The New York Times Innovation Report

เว้นวรรคเรื่องเที่ยว กลับมาเรื่องมีสาระชั่วคราวนะครับ

วงการสื่อสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสั่นสะเทือนอย่างหนัก เพราะมีเอกสารลับชิ้นหนึ่งหลุดออกมาสร้างความสั่นไหวอย่างรุนแรงต่อทิศทาง "สื่อดิจิทัล" ในอนาคต

New York Times

เอกสารที่ว่านี้ไม่ใช่ผังล้มเจ้าหรือโทรเลขวิกิลีกส์ แต่เป็นรายงานภายในของหนังสือพิมพ์ The New York Times ชื่อว่า Innovation ที่หลุดออกมาผ่านเว็บไซต์ BuzzFeed (ภาพข้างบนถ่ายเองตอนไปนิวยอร์ก)

ทำไมรายงานชิ้นนี้จึงสำคัญมาก ตอบได้ดังนี้

  1. NYT คือหนังสือพิมพ์อันดับหนึ่งของโลกในแง่ชื่อเสียงด้านสื่อสารมวลชน
  2. รายงานนี้ ทีมงาน NYT ยอมรับว่าตัวเอง "ห่วยแตก" ในเรื่องสื่อดิจิทัล โดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลายรายให้เห็นกันชัดๆ ว่าเขานำไปไกลมากแค่ไหน
  3. ทีมผู้จัดทำรายงานเป็นคนใน แต่ก็ไปคุยกับ "คนนอก" และ "คู่แข่ง" หลายรายอย่างเปิดอก ช่วยให้เห็นสภาพการแข่งขันและทิศทางอุตสาหกรรม
  4. รายงานนี้วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งอย่างตรงไปตรงมา และมีข้อเสนอในเชิงยุทธศาสตร์ที่ดีและทำได้ในทางปฏิบัติ ว่า NYT ควรทำตัวเช่นไร
  5. หัวหน้าทีมเขียนรายงานฉบับนี้คือ Arthur Gregg Sulzberger ลูกชายของเจ้าของ NYT และผู้นำตระกูลรุ่นต่อไป!

รายงานเวอร์ชันแรกที่หลุดออกมาเป็นเวอร์ชันถ่ายเอกสารสีขาวดำและเนื้อหาขาดไปบ้างหน้า (BuzzFeed) แต่ล่าสุดมีรายงานฉบับสมบูรณ์เป็นสีสวยงามออกมาแล้ว (Mashable)

ใครที่สนใจเรื่องอนาคตของสื่อดิจิทัล ทั้งในเชิงธุรกิจ-สื่อสารมวลชน ควรอ่านเป็นอย่างยิ่งครับ เอกสารยาวประมาณ 90 หน้าแต่อ่านง่าย จัดรูปเล่มสวยงาม แต่ถ้าขี้เกียจก็สามารถอ่านเวอร์ชันสรุปของ Nieman Journalism Lab ที่สรุปเนื้อหามาได้ค่อนข้างครบถ้วนดี

ผมอ่านตัวรายงานทั้งฉบับแล้ว สรุปสั้นๆ ตามโครงของรายงานได้ดังนี้

  1. NYT มั่นใจใน "คุณภาพ" ของเนื้อหาตัวเองมาก และยังยึดติดกับโมเดลการแจกจ่าย (distribution) แบบเดิมที่พิมพ์ลงหนังสือ แล้ว (คิดว่า) คนจะอ่านแน่นอน แต่ในโลกสื่อดิจิทัลสมัยใหม่ การโปรโมทเนื้อหาให้คนสนใจ (ไม่ว่าจะทาง search/social) ก็มีความสำคัญสูงไม่แพ้กระบวนการสร้างเนื้อหา ซึ่ง NYT ยังละเลยจุดนี้มาก ในขณะที่คู่แข่งอื่นๆ โดยเฉพาะสายสื่อออนไลน์แท้ (BuzzFeed/Vox/BI/Huffington) ไปไกลมากแล้วในเรื่องนี้
  2. กองบรรณาธิการเนื้อหา (newsroom) ยังแยกตัวเป็นเอกเทศจากส่วนที่ดูแลด้านธุรกิจ (ซึ่งครอบคลุมทั้งฝ่ายดีไซน์ เทคนิค ผู้บริโภค วิจัย ผลิตภัณฑ์, ทุกอย่างที่ไม่ใช่เนื้อหา) ทำให้ทั้งสองส่วนห่างเหินกัน และไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ดิจิทัลใหม่ๆ ได้เลย ดังนั้น NYT ต้องแก้ปัญหานี้โดยพยายามเชื่อมโยงทั้งสองส่วนเข้าหากัน
  3. กองบรรณาธิการ ตระหนักถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่งานข่าวเป็นงานระยะสั้น ทำงานวันต่อวัน แค่เอาให้รอดก็แย่แล้ว ไม่มีเวลามานั่งคิดถึงแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวได้อย่างที่ฝัน ทีมวิจัยจึงเสนอให้ตั้ง "ทีมยุทธศาสตร์" (Newsroom Strategy Team) ขนาดเล็กประมาณ 5-6 คน ดึงคนจากหลายฝ่ายๆ เข้ามาผสมกัน และทำหน้าที่วางแผนระยะยาว (ไม่ต้องมีงานประจำ) และให้ความช่วยเหลือระดับแกนนำในกองบรรณาธิการข่าวเปลี่ยนผ่านตัวเองให้ได้
  4. NYT ยังมีแนวคิดที่อิงกับ "หนังสือพิมพ์ฉบับกระดาษ" อยู่มาก กระบวนการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรหลายอย่างยังผูกกับรอบการพิมพ์หรือข้อจำกัดของการทำงานแบบกระดาษ ซึ่งไม่เวิร์คแล้วสำหรับยุคสื่อดิจิทัล ทีมงานจึงเสนอว่าต้องเปลี่ยนผ่านเป็น Digital-First Organization โดยเร็ว

โดยรวมแล้วก็คือ NYT เป็นสื่อเก่าที่ยังยึดติดกับวัฒนธรรมแบบเก่าๆ และให้คุณค่ากับคนสายคอนเทนต์เป็นหลัก (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก) พอโดนคู่แข่งทั้งสื่อเก่าด้วยกันที่ปรับตัวเร็วกว่า และสื่อใหม่ที่สร้างขึ้นมาจากศูนย์ ไม่มีพันธะเก่ามาผูกพัน ก็ทำให้ NYT เริ่มมีปัญหาและต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนครับ