RSS is Dead, Part 3

ภาคต่อของ RSS is Dead และ The Death of the Feed

ประเด็นมาจากบทความใน Ars Technica ชื่อ Why keeping up with RSS is poisonous to productivity, sanity โดย Jacqui Cheng ซึ่งเป็นนักเขียนหญิงคนสำคัญคนหนึ่งของ Ars

ผู้เขียนเขียนในมุมของคนข่าวไอที ที่เคยติดตามข้อมูลผ่าน RSS แต่มีเหตุให้ต้องหยุดใช้ และพบว่า "ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่" แถมรู้สึกดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมีตัวเลขข่าวค้างอ่านมารบกวนใจ

ในทางกลับกัน เธอก็ไม่ตกข่าวใดๆ เพราะวิธีการสื่อสารรูปแบบอื่นๆ เช่น อีเมล การคุยกับแหล่งข่าว หรือการอ่าน Twitter เป็นบางครั้ง (scanning) ช่วยให้ติดตามข่าวได้เหมือนกัน ในฐานะที่ผมเลิกใช้ RSS มานานมาก และอยู่ในสถานะเดียวกับเจ้าของบทความใน Ars คือต้องติดตามข่าวไอทีตลอด ก็ยังยืนยันแบบเดิมว่าโดยพื้นฐานของเทคโนโลยีแล้ว RSS มีปัญหาว่ามันไม่สามารถแยก signal ออกจาก noise ได้

ในขณะที่สมัยนี้ มีวิธีที่ดีกว่าในการ "คัดเลือก" ข่าวสารที่มีค่าสำหรับเรา ตัวอย่างที่ผมใช้ทุกวันได้แก่

  • news aggregator อย่าง Techmeme หรือ Google News
  • ตามอ่าน timeline ใน Twitter/Facebook (แบบ scanning เช่นกัน คือ สะดวกตอนไหนค่อยอ่าน ไม่สะดวกก็ปล่อยผ่าน)
  • news reader อย่าง Pulse (ซึ่งจำกัดจำนวนข่าวที่แสดง เฉพาะข่าวใหม่จำนวนหนึ่งเท่านั้น ไม่สะสมแบบ RSS reader)
  • การเช็คข่าวตามเว็บสำคัญๆ ด้วยมือบางครั้ง (แล้วแต่เวลาว่างด้วยเช่นกัน) เช่น Engadget, The Register, SlashGear, BGR, AllThingsD

นอกจากนี้ วิถีชีวิตของโลก social network ทำให้เราได้รับการ "แนะนำและส่งต่อข่าว" ที่น่าสนใจผ่านการ share/rt ของคนดังหรือ influencer ใน Twitter/Facebook/Google+

รวมๆ กันแล้ว การตามข้อมูลแบบ non-persistence ลักษณะนี้ แต่ใช้หลาย source เพื่อตรวจสอบความสำคัญของข่าวซึ่งกันและกัน ช่วยให้เราไม่พลาดข้อมูลสำคัญแบบที่ Jacqui Cheng ว่าเอาไว้

สำหรับผมแล้ว ประสิทธิภาพของวิธีนี้เท่ากับการอ่านข่าวด้วย RSS reader (ซึ่งเป็น persistence) แต่ลดความเครียดได้มากกว่าเยอะ

วิธีการนี้ (ไม่รู้เรียกอะไร social news มั้ง) เราอาจมองว่ามันเป็น "ขั้นกว่า" ของ RSS ที่ sophisticate มากขึ้น แก้ปัญหาของ RSS ได้หลายประการ (โดยเฉพาะเรื่องสำคัญคือ signal to noise) มันไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงที่มาฆ่า RSS เพราะข้างใต้การข่าวเหล่านี้ก็มี RSS อยู่ แต่เป็นพัฒนาการของ RSS ที่สมบูรณ์มากขึ้น

ผมยังยืนยันคำเดิมว่า RSS จะยังอยู่ต่อไป แต่ในฐานะ web pipe (ในความหมายของ UNIX) ที่ end-user ทั่วไปไม่ได้เห็นมันมากนัก

จบ

ป.ล. สำหรับคนที่จะเข้าคอมเมนต์ว่า "RSS ตายที่ไหน ยังใช้อยู่" ก็แนะนำให้ลองหยุดพักสักหนึ่งอาทิตย์ แล้วเข้ามาคอมเมนต์นะครับ

Comments

ผมก็ยังยืนยันคำเดิมครับว่า RSS สำหรับผมน่าจะสะดวกกว่า เพราะมันรวมแหล่ง source ข่าวจากที่ต่าง ๆ ไว้ให้ ไม่ต้องวิ่งไปอ่านจากแหล่งต่าง ๆ ให้วุ่นวาย ส่วนข่าวตาม steam ที่ไหลไปอย่างรวดเร็วนั้นผมว่ามันก็จะได้แต่ข่าวเด่น ๆ ดัง ๆ ที่คนแปะหรือแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ มันก็จะได้ตามกระแส แต่ถ้าข่าวไหนไม่ดังก็จะหลุดไปได้

อย่างไรก็ดีผมเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดหลายวันแล้วไม่ได้เคลียร์ RSS มันก็น่าสะพรึงอยู่เหมือนกัน
ซึ่งถ้าคนไม่ค่อยมีเวลามานั่งติดตามข่าว RSS มันก็คงไม่เหมาะเท่าไร

สรุปว่าใครเหมาะกับการใช้งานแบบไหนก็แล้วแต่วิถีชีวิตของตนครับ

ป.ล. ฟังคำว่า RSS จะตายแล้วรู้สึกไม่ดีเลยจริง ๆ

ผมเห็นด้วนครับว่า social network จะมาแทนที่ blog + feed ในแง่ของการมีส่วนร่วมแบบ web 2.0 (ใครยังใช้คำนี้อยู่อีกบ้างหว่า) เพราะความง่ายของมัน และสิ่งที่ผมพูดถึงเสมอ ๆ คือ notification ที่ทรงพลังสุด ๆ ทำให้การได้ข้อมูลมันรวดเร็วกว่า blog + feed มาก (อย่างน้อยในแง่ของการแสดงความคิดเห็น) เกิดการ interact กับแบบสุด ๆ

ส่วน blog + feed จะขยับไปกินพื้นที่สื่อแบบเก่าแทน คือยังคงอยู่ในฐานะแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ (ในระดับนึง) และสามารถ reference กลับได้ง่ายกว่า social network

แต่เรื่อง SNR (Signal to Noise Ratio) ผมไม่แน่ใจ เพราะหลัง ๆ รู้สึกว่า social network ของผม noise เยอะกว่า feed แฮะ

งั้นต้องใช้ว่า เมื่อหน้าฉากไม่มีที่ให้ยืนแล้วก็ได้เวลาส่งไม้ต่อ เพื่อไปทำงานหลังฉากอย่างเต็มกำลังสินะครับ

ทุกวันนี้ผมเข้า Google Reader ก็ทบไม่ได้อ่านเนื้อหาเลยครับ อ่านแต่หัวข้อข่าวอย่างเดียวเรื่องไหนน่าสนใจค่อยอ่านต่อ เรื่องไหนรู้สึกขี้เกียจอ่านก็ mark as read ไปซะเลยครับ (ส่วนใหญ่ซะด้วย 55)

ผมเองมองว่าผมใช้ RSS น้อยลงจริง แต่ก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องใช้อยู่น่ะครับ

อ่านทีแรกไม่เชื่อคำว่า RSS is Dead เท่าไหร่
แต่ลองไปอ่าน Techmeme กับใช้ Google News แล้วเริ่มเข้าใจ

ปกติผมใช้วิธีอ่าน Google Reader แล้วใช้ Postrank เพื่อเลือกอ่านเฉพาะข่าวเด่นที่คะแนนผ่านเกณฑ์ ส่วนที่เหลือไม่มีเวลาอ่านก็ Mark as read ไป

ถ้าเปรียบเทียการใช้ เวบ News aggregator กับวิธีของผม
ก็คือ News aggregator มันมี Source ที่มหาศาลกว่ามาก และ มีคนคัดกรองเอาเฉพาะข่าวที่เด่นจริงๆ มาให้อ่าน

กดจาก greader เข้ามาตอบ :3

เดี๋ยวนี้อ่าน rss วันละแป๊บๆพอ เอาที่เป็นเนื้อๆกับงานพอ

จะเอาอย่างอื่นก็อ่าน aggregator กับ twitter เอา

อ่านมาตั้งสามพาร์ทเพิ่งเข้าใจ

ถ้าในแง่นั้น RSS คงตายไปเรียบร้อยแล้วล่ะฮะ

กดจาก greader :D

ผมเลิกนิสัยเก็บอ่าน rss มาปีนึงแล้ว เข้าเฉพาะเวลาว่าง
ควบคู่กับการฝึกกดปุ่ม Mark all as read กดแล้วหายเครียดทันตา

ข้อดีของ rss reader คืออ่านแล้วสบายตากว่าเข้าเว็บ (มาก)

ผม unsubscribe ทีละเว็บทีละเว็บจนตอนนี้เหลือน้อยมาก ๆ อิกไม่นานก็คงจะคุ้มที่จะเปิดทีละเว็บ ไม่ต้องเปิด g reader อีก เพราะมั่นใจว่า social network จะทำให้เราไม่ตกข่าวดัง

ในประเด็น end-user เห็นด้วยนะครับ ตัวผมเอง คงพูดได้ว่าเป็นคน implement RSS บนเว็บคนแรกๆ ของไทย (โม้ไหมละ) แต่ตัวเอง กลับแทบไม่ได้ใช้ RSS เลย - -"

ส่วนประเด็น Web pipe ถ้าเป็นสองสามปีก่อน ผมก็คงคิดว่า RSS เป็น protocol ที่ server ใช้คุยกันได้สะดวก, แต่พอมาตอนนี้ ก็เริ่มคิดว่า JSON อาจจะเข้ามาเป็นคู่แข่งบ้างก็ได้ ด้วยความ lightweight และ human-readable ของมัน (RSS ก็อ่านได้นะ แต่ tag มันเยอะจนตาลายไปหน่อย)

เหมือน @thanr ทุกประการ

ไม่ใช่ขาดไม่ได้ แต่ไม่ยอมขาด
แต่ก็ไม่ใช่เก็บทุกเม็ด มีปล่อยผ่านเยอะเหมือนกัน (noise นั่นแหละ)

สำคัญที่ว่า เราจะเลือกแบบไหน old style หรือ new style
ซึ่งการเลือกมันก็อยู่ที่ว่าเราพอใจแบบไหนมากกว่า

Add new comment