Exploration of Africa

Black Marble

ปรับปรุงจาก โพสต์ครั้งแรกใน Facebook, ภาพประกอบ NASA Black Marble

อันนี้เป็นโปรเจคต์ส่วนตัวที่ทำมาสักพัก ใช้เวลาช่วงก่อนนอน เก็บเล็กผสมน้อยอ่าน Wikipedia เกี่ยวกับการค้นพบโลกใหม่ (New World) ของยุโรปตะวันตก

พูดง่ายๆ คือเรารู้ว่าโคลัมบัสเจอทวีปอเมริกาเหนือในปี 1492 แต่ก่อนหน้านั้น ยุโรปมีความรู้แค่ไหนเกี่ยวกับ "โลก" ซึ่งเราแทบไม่ทราบเลย

คำถามข้อหนึ่งที่ผมคาใจมานานคือ ชาวยุโรปรู้จักเอเชียมานานแล้ว และสามารถเดินทาง (ทางบก) ไปไกลถึงจีนได้มาก่อนนั้นนานมาก (Marco Polo ไปถึงปักกิ่งในปี 1274) แต่ทำไมทวีปแอฟริกาที่อยู่ใกล้กว่า กลับไม่ได้รับความสนใจในลักษณะเดียวกัน จากการค้นคว้ามาระยะหนึ่ง พบว่าปัจจัยมี 4 ข้อใหญ่ๆ

1) ทะเลทรายซาฮารา ตัดแบ่งแอฟริกาเป็นเหนือกับใต้ (Sub-Saharan คือใต้ซาฮาราลงไป) คนยุโรปรู้จักแอฟริกาเหนือมานานแล้ว แต่ถัดจากทะเลทรายลงไป มีอะไรก็ไม่รู้ ข้ามไปไม่ได้ จินตนาการไม่ออก

แผนที่ความหนาแน่นของประชากรในแอฟริกา (2012) โดย CIA

2012 Africa Population Density

แนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในแผนที่ยุคเก่าหลายชิ้น ตัวอย่างคือ แผนที่ของปโตเลมี (ประมาณ ค.ศ. 150) ที่มองแอฟริกาเป็นแผ่นดินใหญ่ไปถึงขั้วโลกใต้ (แผนที่ในรูปนี้เป็นเวอร์ชันทำใหม่ในปี ค.ศ. 1300)

ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย แผนที่ Tabula Rogeriana (ปี 1154) แสดงให้เห็นข้อมูลของยุโรปและเอเชียได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่มองแอฟริกาว่าเป็นแผ่นดินขนาดใหญ่ที่ยังไปไม่ถึง (ยุโรปมองว่า มหาสมุทรอินเดียเป็นทะเลปิด โดนแผ่นดินล้อมไว้)

แผนที่เพิ่มเติม ดูได้จาก Early world maps และ Ecumene ซึ่งเป็นภาษากรีกแปลว่า Known World

2) ศาสนาอิสลาม ยึดแอฟริกาเหนือได้ตั้งแต่ราว ค.ศ.700 และความเป็นศัตรูกันระหว่างคริสต์กับอิสลาม ทำให้ไม่มีการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกันมากนัก ชาวมุสลิมในแอฟริกาเหนือคงมีกลุ่มที่เดินทางฝ่าทะเลทรายลงไปได้ (และค้าขายกับชาวเผ่าท้องถิ่น) แต่ข้อมูลเหล่านี้ไปไม่ถึงคนยุโรป

แผนที่การขยายตัวของศาสนาอิสลาม ในช่วง ค.ศ. 622-750 (Early Muslim conquests)

3) การเดินทางด้วยเรือจากโปรตุเกส/สเปน เลาะชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกลงไป มีข้อจำกัดทางเทคโนโลยี เพราะเรือในยุคนั้น (ยุคมืดของยุโรป) เป็นเรือที่ใช้สำหรับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่เป็นทะเลน่ารักไม่มีพิษไม่มีภัย แต่พอออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ก็ไม่สามารถฟันฝ่าคลื่นลมลงไปได้ (จนกระทั่งมีการประดิษฐ์เรือ Caravel ได้ในปี 1451 จึงเดินทางไปได้ไกลมากขึ้น - ใครเคยเล่น Civilization อันนี้มีความเชื่อมโยง)

จากนั้น Caravel ก็พัฒนาต่อมาเป็นเรือ Nau/Carrack และ Galleon

เรือ Victoria ของ Magellan (นับเป็นเรือ Nau)

ข้อมูลเพิ่มเติม: Iberian ship development, 1400–1600

4) อันนี้เพิ่งค้นพบใหม่เมื่อวาน เป็นความรู้ใหม่ คือการเดินเรือเลาะชายฝั่งแอฟริกาลงไปเรื่อยๆ นั้น ทำได้ไม่ยาก แต่ขากลับขึ้นมาสู่ยุโรป กลับเป็นเรื่องยากมากเพราะเรื่อง "ลม"

มหาสมุทรแอตแลนติก (จริงๆ ก็ทุกมหาสมุทร) มีการไหลเวียนของกระแสน้ำเป็นวงกลม ซึ่งของแอตแลนติกเหนือเป็นกระแสตามเข็มนาฬิกา แปลว่าล่องเรือจากโปรตุเกสลงใต้ จะเป็นการล่องเรือตามน้ำ แต่ถ้าจะกลับคืนสู่โปรตุเกส จะเป็นการล่องเรือทวนน้ำ ทางแก้คือต้องใช้ลมเข้าช่วย เส้นทางการเดินเรือจะต้องเป็นวงกลม ดังภาพ (ยิ่งลงใต้ไกลเท่าไร ยิ่งต้องอ้อมกลับเป็นวงใหญ่ขึ้น) เทคนิคนี้ถูกค้นพบโดยชาวโปรตุเกสในช่วงปี 1430-1460 (Volta do mar)

เหตุผลเดียวกันนี้ ทำให้การเดินทางในยุคถัดมา เช่น Bartolomeu Dias ที่ไปถึงแหลมกู้ดโฮปได้เป็นคนแรก (1488) หรือ Vasco da Gama ที่ไปถึงอินเดียได้สำเร็จ (1498) ล้วนแต่จะต้องอ้อมไปจนเกือบถึงบราซิลตามกระแสน้ำในมหาสมุทร (บราซิลถูกค้นพบโดยโปรตุเกสในปี 1500 จากกองเรือ Cabral ที่ตั้งใจจะไปอินเดีย!!!) แล้วค่อยวกกลับไปแอฟริกาใต้อีกที ด้วยกระแสน้ำของแอตแลนติกใต้

เส้นทางการเดินเรือของโปรตุเกส (สีน้ำเงิน) และสเปน (สีเทา)

หลังจากชาวยุโรปรู้จักชายฝั่งของแอฟริกาครบแล้ว (ในราวปี 1500) การสำรวจพื้นทวีปข้างในก็เป็นเรื่องตามมาทีหลัง (หลังจากนั้นอีกนาน)

ข้อมูลเพิ่มเติม: Old maps of Africa