On Sony Strategy and the Future of TV

เมื่อวานคุยกับ @iZipBoy แห่ง MXPhone ที่งานเปิดตัว PlayBook (หัวข้อไม่ได้เกี่ยวกับ PlayBook เลย) น่าเอามาบันทึกไว้หน่อย

ผมคิดว่าสมรภูมิของโลกไอทีจะเปลี่ยนจากแท็บเล็ตไปลุยกันที่ทีวีในระยะอันใกล้ ทีวีไม่เปลี่ยนแปลงในเชิงการทำงานมานานมากแล้ว (อย่างเก่งก็เพิ่มความละเอียด ระบบเสียง 3D อะไรเทือกๆ นี้) แต่การแข่งขันช่วงถัดไปจะเปลี่ยนทีวีถึงระดับรากเหง้า คือเปลี่ยนระบบจาก broadcast ทางเดียว (ไม่ว่าจะผ่านสื่ออะไรก็ตาม) มาเป็น two-way ผ่านอินเทอร์เน็ตแทน

จริงๆ มันเป็นวิชั่นที่บิล เกตส์ เคยฝันไว้กับ WebTV (ซึ่งก็แป๊ก) นั่นแหละ แต่หลายๆ อย่างมันเพิ่งพร้อม คนที่ได้เปรียบมากในเรื่องนี้คือโซนี่ เพราะเป็นบริษัทเดียวที่เป็นเจ้าของ content ทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลง (Sony Music) หนัง (Sony Pictures) เกม (SCE) ดังนั้นการนำ content มาใช้ประโยชน์จึงง่ายกว่าเจ้าอื่นมาก

ทิศทางของโซนี่เองก็ค่อนข้างชัดคือใช้แพลตฟอร์มของ Google TV เพื่อให้ดู standard/public content (อย่าง YouTube) ได้ แล้วค่อยเพิ่ม premium content ของตัวเองลงไปผ่านบริการพวก Qriocity (ลองคิดถึงกรณี "ทีวีโซนี่ดู Spiderman 4 ได้ก่อนใคร ก่อนดีวีดีออกด้วยซ้ำ")

มูฟที่ผมว่าเจ๋งมากของโซนี่ช่วงหลังนี้คือ PlayStation Suite คือผมคิดว่า PS4 ในฐานะ single console มันจะไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว (จริงๆ เทียบ PS3 กับ PS2 ก็พอเห็นแนวโน้ม) แต่ธุรกิจเกมจะกระจายตัวไปยังฮาร์ดแวร์หลากชนิดมากขึ้น ดังนั้นคนที่ถือครอง software platform และ distributing platform จะมีชัย ซึ่ง PlayStation Suite ตอบโจทย์ตรงนี้มาก (คู่แข่งที่นึกออกคือ Steam ซึ่งก็เป็นแค่ distributing platform)

ถ้าผมเป็นโซนี่จะใช้มูฟแบบนี้

  • อัดซีพียูแรงๆ หน่อยให้ Sony TV (ที่รัน Google TV)
  • ลง PlayStation Suite มาให้เลย แถมจอย DualShock ไร้สายมาในชุดอันนึง
  • โฆษณาว่า "ทีวีที่เล่นเกม PS1 ได้ในตัว" (ถ้าเป็นไปได้ก็ทำ PS Suite สำหรับ PS2 และ PSP ด้วย ทรัพย์สินมีเยอะควรใช้ประโยชน์)

ทำแค่นี้ พวกซัมซุง แอลจี พานาโซนิก ก็มึนแล้วเหมือนกัน ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้

ทีวีแบบดั้งเดิมจะกลายเป็น commodity มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นรายเก่าก็คงต้องล้มหายตายจากไป (Philips ไปแล้ว) และก็จะเป็นช่องทางให้ผู้เล่นรายใหม่ที่มีนวัตกรรมเหนือกว่าเข้ามา

แน่นอนว่าตามกรอบวิเคราะห์นี้ แอปเปิลก็ต้องเข้ามาทำทีวีอย่างไม่มีทางเลี่ยง เพราะมันเป็นหนทางที่จะครอบครอง "ห้องนั่งเล่น" สมรภูมิสำคัญของตลาดคอนซูเมอร์

การผลิตตัวฮาร์ดแวร์ทีวีไม่ใช่เรื่องยาก แอปเปิลสามารถ OEM บริษัทไหนก็ได้ (หรือจะซื้อก็ได้) จุดที่ยากคือการสร้างความแตกต่างจากตลาด แอปเปิลมี Apple TV (software platform) + iTunes (distributing platform) อยู่แล้ว เอามายัดใส่ทีวีได้ทันที ที่เหลือเป็นเรื่องของ content ซึ่งแอปเปิลอาจเป็นรองโซนี่ในเรื่อง ownership (แต่ก็เก่งกว่าในเรื่อง partnership)

ไมโครซอฟท์ก็อาจเป็นอีกรายที่เข้ามาทำทีวี (แม้โอกาสจะน้อยกว่า) มันจะคล้ายๆ กับตอนที่มาช่วยเซก้าทำ DreamCast พอเห็นช่องทางก็ขยับขยายมาทำ Xbox เป็นเรื่องเป็นราว

ถ้าผมเป็น content owner ก็คงลงมาลุยตลาดนี้เหมือนกัน เพียงแต่อาจจะไม่ต้องทำทีวีเต็มขั้น แต่ทำ set-top box แทน เราอาจเห็นข่าว Hulu หรือ Netflix เข้าซื้อ Roku/Boxee อะไรแนวๆ นี้

คนไทยที่มีแนวคิดเรื่องนี้บ้างแล้วก็คือคุณ @nuishow ที่เพิ่งประกาศว่าจะทำเซ็ตท็อปสำหรับอินเทอร์เน็ตทีวี (ข่าวใน Thumbsup) ก็ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่าตลาดมุ่งมาในทางนี้

กลับมาที่เรื่องเกม ถ้าไมโครซอฟท์บุกมาทำทีวี (ในฐานะ integrated entertainment device) จริง คนที่ลำบากแน่ในอนาคตคือนินเทนโด ถ้ายังใช้หลัก "ข้ามาคนเดียว" แบบนี้ต่อไป ไม่รู้จะยืนระยะได้แค่ไหน

ตอนแรกว่าจะเขียนสั้นๆ เอาไปเอามายาวเฟื้อยเลยแฮะ

Comments

เป็นแนวที่คิดน่าสนใจทีเดียวครับ

เรื่อง PlayStation Suite นี่ผมก็เห็นอยู่ว่า Sony สามารถเอาไปใช้บน platform ได้หลากหลายมาก
เพียงแต่ว่าถ้าเรื่องบูรณาการของตัวเนื้อหาให้ดีกว่านี้ ประมาณว่าซื้อเกมที่ PSN แต่เอาไปเล่นได้หลาย platform (ที่พอจะรองรับได้) มันจะเยี่ยมยอดมาก เจ้าอื่น ๆ หงายหลังทันที

ตอนนี้ผมอยากได้แค่ Google TV ถูก ๆ เอามาต่อกับทีวีเล่น youtube ได้ ถ้าเล่น DVD และไฟล์วีดีโอผ่าน USB ได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว

บ่นนิดหนึ่งเรื่อง Sony Internet TV ว่าเปิดตัวมาได้น่าสนใจ
แต่พอไปถามรายละเอียดเพิ่มเติม พบว่า wifi ก็ไม่ได้ built-in มา กล้องเอาไว้คุย skype ก็ต้องซื้อเพิ่ม
ก็เข้าใจนะว่าถ้าผู้บริโภคบางกลุ่มไม่ได้ใช้แล้วมันจะทำให้ผลิตภัณฑ์ราคาแพงเกินไป
แต่คุณก็มีทีวีอยู่หลายรุ่นอยู่แล้วนี่ เฉพาะรุ่นนี้ให้มันครบ ๆ หน่อยก็ไม่ได้ ทำแบบนี้ก็ขอให้แป๊กไปก็แล้วกัน