PlayStation Vision

อ่านบล็อกของ Forrester เรื่อง Sony Bets On The Past, Forfeits the Future แล้วคิดคล้ายๆ กัน มาบันทึกลงบล็อกไว้หน่อยครับ

หมายเหตุ: ถ้าไม่ได้ตามเรื่อง PS4 ก็อ่านข่าวนี้ก่อน (และเนื้อหาอื่นๆ ในหมวด PS4)

PS4 Logo

เท่าที่ติดตามข่าวของ PS4 มาตลอดสองสามวันนี้ ผมพอสรุปสั้นๆ กับตัวเองได้ว่า "PS4 ไม่มี Vision" คือดูแล้วนึกตามไม่ออกว่าจุดขายของเครื่องคืออะไรกันแน่ มันยำๆ แนวคิดหลายอย่างเข้าด้วยกันโดยไม่มีอะไรเด่น

ก่อนจะไปไกลกว่านั้นต้องย้อนกลับมาดูว่า Vision มันคืออะไรกันแน่ อันนี้ตอบได้ถ้าเราย้อนไปดูประวัติการออกคอนโซลรุ่นเก่าๆ ในอดีต

PS1

ย้อนกลับไปไกลแค่ PS1 ก็พอนะครับ สิ่งที่ทำให้ PS1 ประสบความสำเร็จอย่างมากๆ ทั้งที่โซนี่เพิ่งเข้าสู่วงการเกมเป็นครั้งแรก เป็นเพราะ PS1 เลือกขี่ "กระแสเทคโนโลยี" ถูกตัว กระแสที่ว่าคือเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลแบบ optical disc หรืออธิบายง่ายๆ คือซีดีรอมนั่นแหละ

นินเทนโดที่เป็นเจ้าตลาดเลือกกระแสผิดตัว เลือกจะอยู่กับ "ตลับแคทริดจ์" ที่ทำมาแต่ตั้งแต่เดิม ทำให้ N64 สูญเสียแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย (และภายหลังนินเทนโดก็แก้ตัวด้วย GameCube ที่ยอมให้แผ่นเป็นสื่อบันทึกข้อมูลแล้ว)

ค่ายที่เหลือๆ จับกระแสถูกกันหมด แต่ PS1 เอาชนะคู่แข่งอื่นๆ ด้วย execution ที่เหนือกว่า นั่นคือราคาถูกกว่าใครเพื่อน (PS1 เปิดตัว $299, ส่วน Saturn เปิดตัว $399, 3DO ซัดไป $699) และความเปิดกว้างของโซนี่ทำให้จับตลาดโลกได้ดีกว่า Saturn ที่ขายดีเฉพาะในญี่ปุ่น

Vision ของ PS1 จึงเป็น "optical disc" ที่เป็นอนาคตในตอนนั้น เมื่อผนวกกับความผิดพลาดของ N64 และ execution ที่เหนือกว่าของโซนี่ ทำให้ PS1 กลายเป็นแชมป์ในยุคนั้น

PS2

vision ของ PS2 คือ horse power หรือจะเรียกว่า "สมรรถนะ" ของเครื่องเกมก็พอได้

ในยุคที่เครื่องเกมคอนโซลยังเป็นการเล่นแบบ stand-alone การแข่งขันจึงเป็นว่าทำอย่างไรจะยัดสมรรถนะ (ทั้งการประมวลผลและความจุ) ลงไปในเครื่องให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความแตกต่างเหนือคอนโซลคู่แข่ง

ถ้ายังจำกันได้ สมัย PS2 เปิดตัวใหม่ๆ มีข่าวดังตามหน้าสื่อว่า PS2 สามารถนำไปใช้คำนวณวิถีมิสไซล์ได้ (อ้างอิง) จนคนแตกตื่นกันไปทั่ว น่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าสมรรถนะของมันโดดเด่นมากในยุคนั้น

โซนี่เป็นแชมป์เก่ามาตั้งแต่ยุค PS1 ดังนั้นพอยุค PS2 เลือกกระแสถูกตัว รวมกับคู่แข่งคือ Dreamcast/GameCube มีสมรรถนะสู้ไม่ได้ ส่งผลให้ PS2 ยังเป็นแชมป์ต่อไป แถมกลายเป็นเครื่องเกมขายดีอันดับหนึ่งตลอดกาลด้วย (และในทางกลับกัน Sega ถึงกับต้องออกจากตลาดฮาร์ดแวร์ไปเลย)

PS3

โซนี่สืบทอด vision ของ PS2 คือ horse power ซึ่งเป็นสูตรที่ทำสำเร็จมาแล้วแบบถล่มทลาย ผลคือ PS3 ที่สมรรถนะสูงทั้งเรื่อง CPU Cell และแผ่น Blu-ray

แต่โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว horse power ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดอีกต่อไป คู่แข่งของโซนี่ที่เลือก vision แบบอื่นจึงประสบความสำเร็จมากกว่า

  • Wii เลือก vision เรื่อง input method แบบใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า
  • Xbox 360 เลือก vision เรื่อง network play สอดรับกับกระแสการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ทั้ง Wii และ Xbox 360 ประสบความสำเร็จมากๆ ทั้งคู่ กรณีของ Wii วูบวาบและน่าตื่นเต้นกว่ามาก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปเราก็เห็นว่า vision ของนินเทนโดมันลอกกันได้ (Kinect/PS Move)

ส่วนไมโครซอฟท์เลือก vision ถูกต้องและมี execution ที่ดีมากๆ (Xbox Live) บวกกับตัวบริการเองก็มีความเป็น network effect ทำให้คู่แข่งลอกเลียนความสำเร็จได้ยากกว่ากันมาก

PS3 ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ เพียงแต่พอเลือก vision ผิดเลยทำให้ไม่สามารถ smash hit ได้เหมือนรอบ PS1/PS2 (ยอดขายไม่ได้ทิ้งกันมาก แต่เสียแชมป์ และเสียหายระดับ Ken Kutaragi ต้องลาออกในฐานะคนเลือก vision ผิด)

PS4

พอมาถึงยุคปัจจุบัน ผู้เล่นในวงการก็เริ่มเปิดตัวคอนโซลใหม่กันแล้ว

vision ของ Wii U นั้นประกาศชัดเจนว่าเป็น "asymmetric gameplay" (อ้างอิงจากปากของ Iwata/Miyamoto) โดยใช้การเล่นผสมกันระหว่างจอย-จอ และจอย-จอย (หลายจอยเล่นร่วมกัน)

ส่วนตัวแล้วผมว่าแนวคิดมันก็พอไปได้ (ยังยากจะบอกว่าเป็น vision ที่ถูกในระยะยาวหรือเปล่า) เพียงแต่ execution ของนินเทนโดมันยากไปนิดนึง คือการเล่นมันต้องใช้อุปกรณ์เยอะมากจนน่าตกใจ (นึกไม่ออกดูคลิปนี้) ในขณะที่คู่แข่งก็มี vision ลักษณะคล้ายๆ กันนี้เหมือนกัน (แต่อาจไม่เด่นเท่า) เช่น SmartGlass ของไมโครซอฟท์ หรือ Remote Play ของ PS4

Wii U ถึงแม้ execution จะห่วยบ้างเป็นบางจุด แต่อย่างน้อยก็ยังมี vision ที่มันชัดเจน

ปัญหาคือ PS4 มันดูมั่วๆ ไปหมด อะไรของคนอื่นที่คิดว่าดีก็เอามาใส่รวมๆ กันหมด จนเกิดคำถามว่าจุดเด่นของ PS4 คืออะไร

  • horse power ก็ปรับสเปกให้แรงขึ้น (แต่โซนี่เองก็เหมือนรู้ว่ามันขายไม่ได้สักเท่าไรแล้วแหละ)
  • asymmetric gameplay ก็ใส่เข้ามา (PS Vita และ PS App บนมือถือ)
  • streaming games ก็แตะๆ กับเขาด้วย (แต่ก็ไม่ชัดเจนเหมือนพวก OnLive ที่ทุ่มสุดตัวว่าจะมาทางนี้)
  • social network ก็มีนะ Facebook integration อะไรแบบนี้ มีปุ่ม Share ในตัว ซึ่งได้อิทธิพลมาจาก mobile แน่นอน
  • input method เรื่องจอยสัมผัส กับ eye/move ก็มีเท่ากับ Wii U/Kinect
  • online gaming ก็ยกเครื่องระบบเดิม (ที่ทำสู้ Xbox Live ไม่ได้) ให้ดีขึ้น

สรุปก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า vision ของ PS4 คืออะไรกันแน่ (คลิปวิดีโออย่างเป็นทางการก็ดูไม่รู้เรื่องเลย ยกเว้นภาพสวยอย่างเดียว ซึ่งอันนี้เล่นเกมพีซีก็ได้เหมือนกัน)

กรณีของ Xbox ตัวใหม่นั้นยังไม่ทราบ คงต้องรอดูงานเปิดตัวซึ่งน่าจะโชว์ภายในปีนี้

แต่โดยส่วนตัว (อีกนั่นแหละ) ผมคิดว่า vision ของเกมคอนโซลยุคนี้น่าจะเป็น "affordable games for everyone" นั่นทำให้คอนโซลราคาถูกแต่ให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีพอ (อาจจะเทียบได้กับ PS2/PS3) อย่าง OUYA หรือ GameStick นั้นน่าจับตากว่าทั้ง Wii U และ PS4 มาก

สรุปแล้วก็คล้ายๆ กับที่ Forrester เขียนไว้คือ PS3 และ PS4 แสดงให้เห็นว่าโซนี่ยัง "ติดกรอบ" ความสำเร็จจาก PS2 อยู่ และยังไม่ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แหวกแนวให้วงการเกมสักเท่าไรเลย