The Pride of Malaysia

มากัวลาลัมเปอร์อีกรอบ รอบนี้ได้ใกล้ชิดตึกแฝด Petronas Towers มากเป็นพิเศษ เพราะนอนโรงแรมติดกับตึกเลย ว่ายน้ำที่สระของโรงแรมไปชมวิวตึกแฝดไป แถมยังได้เข้าไปชมศูนย์เรียนรู้ Petrosains ซึ่งอยู่ชั้น 4 ของตึกแฝดด้วย

Petronas Towers

Petrosains เป็นศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Petronas (ที่มูลค่าทรัพย์สินเยอะกว่า ปตท. สามเท่าตัว) ชื่อเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เนื้อหาคือการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆ แต่เอาเข้าจริงแล้วเป้าหมายของมันคือนิทรรศการนำเสนอความยิ่งใหญ่ของ Petronas ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมต่อสาธารณะ (ซึ่งในแง่ PR ก็ถือว่าเข้าท่าดี สร้างสรรค์ ได้ความรู้)

แผ่นป้ายแผ่นหนึ่งใน Petrosains เขียนไว้ประมาณว่า "ชาติพัฒนาแล้วทุกชาติจะต้องมีบริษัทน้ำมันที่เข้มแข็งคอยสนับสนุน"

ประโยคนี้น่าประทับใจมาก มันสะท้อนถึง "ความฝันของมาเลเซีย" (หรือของมหาเธร์คนเดียวก็ไม่รู้ ฮา) ที่จะเป็นชาติพัฒนาแล้ว เป็นเสือตัวใหม่แห่งเอเชีย

เนื่องจากเคยไปปีนังมาหลายรอบ เลยทราบว่า "ความภูมิใจของมาเลเซีย" ในยุคของมหาเธร์มีอยู่ประมาณ 4-5 อย่างคือ

  • บริษัทน้ำมัน Petronas
  • บริษัทรถยนต์ Proton
  • สะพานข้ามเกาะปีนัง
  • ตึกแฝด Petronas Twin Towers
  • เมืองใหม่ Putra Jaya

3 อย่างแรกมาเป็นแพ็กเกจเดียวกันในช่วงแรกๆ ที่มหาเธร์ขึ้นมาครองอำนาจ จุดสูงสุดของแพ็กเกจนี้คือปี 1985 สะพานปีนังสร้างเสร็จ และรถยนต์คันแรกที่ขับผ่านสะพานนี้คือ Proton คันแรกที่มหาเธร์ขับข้ามสะพานไป (เท่ชิหายเลย)

จากนั้นก็ค่อยมาเป็นสตอรี่ของ Petronas/Twin Towers และตามด้วย Putra Jaya ทั้งหมดทั้งมวลสะท้อนแนวคิดเรื่องการสร้างชาติ (nation building) ของมาเลเซียที่วาดฝันตัวเองให้เป็นชาติพัฒนาแล้วที่มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ผ่านภาพสะท้อนของ "เมกะโปรเจคต์" ในเชิงโครงสร้าง

ถึงแม้จิ๊กซอบางชิ้นอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในแง่การใช้ประโยชน์เท่าที่หวังไว้ (เช่น Proton หรือ Putra Jaya) แต่ในแง่ความภาคภูมิใจของคนในชาติที่สามารถทำภารกิจระดับโลก (ภาษาฝรั่งเรียก moonshot mission) ได้ ก็น่าจะถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม การมามาเลเซียรอบนี้ ผมก็ได้เห็นสัญญาณของ "ความเสื่อมโทรม" แทรกตัวอยู่ในความภูมิใจของมาเลเซียเช่นกัน รถยนต์ Proton บนท้องถนนลดสัดส่วนลงจากเดิม, ป้ายโฆษณาหน้า Petronas เก่าและรกร้าง, นิทรรศการ Petrosains เก่าซีดและเริ่มล้าสมัย

เพื่อนชาวมาเลย์คนหนึ่งเคยให้ความเห็นไว้หลายปีแล้วว่า หลังจากมหาเธร์ลงจากตำแหน่งนายกแล้ว โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคก็เสื่อมโทรมลง รัฐไม่ได้ดูแลจริงจังเหมือนแต่ก่อน

มาเลเซียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคหลังมหาเธร์ ยุคที่การสร้างชาติแบบเดิมไม่สามารถไปต่อได้แล้ว (ซึ่งถือเป็นผลจากเอเชียหลังปี 1997 และโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก) ในขณะที่ปมปัญหาเดิมที่เคยซุกไว้คือเรื่องชาติพันธุ์ก็ปะทุขึ้นมา (คล้ายกับเมืองไทยมากในทั้งสองประเด็น) ดังนั้นก้าวต่อไปของมาเลเซียก็คือการตามหาตัวตนใหม่ของตัวเอง ว่าตกลงแล้วฉันอยากจะเป็นอะไรกันแน่

เห็นภาพแบบนี้แล้วก็ย้อนมาดูเมืองไทย สุดท้ายแล้วการต่อสู้อันแสนวุ่นวายนี้ก็คงเพื่อตอบคำถามเดียวกันว่า "เมืองไทยยุคหน้าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่"

Keyword: