Thailand's Digital Infrastructure

สืบเนื่องจากบล็อก Digital Revolution และเหตุการณ์อื่นๆ ที่ผมพบเจอในรอบหลายเดือนมานี้ สร้างคำถามให้ผมว่าถ้าเราอยากตามให้ทัน "ปฏิวัติดิจิทัล" สิ่งที่เรายังขาดอยู่มีอะไรบ้าง

ความหมายของผมคือ Digital Infrastructure ที่จำเป็นที่จะทำให้เกิดการปฏิวัติดิจิทัล (necessary condition) "อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ" คืออะไร คำว่า infrastructure ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานทางฮาร์ดแวร์อย่างเดียว แต่รวมโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ ด้วย

ผมยังคิดไม่ค่อยตกผลึกนัก แต่เท่าที่นึกออก จดไว้กันลืม มีดังนี้

สิ่งที่น่าจะพร้อมแล้ว

  • Access บ้านเรามีข้อจำกัดเรื่อง access (internet penetration) มาตั้งแต่สมัย dial-up ไล่มาจนถึง ADSL แต่การมาถึงของ mobile internet ช่วยทลายปัญหานี้ลงได้เยอะมาก ๆ (การประมูล 3G ถึงแม้จะมีปัญหาเยอะในแง่การแข่งขัน แต่ผลในแง่ access ก็คุ้มค่าจริง) จนคิดว่ารัฐไม่น่าจะต้องแทรกแซงอะไรเพิ่มแล้ว
  • Devices ทั้งโลกน่าจะคล้ายๆ กันคือใช้อุปกรณ์ไอทีในการเข้าถึงเหมือนๆ กัน (แบรนด์อะไรก็ได้ ผลิตในจีน) ปัญหาเรื่องการเข้าถึงอาจมีเรื่องกำแพงภาษีที่บ้านเราก็ถือว่าไม่ได้เยอะเลยเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ ปัญหาเรื่อง carrier lock ก็ไม่มีอีกตะหาก น่าจะถือได้ว่าประเด็นไม่มีปัญหาแล้วเช่นกัน
  • System Software Platform อันนี้ก็ยึดตามตลาดโลกเช่นกัน ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานเป็นโอเพนซอร์สเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Android, Linux, MySQL, PHP, Hadoop, OpenStack ฯลฯ ในแง่การมีให้ใช้ไม่ใช่ปัญหา แต่ที่ยังขาดอาจเป็นเรื่องความเชี่ยวชาญในการนำมาใช้และดัดแปลงต่อ ที่ยังน้อยอยู่

สิ่งที่ยังขาดอยู่มาก

  • Resources Cloud โลกไอทียุคหน้าจะร้องขอ "ทรัพยากร" (ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น cpu, i/o, network, storage) จากผู้ให้บริการบนกลุ่มเมฆ แต่ก็ต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่า ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆบ้านเรายังห่วย (หรือไม่มีเลย) และในภาวะที่คนทำแอพบ้านเราต้องใช้ AWS/Azure/DigitalOcean ซึ่งอยู่นอกประเทศทั้งหมด ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักสำหรับบริการไอทีในประเทศ
  • Language Platform โลกยุคพีซีติดต่อสื่อสารกันผ่านคีย์บอร์ด ซึ่งวงการไอทีบ้านเราวางรากฐานมาเข้มแข็งแล้ว ทั้งเรื่อง keyboard layout ที่มีมาตรฐาน, การแสดงผลภาษาไทยบนหน้าจอได้ถูกต้องสวยงาม แต่พอเปลี่ยนยุค วิธีการติดต่อสื่อสารเปลี่ยน เมืองไทยยังขาดเทคโนโลยีด้านภาษาในระดับสูงอยู่มาก ทั้งเรื่อง language processing, voice input, cognitive computing ฯลฯ (จริงๆ ก็ทุกอย่างที่กูเกิลทำกับภาษา แต่มันเป็นของกูเกิล ไม่ใช่ของประเทศ)
  • Information Platform โลกยุคที่สิ่งของคุยกันเองได้ การมี "ข้อมูล" พื้นฐานที่ structured, น่าเชื่อถือ, สามารถนำไปใช้ต่อได้ทันที (แบบเดียวกับที่ Wolfram Alpha หรือ FreeBase ทำ) เป็นเรื่องสำคัญมาก และบ้านเรายังขาดตรงนี้มาก เช่น
    • ข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ เช่น ชื่อสถานที่ พิกัด (MozStumbler) หรือแม้กระทั่งตัวแผนที่เอง (OpenStreetMap)
    • ข้อมูลเชิงสถิติที่เป็นของสาธารณะ จริงๆ เป็นสิ่งเดียวกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติทำ แต่ข้อมูลยังน้อย อัพเดตช้า และอยู่ในรูปแบบที่เอาไปใช้งานต่อยาก (แบบเดียวกับที่ฝรั่งมี Data.gov)
  • Legal Platform อันนี้ยังมีปัญหาเยอะ พ.ร.บ. คอมมีปัญหาในแง่การบังคับใช้, พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล ยังไม่เสร็จสักที, กฎหมายด้านสแปม ยังไม่มี
  • Capital Platform สิ่งที่เจอตลอดเวลาไปคุยกับบริษัทไอทีขนาดเล็กคือ การเข้าถึงแหล่งทุน เพราะธนาคารไม่ให้กู้ (ธนาคารไทยไม่สามารถค้ำประกันด้วยสินทรัพย์เสมือน ทรัพย์สินทางปัญญาได้) ในขณะที่การระดมทุนแบบ venture ถึงจะมีเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังจำกัด และขาด know-how อยู่มากทั้งในแง่คนให้ทุนและคนรับทุน (จัด VC Talk สักทีก็น่าจะดีเหมือนกันนะครับ)
  • Payment Platform โคตรปัญหาสำหรับคนทำธุรกิจไอทีที่จับตลาด retail คือมันไม่รู้จะจ่ายเงินอย่างไร ในสังคมที่คนยังขาดความเชื่อมั่นในบัตรเครดิต นิยมการโอนเงินตรงที่ track ลำบาก (mobile payment พวกบัตรเติมเงินอาจพอช่วยได้บ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด)
  • Advanced Technical Knowledge ต้องยอมรับกันว่า ถึงแม้คนไทยที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีจะมีจำนวนไม่น้อย แต่คนที่รู้เทคนิคชั้นสูงจริงๆ กลับมีน้อยมาก ตรงนี้เป็นปัญหาทำให้เวลาธุรกิจมีวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายบางอย่าง แต่กลับไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ในเชิงเทคนิค (เพราะความรู้ไม่พอ-คนไม่มี) กลายเป็นเรื่องเสียโอกาสโดยใช่เหตุ

ไว้คิดออกเพิ่มแล้วจะมาอัพเดตเพิ่มครับ