Mobile Input System: Actual Experience

เมื่อปี 2008 ผมเคยเขียนเรื่อง Thai Input Method on Mobile Phone แบบยาวๆ เอาไว้

หลังจากนั้น ไอเดียเรื่องระบบป้อนข้อมูลภาษาไทยบนมือถือ ก็ถูกต่อยอดใน Ask Blognone: ปัญหาคีย์บอร์ดภาษาไทยบนมือถือ และ รายงานการประชุม คีย์บอร์ดภาษาไทยบนมือถือ (ขอบคุณเจ้าภาพ NECTEC และ @pornprom)

นอกจากนี้ผมยังเคยอัญเชิญ @james_clark ซึ่งเป็นคนที่ "มองทะลุ" ระบบภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์มากที่สุดคนหนึ่งที่รู้จัก มานั่งคุยตัวต่อตัวสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกครั้งหนึ่ง

จากการพูดคุย สนทนา ออกไอเดียทั้งหมด เลยได้ข้อสรุปว่า มันยากมากถึงยากที่สุด ลำพังภาษาไทยก็ยากอยู่แล้ว เรายังมาเจอข้อจำกัดเรื่องนโยบายจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ไปจากเวอร์ชันที่ขายทั่วโลกอีกด้วย

บล็อกข้างต้นนั้นผมเขียนสมัยที่ยังใช้มือถือที่เป็น Numpad/T9 อยู่ กรอบความคิดส่วนใหญ่เลยยังอิงกับมือถือแบบ 12 ปุ่มเป็นหลัก ไอเดียสำหรับมือถือจอสัมผัสถือว่าเป็น assumption ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนัก

เวลาผ่านมาอีก 1 ปีกว่า ได้ใช้มือถือจอสัมผัส 2 ตัวคือ BlackBerry Storm กับ HTC Magic รวมถึง iPhone ของคนอื่น ก็สามารถประเมิน implementation ของมือถือในปัจจุบันได้มากขึ้น ยิ่งในช่วงปลายเดือนมกราได้ไปเที่ยวเชียงใหม่-เชียงราย เวลาส่วนมากอยู่บนรถ และใช้อินเทอร์เน็ตทำงานประจำวันผ่านมือถือ ถือว่าเป็นการบังคับตัวเองให้ใช้มือถือทำงานจริงในชีวิตประจำวันอย่างเต็มที่ และได้ข้อสรุปดังนี้

  • มือถือในปัจจุบันสามารถใช้ "อ่าน" เนื้อหาและข้อความได้ค่อนข้างโอเค ไม่ว่าจะเป็นอีเมล, tweet, เว็บ (ส่วนของเว็บยังมีปัญหาเรื่องการประสานงานกับ desktop browser ซึ่งพอเรามีเครื่องมืออย่าง Weave Sync แล้วน่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้อีกเยอะ)
  • สำหรับการ "เขียน"
    • ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ผมยินดีพิมพ์ด้วย on-screen keyboard ประมาณ 1-2 ย่อหน้า ในกรณีที่มีอีเมลด่วนๆ ต้องตอบ
    • ถ้าเป็นภาษาไทย ระยะที่อยากพิมพ์จะสั้นลงประมาณ 1-2 ประโยคเท่านั้น (ซึ่งพอดีกับ tweet) ด้วยเหตุว่า ภาษาไทยมันต้องกด shift เยอะมาก แถมวิธีช่วยสะกดคำยังไม่เป็นธรรมชาติมากนัก (ใช้ space ในการระบุจุดสิ้นสุดของคำ) การพิมพ์ภาษาไทยจึงไม่ใช่สิ่งที่น่าพึงประสงค์มากนัก
    • สุดท้ายแล้ว ในกรณีของอีเมลที่ต้องตอบเป็นภาษาไทยยาวๆ ผมใช้วิธีใส่ดาวเอาไว้กันลืม แล้วค่อยมาตอบเมื่อมีคอมพิวเตอร์ มีแป้นพิมพ์ดีๆ

ทั้งหมดนี่คือประสบการณ์การป้อนข้อมูลภาษาไทย บนมือถือแบบจอสัมผัสนะครับ จะเป็น Android/iPhone/BlackBerry/อื่นๆ คงไม่ต่างกันมาก เพราะมีข้อจำกัดทางกายภาพคล้ายคลึงกัน

แต่มือถือจอสัมผัส ไม่ใช่มือถือแบบเดียวในท้องตลาด เรายังมีอุปกรณ์แบบอื่นๆ อีกมาก

ถ้าลองแยกแยะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยหลักเกณฑ์ด้านวิธีการป้อนข้อมูล ที่ผมพอนึกออก

  1. มือถือ Numpad/T9
  2. มือถือจอสัมผัสที่ต้องใช้ stylus (รวม Nintendo DS ด้วย)
  3. มือถือจอสัมผัสด้วยนิ้ว
  4. มือถือที่มีคีย์บอร์ด QWERTY
  5. แท็บเล็ตที่เป็นจอสัมผัส ใช้นิ้ว
  6. แท็บเล็ตหรืออุปกรณ์ลักษณะเดียวกัน ที่มีคีย์บอร์ด QWERTY (แต่ไม่ใช่เน็ตบุ๊ก โน้ตบุ๊ก ที่ใช้คีย์บอร์ดเต็มของพีซี) เช่น Kindle และ e-book reader ต่างๆ
  7. อุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่มีคีย์บอร์ด QWERTY ไม่มีจอสัมผัส และไม่เข้าพวก 6 ประเภทแรก เช่น PSP, PS3, Xbox, Wii ฯลฯ

เราอยู่ในยุคเริ่มต้นของ mobile device และความหลากหลายของมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอีกไม่ช้า

Base assumption ในขณะนี้ของผม (ซึ่งมันอาจจะผิดก็ได้) คือ อุปกรณ์แต่ละแบบ ต้องการระบบป้อนข้อมูลที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ระบบอินพุตจะอิงจากคีย์บอร์ดแบบ QWERTY โดยแปรเปลี่ยนไปตามข้อจำกัดของอุปกรณ์แต่ละแบบ แต่ไอเดียหลักจะเหมือนกัน

ทีนี้พอเป็นภาษาไทยที่ยุ่งยากซับซ้อนกว่า พอมาเจอข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์และนโยบายของผู้ผลิต การจะเอาคีย์บอร์ดแบบเกษมณีมาสร้างเป็น variation ต่างๆ (ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน) มันย่อมลำบากกว่า และเกิด fragmentation of implementation กว่าภาษาอังกฤษมาก (ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และไม่ควรให้มันเกิดขึ้น)

ทางออกมี 2 ทาง

  1. สร้างมาตรฐานให้กับ implementation โดยแบ่งตามชนิดของฮาร์ดแวร์ (เช่น มือถือแบบ QWERTY ให้ใช้แป้นพิมพ์ภาษาไทยรุ่น 2553-4) ถ้ายึดตามการแบ่งคร่าวๆ ของผมข้างต้น ก็ต้องมีอย่างน้อยสัก 7 แบบ
  2. คิดค้นระบบป้อนข้อมูลภาษาไทยที่เหนือกว่าการแปลงแป้นเกษมณีในปัจจุบัน ซึ่งมันอาจจะใช้ได้บนอุปกรณ์หลายแบบก็เป็นได้ อาจจะเป็นการสั่งงานด้วยเสียง, gesture หรือวิธีถอดเสียงแบบ romanization เป็นไปได้ทั้งหมด

ทางออก #1 เป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากกว่า ส่วน #2 คือทางในฝันของเราทุกคน

ถ้าเลือกทาง #1 สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ทำ literature review รวบรวมข้อมูลในปัจจุบัน วิเคราะห์ ประเมิน และสร้างมาตรฐานขึ้นมาเท่าที่จำเป็นต้องใช้

ถ้าเลือกทาง #2 เราต้องระดมสรรพกำลังในอัตราที่มหาศาลกว่านั้นมาก เพื่อเปิดทางประเทศไทยสู่ทศวรรษใหม่ ตัวช่วยที่นึกออกในตอนนี้ อาจต้องไปกระตุ้นให้การแข่งขันเชิงโปรแกรมต่างๆ เช่น NSC หรือโปรเจคต์เด็กมหาลัย หันมาสนใจเรื่องนี้กันมากๆ แล้วหวังว่าทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติจะช่วยเราได้

ทางเลือกทั้งสองแบบอาจไม่จำเป็นต้องเป็น mutual exclusion กันก็ได้ เช่น เราอาจจะใช้ #1 ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้านี้ และลงทุนใน #2 ไปพลางๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในระยะยาว

แต่มันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มหรือไม่? เท่าที่เคยคุยกับ อ. ทวีศักดิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ท่านเสนอว่าควรจะมุ่งไปที่ #2 เลย ทำทีเดียวเอาให้คุ้ม

ผมไม่รู้จริงๆ ครับ ว่าเราควรทำอย่างไร มันอาจจะมี #3 ก็ได้

ยากมาก ยากจริงๆ แต่ไม่ทำก็ไม่ได้

Comments

สำหรับภาษาไทยบนมือถือ เรื่องการกด shift บ่อยๆนี่ ผมพอจะเห็นไอเดียดีๆของการพิมพ์ตัวอักษรแคร่บนมาจาก OSK ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า FingerKeyboard ครับ

วิธีของ FingerKeyboard ในการพิมพ์แคร่บนจะต่างกับ OSK ตัวอื่นอยู่ คือปกติตัวอื่นใช้ Gestures กัน (แท็ปแล้วลากขึ้น) แต่ของ FingerKeyboard ใช้วิธีกดแช่เอาครับ (ค่าปริยายคือ 200ms)

ผมว่าพอจะเอาวิธีนี้ไปดัดแปลงใช้กับ Physical Keyboard ได้อยู่นะครับ เท่าที่ลองใช้ดูมันลดการกด shift และพิมพ์ได้เป็นธรรมชาติขึ้นเยอะเลยครับ

ทางออกที่ 3.
ถ้าอยากพิมพ์ภาษาไทยยาวๆ ก็พกโน้ตบุ๊ค

ขอขยายความว่า ไม่ได้กวน ...
คือว่า ลักษณะงานที่ต้องอาศัยการพิมพ์ใน device เล็กๆ
โดยมาก จะไม่ได้ต้องการการพิมพ์อะไรยาวๆ อยู่แล้ว
อย่างน้อยที่สุด ลักษณะทางกายภาพของมัน ก็เหมือนบังคับว่า เราจะพิมพ์ได้ไม่นานอยู่แล้ว (เมื่อยตา เมื่อยนิ้ว)
ดังนั้น
การอยากพิมพ์อะไรยาวๆ บน device เล็กๆ
อาจไม่ใช่การตั้งโจทย์ที่ตรงกับความเป็นจริงก็เป็นได้

เพิ่งทำงานกับนักข่าวเยอะๆ เห็นได้ชัดว่าทางแก้ของบุคคลที่ต้องทำงาน mobile ตลอดเวลา คือ netbook

1. ถูก (พอที่จะซื้อเองได้ แม้เป็นนักข่าวหน้าใหม่)
2. ต่อเน็ตง่าย (ผ่านแอร์การ์ด USB) เป็นหลัก
3. พิมพ์ง่ายกว่า mobile device อันอื่นมาก
4. หน้าจอใหญ่พอที่จะทำงานเอกสาร
5. เบาพอที่จะพก (นักข่าวผู้หญิงชอบมาก)
ุ6. ทำงานได้นานพอที่จะเขียนและส่งข่าว

หมายเหตุ เท่าที่เห็นนักข่าวใช้วิธีส่งไฟล์เข้า ftp server ของสำนักพิมพ์ครับ

Add new comment