White Vengeance งานเลี้ยงที่หงเหมิน

White Vengeance

จากกรณี "เชิญแกนนำ 7 ฝ่ายเข้าหารือ แล้วรวบตัว ประกาศยึดอำนาจ" เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จีนที่คล้ายๆ กันคือ งานเลี้ยงหงเหมิน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Feast at Hong Gate

ภาพยนตร์จีนรุ่นหลังๆ ที่นำเอาเรื่องราวของการต่อสู้กันระหว่าง "รัฐฉู่" ของเซี่ยงหวี่ กับ "รัฐฮั่น" ของหลิวปัง ที่มีฉาก "งานเลี้ยงหงเหมิน" อยู่ด้วยคือเรื่อง White Vengeance หรือชื่อภาษาไทยยาวเฟื้อยว่า "ฌ้อปาอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่สิ้นแค้น" นั่นเองครับ (หนังปี 2011)

สำหรับคนที่อ่านประวัติศาสตร์จีนช่วงหลังราชวงศ์ฉินมาสู่การก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น (ไม่ว่าจะดูจากนิยาย การ์ตูน หรือละครก็ตาม) คงทราบกันดีถึงการขับเคี่ยวกันระหว่าง "ฌ้อป๋าอ๋อง เซี่ยงอวี่" ผู้อหังการ กับ "หลิวปัง" นายอำเภอผู้ยากจน ในการชิงแผ่นดินมาจากราชวงศ์ฉินที่กำลังล่มสลาย สุดท้ายการต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะของหลิวปัง และการก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์แรกของจักรวรรดิจีนที่อยู่ต่อเนื่องยาวนานมาถึง 400 ปี

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสงครามครั้งนี้คือ เซี่ยงหวี่ที่เป็นผู้บัญชาการของหลิวปัง (แต่ไปยึดเมืองหลวงของราชวงศ์ฉินคือเมืองเซียงหยางช้ากว่าหลิวปัง) ได้ออกอุบายเชิญให้หลิวปังเข้าร่วมงานเลี้ยงที่หงเหมิน แต่จริงๆ แล้วคือล่อให้เข้าสู่ถ้ำเสือแล้วฆ่าทิ้งเสีย อย่างไรก็ตาม ดวงคนมันจะได้เป็นฮ่องเต้ ทำให้หลิวปังสามารถหนีออกมาได้แบบหวุดหวิด และทำสงครามระยะยาวกับเซี่ยงหวี่ (ฝรั่งเรียก Chu–Han Contention) จนเอาชนะได้ในภายหลัง เซี่ยงหวี่ต้องฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดายในฝีมือ

การต่อสู้ระหว่างหลิวปังและเซี่ยงหวี่มีประเด็นที่น่าสนใจเชิงกลยุทธ์มากมาย เช่น ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าแบบเซี่ยงหวี่ แต่ถ้าประมาทและไม่สามารถยืนระยะได้ยาวก็จะพ่ายแพ้, หลิวปังไม่ได้เก่งเท่ากับเซี่ยงหวี่ แต่มีผู้ช่วยเยอะ เข้าข่ายสามัคคีคือพลัง สามารถเอาชนะเซี่ยงหวี่ได้ในท้ายที่สุด

ภาพยนตร์เรื่อง White Vengeance ก็จับความเอาการต่อสู้ระหว่างหลิวปังกับเซี่ยงอวี่ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ฉิน ยาวมาจนถึงการสถาปนาราชวงศ์ฮั่นของหลิวปัง เพียงแต่จะเน้นหนักไปที่ "งานเลี้ยงหงเหมิน" ค่อนข้างเยอะหน่อยครับ

  • หนังภาพสวยดี (เครื่องประดับและอุปกรณ์ประกอบฉากสุดยอดมาก เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้) ซีจียังดูหลอกๆ ตาอยู่บ้างแต่ให้อภัยได้
  • หลิวอี้เฟย ขวัญใจผมที่ช่วงหลังดูจะดร็อปๆ ไปบ้าง เล่นเป็นนางเอกของเรื่องนี้คือ "อวี่จี" สนมรักของเซี่ยงหวี่ ในหนังได้แต่งให้หลิวปังแอบหลงรักเธอด้วย (อันนี้ก็แล้วแต่จะตีความกัน) บทบาทไม่ค่อยเยอะนัก ออกมายืนสวยอย่างเดียว
  • การประกบคู่ในหนังแบ่งออกเป็น 2 คู่คือ ระดับแกนนำ หลิวปัง vs เซี่ยงหวี่ และระดับกุนซือ จางเหลียง vs ฟ่านเจิ้ง ซึ่งเอาไปเอามาคู่หลังจะดูเด่นกว่าด้วยซ้ำ
  • หนังเล่าเรื่องที่มาที่ไปได้ไม่ค่อยดีนัก ถึงขั้นว่าถ้าไม่รู้ประวัติศาสตร์จีนช่วงนี้มาก่อนจะงงแน่นอน (ขนาดผมรู้แล้วยังต้องมานึกว่าตัวละครตัวนี้คือใครในประวัติศาสตร์) จุดที่ยังปูพื้นไม่ค่อยดีคือ ความสัมพันธ์ระหว่างหลิวปังกับเซี่ยงหวี่ในช่วงแรกๆ และขุนพลหรือเสนาธิการในสังกัดของหลิวปังว่าเป็นใคร ทำอะไรบ้าง จุดที่แย่ที่สุดคือ อ๋องแห่งรัฐฉู่ ที่มีสถานะเป็นกษัตริย์นั้น ไม่มีการอธิบายเลยว่าทำไมการอวยยศของเขาจึงมีความสำคัญในเรื่อง (ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญในครึ่งแรกของเรื่องเลย)
  • ในยอดฝีมือของหลิวปัง 3 คนนั้น เรื่องค่อนข้างเทน้ำหนักไปที่ จางเหลียง กุนซือ, ตามด้วย หานซิ่น ในฐานะยอดขุนพล ในขณะที่ เซียวเหอ เสนาบดี นั้นมีบทอยู่นิดเดียวเอง
  • หนังยังก้ำกึ่งระหว่างการขับเคี่ยวกันของผู้นำรัฐสองคนตามปกติ กับการใช้ทริคสู้กันของกุนซือสองคน มันเลยดูงงๆ ว่าจะไปในทิศทางไหนกันแน่ (คือจะเป็นหนังทริคก็ไปไม่สุดทาง)
  • ลำดับการตัดต่อยังงงๆ อยู่บ้างเพราะชอบย้อนไปย้อนมาโดยไม่บอกกล่าว
  • คนที่แสดงดีคือ เซี่ยงหวี่ (จนน่าจะเป็นพระเอกมากกว่าด้วยซ้ำ) ฟ่านเจิ้ง และจางเหลียง ส่วนหลิวปัง (หลี่หมิง) ยืนนิ่งๆ งงๆ ทั้งเรื่อง แทบไม่ได้ทำอะไร ลูกน้องจัดการให้หมด (เป็นฮ่องเต้ที่โชคดีจริงๆ)
  • ฉากที่ดีที่สุดในเรื่องคงเป็นการเล่นโกะ

โดยรวมแล้วก็ถือว่าสนุกดีประมาณหนึ่ง ไม่ถึงกับดีมาก ดูแล้วได้รู้ประวัติศาสตร์จีนช่วงนี้ดีครับ