อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ / Isriya Paireepairit / mk / markpeak
I am a Thai tech geek and ICT policy researcher. Co-founder of Blognone and SIU.
This is my personal blog for almost everything.
เป็นภาคต่อของ จิ้งจอกภูเขาหิมะ เขียนทีหลังแต่จับเนื้อเรื่องช่วงก่อนหน้า ความยาว 2 เล่มจบ
จิ้งจอกภูเขาหิมะ เป็นช่วงที่พระเอก "โอ้วฮุย" อายุ 27 ปี และย้อนไปช่วงที่โอ้วฮุยเพิ่งเกิดใหม่ๆ
ส่วนจิ้งจอกอหังการ จับช่วงที่โอ้วฮุยยังเด็กๆ 7-8 ขวบ และมาอีกทีช่วงวัยรุ่น 17-18 ได้ พูดง่ายๆ คือเล่าการเติบโตของโอ้วฮุยนั่นเอง
อ่านจิ้งจอกภูเขาหิมะแล้วชอบมาก พอมาอ่านจิ้งจอกอหังการแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก
คงเป็นเพราะกิมย้งพยายามจะต่อเรื่องใน "โอ้วฮุย universe" แต่แต่งแบบไม่ค่อยเนียนเท่าไร คือพยายามดึงตัวละครจากจิ้งจอกภูเขาหิมะเข้ามาใส่มากไปหน่อย อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวละครจากภาคภูเขาหิมะโคตรโง่เลย เถียงกันอยู่ได้ตั้งนานว่าโอ้วฮุยเป็นใคร ทั้งที่หลายๆ คนมีความเกี่ยวข้องกับโอ้วฮุยอยู่บ้างแล้วในภาคอหังการ
แถมในภาคภูเขาหิมะ เรารู้แล้วว่าโอ้วฮุยจะจบเรื่องโรมานซ์แบบแฮปปี้ ซึ่งก็แปลว่าในภาคอหังการ บทโรมานซ์ของโอ้วฮุยจะจบไม่แฮปปี้ (ทั้งที่กิมยิ้งเขียนบทโรมานซ์ในเรื่องนี้ได้ดีมาก) เลยเซ็งๆ เล็กน้อย
ถ้าตัดจิ้งจอกอหังการเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน มันก็สนุกในระดับหนึ่งนะครับ แต่พอเป็นเรื่องที่ต่อกัน และถ้าอ่านภูเขาหิมะมาก่อน ก็เลยไม่สนุกเท่าที่ควร
Comments
Warong Lupaiboon
30 December, 2010 - 03:41
Permalink
ผมว่าจิ้งจอกภูเขาหิมะความสนุก
ผมว่าจิ้งจอกภูเขาหิมะความสนุกมันอยู่ที่ตัวเรื่อง เทคนิคการเล่าเรื่อง
แต่จิ้งจอกอฟังการ มันดูไม่ค่อยตื่นเต้นนักในแง่นี้ อย่างไรก็ดี ผมยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ จิ้งจอกอหังการ นะครับ ความรู้สึกการเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องปากกัดตีนถีบเอาเองมันจี๊ดมาก
mk
30 December, 2010 - 11:55
Permalink
คุณจ๋งต้องอ่าน "ภูผามหานที"
คุณจ๋งต้องอ่าน "ภูผามหานที" มันปากกัดตีนถีบมากกว่าครับ คือผมอ่านจิ้งจอกอหังการแล้วสนุกในระดับหนึ่ง แต่เทียบกับ "ความบรรเจิด" แล้วยังเป็นรองนิยายเรื่องอื่นๆ ของกิมย้งอยู่มาก
คือถ้าเขียนจิ้งจอกอหังการเป็น standalone ไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่ต้องมีภาระไปผูกพันกับเรื่องอื่น น่าจะดีกว่านี้เยอะเลย ตัวโครงพอใช้ได้แล้ว
Add new comment