เทพบุตรกู้บัลลังก์: กบฎอันลู่ซาน

นิยายที่กำลังอ่านอยู่ช่วงนี้คือ "เทพบุตรกู้บัลลังก์" (บล็อกตอนก่อน) ตอนนี้ออกมาถึงเล่ม 7 แล้ว

เทพบุตรกู้บัลลังก์

เทพบุตรกู้บัลลังก์เป็นนิยายเชิงการทหาร-ประวัติศาสตร์จีนในซีรีส์ "สุยถัง" ของจิ่วถู (ถือเป็นภาคสามในซีรีส์) โดยเนื้อเรื่องภาคนี้จับประวัติศาสตร์ช่วงปลายรัชกาลถังเสวียนจงฮ่องเต้ ซึ่งเกิดเหตุการณ์กบฏ (ที่ไม่สำเร็จ) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนคือ กบฏอันลู่ซาน

หลังจากปูพื้นเนื้อหามานาน 6 เล่ม ในที่สุดในเล่ม 7 นี้ แม่ทัพหัวเมืองเหนือ "อันลู่ซาน" ก็ก่อกบฏต่อราชวงศ์ถัง บุกเข้ามาเกือบประชิดนครหลวงฉางอานแล้ว

นิยายจีนเท่าที่อ่านส่วนใหญ่ไม่ค่อยเน้นประวัติศาสตร์ช่วงกลางราชวงศ์มากนัก มักเน้นช่วงรอยต่อระหว่างราชวงศ์ที่มีเนื้อเรื่องจำพวก "เสียเมือง-กู้ชาติ" ที่โรแมนติกกว่า พอมาเจอเรื่องนี้ที่จับประวัติศาสตร์ช่วงกลางๆ ของราชวงศ์ ก็ถือว่าน่าสนใจมาก และทำให้ผมต้องตามไปอ่านประวัติศาสตร์ช่วงนี้เป็นการใหญ่

หลังจากอ่านจบเล่ม 7 แล้ว เลยทำให้ต้องมานั่งคิดพิเคราะห์ดูว่า เหตุการณ์กบฏอันลู่ซานเกิดขึ้นได้อย่างไร จนส่งผลให้ราชวงศ์ถังอันเกรียงไกรแทบทรุดและเกือบจะล่มสลายลง (แน่นอนว่าคนตายเป็นเบือ)

ประเด็นหลักคงเกิดจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดในช่วงปลายรัชกาลของถังเสวียนจงฮ่องเต้ ที่ตัวฮ่องเต้ (ซึ่งชรามากแล้ว) หันไปลุ่มหลงพระสนม "หยางกุ้ยเฟย" (หนึ่งในสี่สาวงามของจีน) และปล่อยให้การบริหารราชการแผ่นดินตกไปอยู่ในมือของขันทีใกล้ชิด (พล็อตคล้ายๆ กันเกือบทุกทีเวลาจักรพรรดิจีนมีปัญหา) การช่วงชิงอำนาจของขุนนางชั้นสูงในช่วงปลายรัชกาล โดยเฉพาะตำแหน่งอัครเสนาบดี (เทียบเท่านายก) ก็ส่งผลสะเทือนต่อรัชกาลแบบเงียบๆ มานาน

ตอนอยู่ที่นครฉางอาน ยังรู้สึกไม่สบายใจ ถึงกับหวาดกลัวอยู่บ้าง ใช่หรือไม่

พบว่าไม่ถูกต้อง ใช่หรือไม่? บอกต่อเจ้าตามตรง เรารู้สึกได้แต่แรก ไม่เพียงแต่เรา แทบทุกคนรู้สึกได้ แต่ไม่ว่าเบื้องบนถึงเบื้องล่างล้วนนึกหาวิธีแก้ไขไม่ได้ ได้แต่หลับหูหลับตาอุดใบหู แสร้งเป็นไม่ได้ยินอันใด หลอกตัวเองว่าเป็นยุครุ่งเรือง

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเสริมกับนโยบายด้านการทหารช่วงปลายรัชกาล ที่ให้อำนาจกับ "แม่ทัพหัวเมือง" มากขึ้นเรื่อยๆ แม่ทัพเหล่านี้กุมอำนาจสูงสุดในภูมิภาครอบนอก มีกำลังทหารแกร่ง (เพราะต่อสู้กับชนเผ่าตามพรมแดนตลอด) แถมยังมีอำนาจด้านการบริหารเฉกเช่นพลเรือน เก็บภาษีได้ บริหารงานได้ (เทียบเท่ากับผู้ว่า+แม่ทัพ) และแม่ทัพบางคนก็กินตำแหน่งควบหลายมณฑล (อันลู่ซานกินตำแหน่ง 3 มณฑล)

สุดท้ายก็ผสานกับความสงบสุขตลอดรัชกาล (ถังเสวียนจงครองราชย์นานถึง 43 ปี ช่วงต้นรัชกาลรุ่งเรืองมาก) ทำให้แม่ทัพนายกองในนครหลวงอยู่สุขสบาย และคนที่เคยเห็นสงครามจริงๆ ก็ตายหมดรุ่นไปนานแล้ว พอมาเจอการกบฏของ "ทหารบ้านนอก" ที่รบทัพจับศึกทุกวัน ทำให้พ่ายแพ้ไม่เป็นท่า

ทั้งหมดนั่นคือปัญหาในภาพใหญ่ที่เป็นสาเหตุให้เกิดกบฏ

แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนไปกว่านั้นคือ พอเกิดกบฏจริงๆ ยุทธศาสตร์การตั้งรับของราชวงศ์ก็ผิดพลาดหลายอย่าง

  • มอบหมายให้แม่ทัพชาญศึกไปรับมือ แต่ฮ่องเต้กลับไม่กล้ามอบกำลังพลให้ เพราะกลัวแม่ทัพเหล่านี้ก่อกบฏอีก
  • ปล่อยให้ขันทีเป็นผู้บัญชาการศึกจากในวัง ทำให้ขันทีที่ไม่พอใจแม่ทัพบางคน (ซึ่งมาคนละสายกับตัวเอง) อ้างโน่นนี่และประหารฆ่าแม่ทัพเก่งๆ ไปมาก

ความผิดพลาดของราชวงศ์ถังในการรับมือกับกบฏ ทำให้ต้องเสียนครหลวงถึง 2 แห่ง (ราชวงศ์ถังใช้เมืองหลวงสองเมืองคือ ลั่วหยางกับฉางอาน) ฮ่องเต้ต้องหนีลงใต้แบบหัวซุกหัวซุน

ที่น่าสนใจคือราชวงศ์ถังโดนถล่มเละไปซะขนาดนั้นแล้ว ฝ่ายกบฏเองกลับอยู่ในสภาวะ "ชนะการศึกแต่ไม่สามารถปกครองได้" และต้องล่มสลายลงไปเองในที่สุด (ระดับผู้นำฆ่ากันเองไปหลายรอบ) แถมราชวงศ์ถังที่กรอบแกรบทรุดโทรมยังสามารถ "คัมแบ็ค" กลับมาได้ดังเดิม (แม้จะไม่ดีเท่าเดิม) และอยู่ต่อได้อีกนาน 150 ปี