เสียงดีใช่ย่อยครับ

พึ่งไปดูมาเมื่อวานคัป....ที่เกาหลี....แฮ่ๆ ได้ตั๋วฟรี นั่ง VIP ซะด้วย....
สนุกมากๆ คัป ทั้งฉาก แสงสี เสียง.....เปน 3 ชม. ที่ไม่ง่วงเลย............นักแสดงแต่ละคน ก็สุดยอดมากๆ