ขบวนการมวลชน - ผาสุก พงษ์ไพจิตร

เคยเป็นลูกศิษย์ของ อ. ผาสุก อยู่ช่วงเวลาสั้นๆ นอกจากจะตอบคำถามของผมเป็นอย่างดี ยังพบว่า อ. พูดภาษาอังกฤษเพราะมาก ชนิดว่าหลับตาฟังแล้วเคลิ้ม (สมัยสาวๆ คงสวยน่าดู) :P

ล่าสุดประชาไทมี ปาฐกถาฉบับเต็ม ผาสุก พงษ์ไพจิตร ทบทวนขบวนการสังคม-เสื้อเหลือง-เสื้อแดง: การต่อสู้ที่ไม่ใช่เฉพาะของชนชั้นนำอีกต่อไป มีหลายประเด็นน่าสนใจ แต่ผมติดใจประเด็นนี้มากที่สุด

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่นำโดยขบวนการมวลชน เราไม่เคยมีขบวนการกู้ชาติจากเจ้าอาณานิคม เหมือนที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรามีทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และพม่า ล้วนมีขบวนการกู้ชาติที่นำเอาคนทั้งประเทศเข้ามามีประสบการณ์ในขบวนการทาง การเมืองและสำเร็จในการขับไล่เจ้าอาณานิคมออกไป แต่เราไม่มี เราไม่เคยทำสงคราม ซึ่งดิสเครดิตชนชั้นนำของเราอย่างถึงรากถึงโคน เช่น กรณีญี่ปุ่นเมื่อแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง

การปฎิวัติล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในปี 2475 มีผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมากก็จริง แต่ไม่ได้ระดมมวลชนอย่างกว้างขวางเช่นที่เกิดขึ้นในรัสเซียหรือจีน สำหรับขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เมื่อทศวรรษ 2500 และ 2510 ขยายใหญ่กว่าเหตุการณ์ 2475 แต่ก็จำกัดฐานที่มั่นอยู่ที่เขาทึบและป่าลึก อาจเข้ามาอยู่ในเมืองบ้างประปราย แต่ไม่สามารถเคลื่อนขบวน หากเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในจีนหรือรัสเซีย ขบถชาวนาในอดีต ขบวนการเกษตรกรและกรรมกรในช่วงสมัยใหม่ก็จำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่ม ดังนั้น ระบบการเมืองไทยร่วมสมัยจึงลักษณะเป็นคณาธิปไตย หรือ Oligarchy การปกครองโดยคณะบุคคลจำนวนน้อยจำนวนหนึ่งซึ่งไม่เคยถูกท้าทายจากมวลชนอย่าง ถึงรากถึงโคน ดึงดูดส่วนหัวของกลุ่มอำนาจใหญ่ๆ เข้าเป็นพวกอยู่เสมอ โดยก่อร่างสร้างสายสัมพันธ์ร้อยรัดกันเข้าไว้ภายในผ่านระบบเครือข่าย ระบบอุปถัมภ์ และการทำธุรกิจหรือการแบ่งผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน

อ่านโทนที่ อ. ผาสุกพูดแล้ว เหมือนว่า "ขบวนการมวลชน" เป็นจิ๊กซอหนึ่งที่จำเป็นของรัฐสมัยใหม่ เพียงแต่ผู้นำไทยในอดีตมีกุศโลบายที่ดี หลบการปะทะมาได้ตลอด ทำให้ "ขบวนการมวลชน" อาจจะมาสายไปสักครึ่งศตวรรษ

ถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริง ก็น่าสนใจอย่างยิ่งว่า "ขบวนการมวลชน" ที่ไปล้อมพารากอนนั้นต่างจาก "ขบวนการมวลชน" ที่ไปล้อมจัตุรัสแดงมากแค่ไหน