Game of Thrones: The Coming of Age in Westeros

House Stark

ปรับปรุงจากโพสต์ใน Facebook

เนื่องจากดู Game of Thrones ช้ากว่าชาวบ้านเขาไปหลายปี หลังจากดูจบซีซัน 5 ไล่ทันชาวบ้านแล้ว ก็อยากเขียนลงบล็อกในบางประเด็นที่คิดว่าน่าสนใจสักหน่อย เริ่มจากวิจารณ์ "ธีมหลัก" ของเรื่องก่อน (หมายเหตุ: ข้อมูลทั้งหมดจากการดูซีรีส์อย่างเดียว ไม่ได้อ่านหนังสือ A Song of Ice and Fire)

ผมคิดว่าธีมหลักของ Game of Thrones คือมันเป็นหนังแนว coming of age ฟังแล้วอาจดูแปลกๆ เพราะในเรื่องนี้มันฆ่ากันชิปหายวายป่วงมาก จะมาเป็นหนัง coming of age ที่ส่วนใหญ่มักเป็นแนววัยรุ่นใสๆ ได้อย่างไรกัน

คำตอบคือธีมหลักของหนัง/นิยาย เป็นเรื่อง "การเติบโตเป็นผู้ใหญ่" ของเหล่าเด็กน้อยตระกูล Stark ทั้ง 6 คน โดยมีฉากหลังเป็นสงครามกลางเมืองของ Westeros ที่เรียลลิสติกและสมจริง ฆ่าเป็นฆ่า พลาดเป็นตาย ไม่มีโอกาสแก้ตัว {จากนี้ไปจะสปอยล์}

โลกของ Game of Thrones มีความซับซ้อนสูง เหตุการณ์ในเรื่องจับเอาช่วงเวลาที่ทวีป Westeros ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน เพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองที่เรียกว่า Robert's Rebellion เมื่อ 18 ปีก่อนเริ่มเรื่อง ราชวงศ์ Targaryen ที่ปกครองอาณาจักรมาหลายร้อยปีถูกโค่นลง ในขณะที่บัลลังก์ของราชวงศ์ใหม่ Baratheon ก็ยังไม่มั่นคงนัก

Game of Thrones เริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ลอบสังหาร "มหาเสนาบดี" ที่เป็นตัวจักรสำคัญในการปกครองประเทศ จนทำให้ตัวเอก Ned Stark ผู้นำตระกูล Stark ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงเพื่อปกครองประเทศต่อไป (ในขณะที่พระราชา Robert Baratheon ก็กินดื่มสุขนิยม) อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุทางการเมืองทำให้ Robert เสียชีวิตกระทันหัน และภาวะสุญญากาศอำนาจที่หลายฝ่ายแย่งชิงอำนาจนำ ก็ส่งผลให้ Ned Stark ต้องเสียชีวิตตามไปด้วย ดุลยภาพของแคว้นต่างๆ ใน Westeros ที่หยุดนิ่งมา 18 ปีจึงสลายไป สงครามกลางเมืองจึงหวนกลับคืนมาอีกครั้ง

แคว้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากวิกฤตทางการเมืองในเมืองหลวงคือ The North ที่ปกครองโดยตระกูล Stark นั่นเอง การตายของ Ned ส่งผลแรงถึงขนาดว่าอำนาจของตระกูล Stark ในแคว้น The North หมดสิ้นไปอย่างสมบูรณ์ และลูกๆ ของ Stark ทั้ง 6 คนต้องแตกกระสานซ่านเซ็น แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง

ธีมหลักของ Game of Thrones จึงเป็นว่าลูก Stark ทั้ง 6 ที่ไม่สามารถลิขิตชีวิตตัวเองได้ (มีสถานะเป็นผู้ถูกกระทำจากกงล้อประวัติศาสตร์) จะเอาชีวิตรอดและเติบโตขึ้นมาอย่างไรในแนวทางที่แตกต่างกัน ถ้าเทียบเป็นเกม RPG ก็แยกตามสาขาอาชีพได้เลย

  1. Robb เป็นสายมาตรฐานคืออัศวินผู้นำทัพ (knight) ตามแบบฉบับลูกคนโต (ถึงแม้ในหนังหน้าจะแก่และไว้เครา แต่อายุตามท้องเรื่องของ Robb ตอน Red Wedding แค่ 18 นะครับ พอเอาเด็กวัยรุ่น 18 ไปเป็นจอมทัพก็ลงเอยด้วยประการนี้แล)
  2. Sansa เส้นทางของ Sansa เป็นการต่อสู้ใน court ของราชสำนัก อันนี้ชัดเจน เป็นการต่อสู้ของสตรีสูงศักดิ์ ตามกรอบประเพณี อันนี้มาแนวลูกสาวคนโตที่มีสถานะเป็นเครื่องต่อรองทางการเมืองผ่านการแต่งงานระหว่างตระกูลใหญ่
  3. Arya อันนี้กลับกันคือเมื่อ Sansa สู้อยู่ใน court เส้นทางของ Arya กลับเป็นสายเอาท์ดอร์คือนอนกลางดินกินกลางทรายตลอด จนเข้าสู่เส้นทางมือสังหาร (ถ้าเป็นเกมก็คือ thief หรือ assasin)
  4. Bran ถ้าเป็นเกมก็คือมาสายจอมเวทย์เลย อาชีพในหนังคือเป็น warg ที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ
  5. Rickon ตัวละครของ Rickon นี่ผมยังสงสัยอยู่ว่าสุดท้ายแล้วจะมีบทบาทมากแค่ไหนเพราะบทน้อยเหลือเกินใน 5 ซีซันแรก (อย่างว่าคืออายุแค่ 10 ขวบเองนะ) ต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วจะได้มีบทหรือเปล่า
  6. Jon Snow เป็นด้านกลับของ Robb คือเมื่อไม่สามารถเติบโตในฐานะ knight ตามระบอบได้ (เพราะ Robb มี legitimacy ในฐานะลูกในสมรส) ดังนั้น Jon ก็ต้องหาทางออกโดยเป็นอัศวินนอกระบบแทน (black knight หรือในเรื่องก็คือ night watcher นั่นเอง)

จริงๆ ควรต้องนับ Theon เป็นลูกคนที่เจ็ดของบ้าน Stark ด้วย ถึงแม้เขามีสถานะเป็นแค่ "ตัวประกัน" (คือแย่กว่าลูกนอกสมรสอีกมั้ง) แต่เมื่อ Ned เลี้ยงดู Theon มาแบบเดียวกับลูกของเขาเอง (และ Theon ตอนหลังก็รับสารภาพว่าจริงๆ เขาคิดว่า Ned เป็นพ่อมากกว่าพ่อแท้ๆ ของเขาอีก) เขาถือว่าเป็น "ลูก Stark" อีกคนหนึ่งได้เช่นกัน ปมของ Theon น่าสนใจตรงที่เขาเองก็สับสนว่าตกลงเขาเป็นคนของ Greyjoy หรือ Stark กันแน่ และความสับสนนี้บีบให้เขาบุกมายึด Winterfell ซึ่งเขาก็เสียใจในภายหลังที่ทำเรื่องนี้ลงไป

อย่างไรก็ตาม ช่วงหลัง Theon โดนทรมานทรกรรมจนบทน้อยลงไปมาก เลยไม่แน่ใจว่าควรนับเป็นหนึ่งในตัวเอกด้วยหรือไม่ (อาจกลับมาเด่นในซีซันต่อไปครับ)

ในห้าซีซันที่ผ่านมา ลูก Stark ทั้งหกคนแทบไม่มีโอกาสกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้เลย ไล่ตั้งแต่ Sansa/Arya ที่โดนการเมืองราชสำนักเล่นงานอย่างหนัก, Bran/Rickon ที่อยู่กับบ้านเฉยๆ ยังต้องหนีหัวซุกหัวซุน, Jon ที่อยากพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก แต่พอไปถึง Wall ก็พบว่าความเป็น Stark ช่วยอะไรเขาไม่ได้มากนัก และปิดท้ายด้วย Robb ที่ดูเหมือนจะกำหนดชีวิตตัวเองได้ในช่วงแรกจนตั้งตัวเป็นพระราชาได้ แต่สุดท้ายคนดูทุกคนก็รู้ว่าอำนาจของ Robb มันเป็นเรื่องจอมปลอมทั้งนั้น

หลังจากโดนเคี่ยวกรำมานาน เส้นทางชีวิตของลูก Stark แต่ละคนก็เริ่มพัฒนาและเติบโตมากขึ้น คาดว่าในซีซันถัดๆ ไปเมื่อเรื่องเริ่มขมวดปมและไคลแมกซ์ ตัวละครเหล่านี้ก็น่าจะเริ่มมีชีวิตที่ตัวเองกำหนดได้บ้างแล้ว และการกำหนดเส้นทางชีวิตของพวกเขานี่แหละที่จะกลายเป็นปัจจัยชี้ชะตากรรมของ Westeros ในช่วงท้ายเรื่อง (ซึ่งไม่มีใครเดาออกว่าเป็นเช่นไร)

ถ้าเรามอง Game of Thrones ด้วยกรอบแนวคิดเรื่อง coming of age อย่างครบเครื่อง เรายังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับตัวละครอื่นที่มีอายุและสถานะสังคมใกล้เคียงกัน เช่น Tyrion หรือ Daenerys ได้เช่นกัน เพราะ Tyrion มีสถานะเป็นลูกที่ไม่มีใครรัก และชีวิตอยู่ภายใต้การกำหนดของพ่อ-พี่มาตลอด ในขณะที่ Daenerys โหดร้ายกว่าตั้งแต่พี่ชายเอาไปขายแลกกับอำนาจ แต่ชะตาชีวิตผกผันจนต้องสร้างตัวขึ้นมาเองจากศูนย์

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า Game of Thrones เป็นซีรีส์ที่คาดเดาได้ยากมาก มี plot twist เยอะมาก กรอบการวิเคราะห์นี้จึงสามารถใช้ได้เฉพาะกับเรื่องในซีซัน 1-5 เท่าที่ออกฉายเท่านั้นนะครับ (ไว้เรื่องมันจบจริงๆ ค่อยมาว่ากันอีกที)