เที่ยวเมือง Barcelona ภาคหนึ่ง

มีภารกิจมากมายทำให้เขียนเรื่องสเปนไม่จบสักที จะพยายามกัดฟันเขียนให้จบโดยแบ่งเป็นตอนย่อยๆ แทน (หวังว่าจะเขียนได้เร็วขึ้น)

Sagrada Família

ถ้าไม่นับเรื่อง ชื่อเสียงของทีมฟุตบอล Barcelona FC แล้ว บาร์เซโลนาเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของสเปน อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (แน่นอนว่าเป็นเมืองท่าสำคัญ) และใกล้พรมแดนฝรั่งเศส

สภาพทางภูมิศาสตร์ของบาร์เซโลนาคือ ทางใต้ติดทะเลเป็นเส้นตรง ไม่มีอ่าวเว้าโค้งใดๆ ทางเหนือเป็นเทือกเขา บาร์เซโลนาจึงเป็นเมืองที่ถูกหนีบอยู่ระหว่างเทือกเขาและทะเลขนานกัน เมืองเก่าอยู่ทางใต้ใกล้ทะเล ส่วนเมืองใหม่ก็ขยับขึ้นมาทางเหนือ

ในอดีต พื้นที่ของบาร์เซโลนาเป็นแคว้นอิสระชื่อ "คาตาลัน" (Catalan) ก่อนจะโดนผนวกเข้ากับสเปนในภายหลัง (สเปนในอดีตเป็นหลายๆ แคว้นที่มารวมตัวกันตั้งประเทศ โดยเมืองหลวงก็อยู่แถบโทเลโด-มาดริด ตอนกลางของประเทศนั่นเอง) ทำให้เราเห็นข่าวบาร์เซโลนาและคาตาลันอยากแยกเป็นประเทศอิสระอยู่เรื่อยๆ (อีกแคว้นที่เป็นข่าวบ่อยๆ คือ บาสก์ หรือ Basque ซึ่งอยู่ติดฝรั่งเศสเหมือนกันแต่เป็นคนละฝั่งทะเล คือฝั่งตะวันตก)

ช่วงหลังกระแสรักชาติคาตาลันมาแรงขึ้นเรื่อยๆ (จะด้วยเหตุผลกลใด อันนี้ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสเปน ไม่ทราบเหมือนกัน) ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเสื้อทีมเยือนของ Barcelona FC ปีนี้เป็นสีเหลือง-แดง ซึ่งไม่ใช่สีของธรรมศาสตร์แต่เป็นสีธงชาติของแคว้นคาตาลันนั่นเอง

โปสเตอร์แบบนี้ก็เห็นได้ทั่วไปในเมืองบาร์เซโลนา

P1013112

ภาษาราชการในบาร์เซโลนาจึงมีสองภาษาคือ สเปนกับคาตาลัน ป้ายสถานที่ต่างๆ จะต้องมีสองภาษาทั้งหมด (แต่เท่าที่ทราบคือคนส่วนใหญ่ก็พูดสเปนกันได้หมด) ทัวริสต์แบบเราๆ พูดไม่ได้ทั้งคู่อยู่แล้วไม่ใช่ปัญหา

ถ้าไม่คิดเรื่องปัญหาชาตินิยม-แบ่งแยกดินแดนแล้ว เมืองบาร์เซโลนาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในยุโรป บรรยากาศจะผสมผสานกันระหว่างศิลปะคลาสสิคแบบดั้งเดิม กับความเป็นวัยรุ่นหลุดกรอบฮิปๆ ทันสมัย

แต่เท่านั้นยังไม่พอครับ บาร์เซโลนายังมีอีก 2 อารยธรรมเข้ามาแทรกแซงให้มันแตกต่างไม่เหมือนใคร

อันแรกคืออารยธรรมยานแม่ เอ้ย ไม่ใช่ละ อารยธรรมของทีมฟุตบอล Barcelona FC ที่โด่งดังชนิดว่าเราจะเห็นเสื้อแดง-เหลือง หรือแดง-น้ำเงิน ผ่านมาในสายตาทุกๆ 5 นาที (มิหนำซ้ำ ยานแม่ยุคอาณานิคมก็แปะตรา Qatar Airways ทำให้เกิดสภาพการณ์ "การ์ตาทุกหนทุกแห่ง" จนคิดว่ามาอยู่ผิดประเทศ)

Qatar Foundation

อย่างที่สองคือ อารยธรรมดาวนาเม็กครับ ไม่ได้ใช้คำกวนตีนแต่ผมว่ามันเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับคนรุ่นผมจริงๆ

เรื่องมีอยู่ว่า บาร์เซโลนามีศิลปิน-สถาปนิกขั้นเทพอยู่คนหนึ่งชื่อ อันโทนี เกาดี้ (Antoni Gaudí) แกเป็นสุดยอดศิลปินจริงๆ แต่เป็นแนวที่ไม่เหมือนใครและคงไม่มีใครเหมือน

แนวทางการออกแบบของเกาดี้นั้นเอาสิ่งที่อยู่คนละสุดปลายมารวมกัน ในฝั่งหนึ่งเขาเป็นพวกบ้าคณิตศาสตร์ เรขาคณิต เน้นการคำนวณแบบลงตัวราวกับห้องทดลองของดาร์วินซี แต่ในอีกทางหนึ่งเขาก็หลงใหลในรูปฟอร์มของธรรมชาติ กิ่งไม้ใบหญ้า ดอกไม้ สัตว์ เส้นโค้งมน ลายก้นหอย

สถาปัตยกรรมแนวเกาดี้จึงออกมาหน้าตาแบบที่เห็น มันแหวกมาก!

Casa Milà

ใครจะว่ายังไงก็ไม่รู้แหละ ผมว่ามันคือดาวนาเม็กชัดๆ!

เท่านั้นยังไม่พออีก เกาดี้ไม่ได้เป็นศิลปินเพียงอาชีพเดียว เขายังเป็นผู้เคร่งศาสนาโรมันคาธอลิคเป็นอย่างมาก เมื่อศรัทธาที่ล้นเหลือของเขามาบวกกับสไตล์ที่สุดขั้ว มันเลยออกมาเป็นโบสถ์ภาพแรกสุด Sagrada Família มหาวิหารสัญลักษณ์แห่งเมืองบาร์เซโลนานั่นเอง (โบสถ์นี้สร้างมาเกิน 100 ปีแล้วและยังไม่เสร็จ และคาดว่าจะเสร็จในปี 2027!)

รายละเอียดเรื่องโบสถ์ของเกาดี้เดี๋ยวจะเขียนถึงในบล็อกตอนต่อๆ ไป

ข้อมูลเบื้องต้นของเมืองบาร์เซโลนาก็ตามนั้นครับ ต่อไปเรามาดูข้อมูลพื้นฐานด้านการเดินทางภายในบาร์เซโลนากันบ้าง

เดินทางโดยรถไฟ

ผมเดินทางจากมาดริดมาบาร์เซโลนา โดยนั่งรถไฟความเร็วสูง AVE มา (อ่านในบล็อก ประสบการณ์นั่งรถไฟความเร็วสูงในสเปน)

สถานีรถไฟหลักของบาร์เซโลนาคือ Barcelona-Sants อยู่ตอนกลางๆ ของเมือง

Barcelona Sants

การเดินทางภายในบาร์เซโลนาก็ค่อนข้างสะดวก มีรถไฟใต้ดินหลายสาย (แต่ผมเลือกใช้วิธีขึ้นรถบัสแบบเปิดประทุนแทน เพราะสะดวกกว่าถ้ามีเวลาหนึ่งวันเต้มๆ)

เดินทางโดยเครื่องบิน

สนามบินหลักของบาร์เซโลนาคือ El Prat อยู่ติดทะเลเลย ออกจากตัวเมืองไปไม่เยอะ ห่างไปทางตะวันตก-ใต้ สามารถเดินทางได้สะดวกจากสถานี Barcelona-Sants มีรถไฟ (ที่ไม่ใช่ใต้ดิน) วิ่งตรงไปเกือบถึงสนามบิน (ต้องเดินต่อเล็กน้อยจากสถานีรถไฟมายังตัวสนามบิน และต้องต่อรถบัสไกลอยู่ถ้าจะไปเทอร์มินัลใหม่)

Barcelona Airport

หน้าตาเทอร์มินัลใหม่ก็สวยงามอยู่ครับ

Barcelona Airport

ภาษาราชการ 2 ภาษา + ภาษาอังกฤษสำหรับแขกต่างชาติ เล่นเอาป้ายรกไปเลย

Barcelona Airport

ที่ผมว่าเจ๋งสุดก็อันนี้ ทำยังไงก็หนีไม่พ้น (Botiga เป็นชื่อของ offical store สำหรับคนที่สงสัยเหมือนผม)

Barcelona Airport

รันเวย์เห็นทะเลอยู่ลิบๆ

Barcelona Airport

ร้านค้าภายในสนามบินก็มาตรฐานครับ ไม่เยอะมากแต่ก็มีให้เดินแก้เบื่อได้พอสมควร

Barcelona Airport

อันนี้ไม่เคยเจอในสนามบินแห่งไหนมาก่อน คือตรงก่อนเข้าเกตจะสามารถออกไปเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ได้ มีร้านกาแฟ Costa บริการ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับฝรั่งติดบุหรี่ยืนออกไปสูบบุหรี่คุยกัน

ที่พัก

เนื่องจากผมเดินทางคนเดียวพร้อมกระเป๋าใบโตเพราะไปหลายวัน ก็พยายามเลือกที่พักให้ใกล้กับสถานีรถไฟให้มากที่สุด จะได้สะดวกเวลาเดินทางไป-กลับออกจากเมือง (เช่น ลงรถไฟหรือไปสนามบิน)

นั่งเลือกในเว็บอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกโรงแรมนี้ครับ Hotel Medium City อยู่ห่างออกจากสถานีรถไฟไปนิดหน่อย เดินประมาณ 5 นาที เป็นโรงแรมสูงประมาณ 5-6 ชั้น ขนาดไม่ใหญ่มาก

Hotel Medium City Barcelona

หน้าตาทางเข้าโรงแรม

Hotel Medium City Barcelona

ล็อบบี้ มีคอมให้เล่นด้วย มี Wi-Fi ให้ถึงห้อง

Hotel Medium City Barcelona

Hotel Medium City Barcelona

เลือกห้องเล็กแบบนอนคนเดียว จากหน้าต่างมีเคาเตอร์เล็กๆ เตียง แล้วก็เจอตู้แล้ว เล็กจริงๆ (ขนาดนี้ก็ซัดไปแล้ว 135 ยูโรครับ รวมภาษีด้วยก็ 150 ยูโร สองคืน หารออกมาแล้วก็คืนละ 3 พันกว่าบาท T_T)

Hotel Medium City Barcelona

Hotel Medium City Barcelona

ห้องน้ำก็สะอาดสะอ้านดี ไม่มีอะไรพิเศษ

Hotel Medium City Barcelona

ข้างโรงแรมเป็นสวนสาธารณะเล็กๆ มีสนามเด็กเล่นด้วย บรรยากาศก็ชิวไปอีกแบบ แต่แถวที่อยู่นี้จะเงียบๆ ไม่ค่อยครึกครื้นมากนัก

ผมเลือกห้องพักแบบไม่รวมอาหารเช้าเพราะรู้สึกว่าแพงเกินไปหน่อย แต่ด้านหลังของโรงแรม (บล็อคเดียวกันแต่คนละฝั่งถนน) มีซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ 2 ร้านคือ Carrefour กับอีกยี่ห้อหนึ่งจำชื่อไม่ได้ เรื่องของกินตอนเช้าก็ไม่ใช่ปัญหาถ้ามาซื้อสต๊อกไว้ (ซูเปอร์ปิดวันอาทิตย์นะครับ เช็คเวลาดีๆ ด้วย)

ส่วนร้านอาหารก็ไม่ใช่ปัญหานัก เพราะระหว่างทางจากโรงแรมไปสถานีรถไฟ มีร้านอาหารฝรั่งที่เปิดโดยคนจีนอยู่ 2-3 ร้าน ราคาไม่แพง เปิดเกือบตลอดเวลา (ตามสไตล์ร้านจีนทั่วโลก) แก้ปัญหาเรื่องของกินได้อย่างเด็ดขาด

เที่ยวบาร์เซโลนาตอนแรกคงจบแค่นี้ เดี๋ยวตอนหน้าจะเริ่มออกเที่ยวกันแล้วครับ