Prepaid Data Simcard in Spain

อัพเดตข้อมูลปี 2015: การซื้อซิมเติมเงินเพื่อใช้อินเทอร์เน็ตในสเปน (Movistar และ Orange)

เขียนเวอร์ชัน Prepaid Data Simcard in America ไปแล้ว คราวนี้ก็เขียนของสเปนบ้างไว้ เผื่อเป็นประโยชน์แด่ชนรุ่นหลังนะครับ

การท่องเที่ยวในโลกยุค smart device นั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ Google Maps เพราะช่วยให้ไม่หลงทาง ทำให้การต่ออินเทอร์เน็ตได้ระหว่างเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญมาก ทีนี้ถ้าไปหลายวันการใช้ data roaming ก็คงไม่เหมาะ (แถม 3G ใหม่มันยัง roam ไม่ได้อีกต่างหาก) ดังนั้นการซื้อซิมเป็นทางออกเดียว

ซิมพรีเพดในสเปนเป็นเรื่องง่ายกว่าอเมริกามากๆ แต่ในอีกทางหนึ่งก็ยากมากๆ ตรงที่มันเป็นภาษาสเปนทั้งหมดนี่ล่ะครับ

Operator ในสเปน

สเปนมีโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 4 ราย (ไม่รวม MVNO) ได้แก่

  • Movistar ในเครือ Telefonica
  • Vodafone
  • Orange
  • Yoigo

ทุกรายเป็น 3G 900/2100MHz หมด ไม่มีปัญหาเรื่องระบบ CDMA เหมือนอเมริกา ดังนั้นก็เลือกค่ายไหนก็ได้ในแง่เทคโนโลยี

ตอนแรกตั้งใจใช้ Movistar เพราะอยากลองเป็นลูกค้า Telefonica แต่พอเช็คจาก Pay as you go sim with data Wikia พบว่าเงื่อนไขของ Movistar ในเรื่องพรีเพดค่อนข้างยุ่งยาก ในขณะที่เว็บของ Vodafone สเปนก็ไม่ค่อยเอื้อกับลูกค้าที่อ่านสเปนไม่ได้เท่าไรนัก

ทางเลือกที่ดูจะเหมาะสมกว่าจึงเป็น Orange ที่มีเว็บเวอร์ชันภาษาอังกฤษไว้อำนวยความสะดวกด้วย แถมโปรโมชั่นล่าสุด 1GB/month แบบพรีเพด (Ballena 12) ก็น่าจะตรงกับความต้องการที่สุด

เท่านั้นยังไม่พอ ฝั่งตรงข้ามโรงแรมที่พักอยู่ (AC Carlton Madrid ถนน Paseo Delicias) ก็มีร้าน Orange อยู่พอดี ทุกอย่างก็ดูจะง่ายดายสมบูรณ์ไปทุกอย่าง

ซึ่งมันไม่จริงเลยครับ

ซื้อซิมครั้งแรก: ร้านปิด

ทันทีที่ผมเช็คอินเข้าโรงแรมเรียบร้อย ก็วิ่งออกไปซื้อซิมทันที และพบความจริงว่า "ร้านปิด" (ร้านค้าในสเปนพักตอนบ่าย ตามที่เขียนไปแล้ว) บนป้ายแปะว่าเปิดบริการอีกที 16.30 น.

ซื้อซิมครั้งที่สอง: คนขายพูดอังกฤษไม่ได้

ความพยายามครั้งที่สองก็ฟาล์วอีก เพราะเดินเข้าไป รอคิวต่อคนสเปนมาซื้อ Lumia และมีปัญหาอะไรสักอย่างอยู่นาน เพื่อจะพบความจริงว่า "คนขายพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย" (นี่ร้านอยู่ห่างจากสถานีรถไฟหลักของเมืองไปนิดเดียวนะเนี่ย โอ้ว) พยายามพูดภาษาใบ้กันอยู่พักนึง ผมก็ยอมแพ้กลับโรงแรมดีกว่า

ซื้อซิมครั้งที่สาม: สำเร็จแล้วแต่ว่า

ผมกลับโรงแรมเพื่อเช็คข้อมูลผ่าน Wi-Fi โรงแรม (ที่มีเฉพาะล็อบบี้) ว่า Orange มีรายชื่อของ "ร้านสาขาที่พูดอังกฤษได้" ให้ด้วย เราก็เลือกเมืองที่ต้องการ ค้นหาที่อยู่ที่ใกล้เคียง (โดยเทียบกับ Google Maps) แล้วก็ออกไปซื้อ

เผอิญว่าโรงแรมที่พักไม่ได้อยู่ย่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังกลางเมือง เลยต้องเดินไปซื้อร้านที่อยู่ไกลไปอีก 2 สถานี (ชื่อร้าน CONEXION ATOCHA อยู่ถนน Atocha ใกล้สถานี Anton Martin) หน้าร้านแปะไว้เลยว่า English Speaking เข้าไปซื้อก็เรียบร้อยดีครับ หลักฐานที่ใช้มีเพียงพาสปอร์ตเท่านั้น

ชุดซิมพรีเพดของ Orange ขายราคา 20 ยูโร โดยมีเครดิตแถมมาให้ 10 ยูโร ปัญหาใหญ่หลวงคือ "มันเป็นซิมขนาดธรรมดา" ไม่มีไมโครซิมสำหรับแพกเกจแบบพรีเพด!

Orange Spain SIM Card

โชคดีแบบสุดๆ ว่าผมหยิบมือถือเครื่องที่สอง (Nexus S แบตเสื่อม) มาด้วยเผื่อใช้ดูเป็นนาฬิกา เลยได้อาศัย Nexus S ต่อเน็ตไปพลางๆ ก่อน

ซิมของ Orange เปิดใช้ครั้งแรกต้องใส่ PIN code จากนั้นเมื่อต่อเน็ตแล้วมันจะเลือก plan ให้เราอัตโนมัติคือ Delfín (โลมา) ราคา 2 ยูโรต่อสัปดาห์ ได้เน็ต 100MB ซึ่งไม่พอใช้ครับ

การเปลี่ยน plan สามารถสมัครได้ผ่านหน้าเว็บของ Orange.es จะง่ายที่สุดในกรณีที่มี Wi-Fi อยู่บ้างแล้ว (จะโทรไปศูนย์ก็ได้ถ้าฟังออกนะ) แต่เครดิตตั้งต้นมีแค่ 10 ยูโรเดิมโดนหักจาก Delfin ไปอีก การเปลี่ยนเป็น Ballena ราคา 12 ยูโร + ภาษี เป็น 14 ยูโรกว่าๆ จึงต้องเติมเงินเพิ่ม

orange-es-account

ผมก็เลยเติมที่ร้าน Orange ร้านแรกตรงข้างๆ โรงแรม มีตู้อัตโนมัติให้เติมเงินอยู่ (เติมได้ต่ำสุด 5 ยูโร -- แต่ของผมต้องเติม 10 ยูโร สรุปว่าหมดเงินไปทั้งหมด 30 ยูโรแล้วกับซิมนี้)

Orange Spain SIM Card

ปัญหาต่อมา: Proxy

คืนแรกในสเปนของผมต้องใช้เน็ตมือถือผ่าน Nexus S ซึ่งพอใช้ไปสักพักก็พบปัญหาใหม่ว่า มันโหลดเว็บและแอพไม่ขึ้นเยอะมาก (แต่ Instagram กับพวก push ดันใช้ได้) ลองแก้ปัญหาอยู่นานจนสุดท้ายพบว่า ปัญหาเกิดจากค่า APN ที่มากับซิมนั้นใส่ proxy มาด้วย ทางแก้คือเอาค่า proxy ในหน้าตั้งค่า APN ออกก็เรียบร้อย เน็ตวิ่งฉิว

ตัดซิมเป็นไมโครซิมในสเปน

เจ้าหน้าที่ที่ร้าน CONEXION ATOCHA แนะนำให้ไปตัดซิมที่ร้านมือถือในเมือง แถมแนะนำร้านมาให้เสร็จสรรพ แต่กว่าผมจะได้ไปก็อีกวันต่อมา (จะตัดซิมเองก็ไม่มีเครื่องมือ+ไม่กล้า เพราะเจ๊งไปแล้วเสียหายหนัก)

ผมเชื่อว่ามันต้องมีร้านอื่นอีกมาก แต่เผื่อคนอื่นมีปัญหาเดียวกันเลยเขียนข้อมูลแปะไว้หน่อยครับ ร้านชื่อ Solfonic ตั้งอยู่ที่ถนน Calle Espoz y Mina เลขที่ 9 อยู่ใกล้กับจัตุรัส Puerta del Sol

ร้านนี้ไม่มีตัวตนใน Google Maps นะครับ แต่พิกัดแบบใกล้เคียงที่สุดคือ ร้านนี้ ค่าตัดซิม 3 ยูโร (สรุปว่าหมดกับซิมอันนี้ไป 33 ยูโรแล้วนะเนี่ย T_T)

Solfonic Madrid

สรุป

สรุปว่าการซื้อซิมของค่าย Orange ในสเปนนั้น "รากเลือด" พอตัวครับ เพราะมีปัจจัยมากมายที่ไม่ได้บอกบนเว็บ หรือถ้ามีก็เป็นภาษาสเปนที่อ่านไม่ออก (ซึ่งประเทศนี้ไม่ค่อย support คนต่างชาติสักเท่าไร)

แต่จะสรุปว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่เลือก Orange อันนี้ก็พูดยากเพราะไม่ได้ลองเอง (ซึ่งอันอื่นอาจยากกว่านี้ก็ได้) และที่เจ็บใจยิ่งกว่าคือผมมาค้นพบในวันหลังว่า รอบๆ โรงแรมเรามีครบเลยทั้ง Movistar, Vodafone และ Yoigo (นั่นไงล่ะ)

อย่างไรก็ตาม การซื้อซิมยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะผมก็ใช้คุ้มอยู่พอตัว (ถ้าไม่มี Maps นี่หลงทางในเมือง Toledo ในวันถัดๆ มาแน่นอน) และการเล่นเน็ตได้ระหว่างการท่องเที่ยวก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากๆ ครับ (เพียงแต่ซื้อยี่ห้ออื่นอาจจะง่ายกว่านะ โดยเฉพาะ Yoigo ที่ดูจะง้อนักท่องเที่ยวอยู่เหมือนกัน ใครตามไปก็ลองให้หน่อยนะครับ)

โดยรวมแล้วทริปนี้ใช้เน็ตอยู่ประมาณ 7 วันเต็มๆ หมดเน็ตไปประมาณ 600 กว่าเมกครับ

ป.ล. ซิมของ Orange ลอง tethering แล้วไม่ได้โดยไม่ทราบสาเหตุ (เข้าใจว่าน่าจะบล็อคแต่อ่านไม่ออกอยู่ดี) สรุปว่าใช้แต่บนมือถืออย่างเดียว

อัพเดตข้อมูลปี 2015: การซื้อซิมเติมเงินเพื่อใช้อินเทอร์เน็ตในสเปน (Movistar และ Orange)