Book

Books I read

มองตะเกียบ เห็นป่าไผ่

มองตะเกียบ เห็นป่าไผ่

เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 มีโอกาสได้ไปพูดงาน "สามก๊ก Live Talk" กับทางมติชนและ BEC เลยได้เพื่อนใหม่มากมาย หนึ่งในนั้นคือคุณอ๋อง นิธิพันธ์ วิประวิทย์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์จีน

คุณอ๋องโด่งดังมาจากเพจ Ong China และเป็นผู้แปลคลิป "อี้จงเทียนพิเคราะห์สามก๊ก" ซึ่งเป็นรายการทีวีของจีน ที่วิเคราะห์วิจารณ์สามก๊กแบบเจาะลึก เนื่องจากคุณอ๋องเคยอยู่ที่เมืองจีนมาก่อน เลยเห็นโอกาสในการนำเนื้อหาส่วนนี้มาฝากแฟนๆ สามก๊กในไทย จนทำให้ผู้แปลคือตัวคุณอ๋องเอง โด่งดังขึ้นมา

คุณอ๋องยังมีคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ชื่อว่า มองตะเกียบ เห็นป่าไผ่ เป็นการเล่าเกร็ดต่างๆ ในประวัติศาสตร์จีน และได้รวมเล่มเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน (พิมพ์โดยโพสต์บุ๊ก) ซึ่งคุณอ๋องก็ใจดี ส่งมาให้ผมอ่านฟรีๆ หนึ่งเล่ม

Keyword: 

รีวิวหนังสือ "ยุคมืดของประวัติศาสตร์ไทย"

ยุคมืดของประวัติศาสตร์ไทย

เข้าโหมดเขียนบล็อกเดือนละ 1 ตอน หนังสือเล่มนี้อ่านจบมาได้สักพักแล้ว ไม่รู้จะไปเขียนลงที่ไหนดี เอาที่นี่ล่ะกัน

ยุคมืดของประวัติศาสตร์ไทย: หลังบายน พุทธเถรวาท การเข้ามาของคนไท เป็นหนังสือรวมบทความเชิงวิชาการจากนักวิชาการประวัติศาสตร์หลายคน โดยมี อ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นบรรณาธิการ

หนังสือเล่มนี้จับเอาช่วงเวลาประมาณ 150 ปี พ.ศ. 1760-1900 ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างปลายยุคขอม (นครวัด-นครธม) ก่อนเข้าสู่อาณาจักรของคนไทในพื้นที่ของประเทศไทยปัจจุบัน (พวกสุโขทัย/ล้านนา, ส่วนกรุงศรีอยุธยา ตั้งปี พ.ศ. 1893) ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงนั้นกันแน่

Keyword: 

ติโต มหาบุรุษผู้รวมชาติยูโกสลาเวีย

ติโต

ติโต เป็นพระราชนิพนธ์แปลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เป็น 1 ใน 2 เล่มที่ทรงแปล อีกเล่มคือนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ) เป็นเรื่องของโจซิป โบรซ ติโต (Josip Broz Tito) ประธานาธิบดีผู้สร้างชาติยูโกสลาเวียช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

หนังสือไม่ยาวนัก มีแผนที่และภาพประกอบสวยงาม ในหลวงแปลจากหนังสือเรื่อง Tito ของ Phyllis Auty ตอนนี้ฉบับแปลยังมีขายอยู่ที่ร้านนายอินทร์ ราคา 250 บาท (ปกแข็งอย่างดี)

เราอาจคุ้นเคยชื่อ "ยูโกสลาเวีย" (Yugoslavia) จากสงครามช่วงยุค 90s กันมาบ้าง แต่ถ้าถามว่าประเทศยูโกสลาเวียเป็นอย่างไร จำนวนคนที่ตอบได้อาจไม่เยอะนัก เมื่อเทียบกับชาติยุโรปตะวันตกทั้งหลาย

Mockingjay

Mockingjay

หนังสือเล่มอวสานของตำนาน The Hunger Games สามารถสรุปได้ว่าเป็น "ความเวิ่นเว้อของแคตนิส ภาคสมบูรณ์"

ประโยคที่ define moment ของหนังสืออยู่ในหน้าแรกๆ

กระนั้น ฉันก็ยังเกลียดพวกเขา แต่ตอนนี้ฉันก็เกลียดแทบทุกคนอยู่แล้ว และเกลียดตัวเองมากกว่าใครๆ

ความเวิ่นเว้อกำลังดีของแคตนิสในเล่มแรก กลายมาเป็นความน่ารำคาญในเล่มสอง และพอมาถึงเล่มสาม เธอก็วิวัฒนาการเต็มขั้นกลายเป็นสุดยอดแห่งความน่ารำคาญ

เนื้อหาทั้งเล่มที่ควรจะเป็นเรื่องการลุกฮือขึ้นของฝ่ายกบฎต่อแคปปิตอล กลายเป็นความเอาแต่ใจของวัยฮอร์โมน ที่ไม่พอใจต่อทุกผู้ทุกคน (โลกไม่เข้าใจฉัน) เผ่ากบฎดูจะชนะใสๆ ถ้าจะแพ้ก็คงเป็นเพราะแคตนิสเนี่ยแหละ

ตัวละครในเรื่องก็ดูจะผิดฝาผิดตัวไปทั้งหมด นอกจากความเยอะของนางเอกแล้ว คนอื่นๆ ในเรื่องก็ไม่ได้เรื่องเช่นกัน

ปีกแห่งไฟ Catching Fire

หลังจากอ่าน The Hunger Games เล่มแรก ก็ต่อด้วยเล่มสอง "ปีกแห่งไฟ" Catching Fire เลยดีกว่า

ครึ่งแรกของเล่มสามารถสรุปได้ว่า "แคตนิส ชีวิตเซเล็บที่ฉันไม่อยากเป็น" แคตนิสที่ชนะการแข่งขัน The Hunger Games #74 มีชีวิตที่ดีขึ้น สบายขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสนใจของผู้คน ต้องเฟคตลอดเวลา เพื่อเอาใจประธานาธิบดีสโนว์ ที่เห็นว่าเธอเป็นสัญลักษณ์ของ uprising ทำให้เธอต้องพยายามเฟคดูหวานแหววกับพีต้า ทั้งที่ชอบเกลมากกว่า (รักสามเส้าอันน่าเบื่อ)

จุดเปลี่ยนของเรื่องอยู่ที่แคตนิสเรียนรู้ว่า เขตต่างๆ เริ่มลุกฮือ และโลกนี้มีเขต 13 อยู่ เรื่องถัดจากนี้เราพอคาดเดาได้ว่า ฝ่ายกบฎจะต้องออกมา และแคตนิสจะต้องเข้ากับฝ่ายกบฎด้วยวิธีการสักทาง

Pages

Subscribe to RSS - Book