เห็นชื่อคุณ @ripmilla ใน Twitter รู้สึกว่ามันคุ้นๆ เลยลองทักเล่นๆ ว่าเอามาจากเรื่อง MAPS หรือเปล่า ซึ่งปรากฎว่าใช่ซะงั้น ซึ่งตื่นเต้นมากเพราะหาคนอ่านเรื่องนี้ได้ยากมากๆ
ผมรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้จากคุณ house ซึ่งตอนนั้น SIC ยังไม่เอามาพิมพ์ใหม่ มีเฉพาะเวอร์ชันไพเรตแบบ 8 เล่มใหญ่ซึ่งหาซื้อไม่ได้แล้ว โชคยังดีว่าคุณ house ชี้ทางสว่าง บอกว่าร้านเช่าการ์ตูนของ KFC ที่เกษตร (ตอนนี้รู้สึกจะกลายเป็นศูนย์คอม?) มีให้เช่าครบชุด แถมโชคดีซ้ำสองตรงที่หลังจากผมเช่าการ์ตูนชุดนี้จบไปไม่นาน ร้านเช่าร้านนี้ก็เจ๊งและหายไปเสียอย่างนั้น จากประสบการณ์การเช่าการ์ตูนอีกหลายร้านยังไม่เคยเจอร้านไหนที่มีอีก ดวงคนมันจะได้อ่าน ทำนองนั้น
MAPS กลายมาเป็นการ์ตูนอีกเรื่องในดวงใจ ผมเคยเขียนรีวิวไว้บน Project-ile ยุคแรกสุด ตอนนี้ข้อมูลหายไปหมดแล้ว แอบโชคดีอีกนิดตรงที่กู้มาจาก archive.org ได้เฉพาะส่วนของ excerpt (ขอบคุณท่าน พ. ที่ชี้ทาง)
MAPS : พิชิตศึกจักรวาล
มาว่ากันด้วยเรื่องของหนังสือการ์ตูนมั่ง จะว่าไปแล้วการ์ตูน Sci-fi ดีๆ ก็มีอยู่เยอะ พอสมควร ถ้าคุณเป็นคอการ์ตูน/อนิเมญี่ปุ่น (แบบผมนะ :) อย่างเช่นเรื่อง AKIRA (ที่กลายเป็นหนังดัง) และ Ghost in the Shell (กลายเป็นหนังเหมือนกัน) ของ Atomo ผู้กำกับมือทอง หรือเรื่อง GUNNM เพชรฆาตไซบอร์ก ที่เป็น Hard Fiction ได้สบายๆ ในเรื่องได้มีการแทรกเทคโนโลยีอย่างโซลิดเสตท ลิฟท์อวกาศ ไซบอร์ก และโลกที่เสื่อมโทรม ซึ่งตอนนี้ได้ออกภาคใหม่ GUNNM : Last Order มาให้เราๆ ได้อ่านกันด้วย แต่ถ้าพูดถึงสงครามอวกาศ ถ้าเป็นการ์ตูน เราอาจจะคิดถึงกันดั้ม หรือ มาครอส แต่ว่าสงครามอวกาศในเรื่องเหล่านี้ (และเรื่องอื่นๆ ไม่ว่า สตาร์วอร์ส หรือ สตาร์เทรคก็ตาม) คงเทียบไม่ได้กับเรื่องที่จะมาแนะนำในวันนี้ MAPS ที่มีสงครามอวกาศอันยิ่งใหญ่ขนาดกาแลกซี่ทีเดียว
ผมจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเขียนอะไรไปบ้าง แต่ถ้าให้ย้อนความประทับใจอีกรอบ MAPS เป็น hard sci-fi ที่เอายานรบพันล้านลำไปสู้กับสัตว์ประหลาดที่ตัวใหญ่กว่ากาแลกซี่ (แถมมีกฎทางฟิสิกส์รองรับน่าเชื่อถือสุดๆ) ในส่วนของเนื้อเรื่องและคาแรกเตอร์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยยานอวกาศรูปหญิงสาว (มีใครคุ้นๆ บ้างรึยังครับ) ซึ่ง sync ชีวิตและความรู้สึกนึกคิดกับตัวละครในเรื่อง รายละเอียดลืมไปหมดแล้ว (เขียนถึงแล้วอยากอ่านใหม่) เอาเป็นว่ายกให้เป็น 1 ใน 2 การ์ตูนไซไฟในดวงใจ คู่กับ Gunnm ภาคแรก
อ้อ ที่ชื่อเกี่ยวข้องคือนางเอกของเรื่องชื่อ “ริปมิลล่า” นะครับ ผมเข้าใจเอาเองว่ามาจากภาษาอังกฤษคือ “ริปมิลเลอร์”
คุณ ripmilla ยังบอกผมอีกด้วยว่า คอมมิกของ MAPS ภาคต่อออกแล้วนะ (ใช้ชื่อว่า The Next Sheet of MAPS) เห็นแล้วแบบว่า โอว อยากกลับเมืองไทยจังเลย
ป.ล. ภาคแรกมีเวอร์ชันอนิเมด้วย แต่ไม่เคยดู
ป.ล. 2 งานของ Hasegawa Yuichi อีกเรื่องที่เคยอ่าน (แต่ไม่จบ) คือ Crossbone Gundam ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องฉบับเต็มของ F91 ที่ Yoshiyuki Tomino อยากทำ (แต่ไม่ได้ทำเพราะเหตุผลด้านการตลาด)
ป.ล. 3 ขึ้นด้วย MAPS ทำไมจบด้วยกันดั้มวะเนี่ย
(ไม่สปอยล์)
นอกจากอาหารไทยแล้ว สิ่งที่คิดถึงมากๆ คือ การ์ตูนญี่ปุ่น!! ถึงแม้จะอ่านจาก scanlation ได้ แต่ iBook ตัวเก่ามันหน้าจอแค่ 1024x768 ไม่เหมาะอย่างแรง ไหนเลยเรามี MacBook Air ความละเอียด 1280x800 ทั้งทีก็ตามไล่อ่านเสียหน่อย
แต่ผมว่างเว้นจากการอ่านการ์ตูนไปเกือบครึ่งปี เมื่อรวมกับระยะที่ต้นฉบับทิ้งห่างจากฉบับภาษาไทย มันก็เยอะอยู่ เกิดอาการขี้เกียจขึ้นมาฉับพลัน แต่คิดไปคิดมาสักพัก มันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทิ้งห่างกันไม่เยอะนี่นา!!

อ่านไปสักพักก็พบว่ามันมากจนหยุดไม่ได้ ต้องไล่อ่านให้จบภายในคืนเดียว การผูกเรื่องและเล่าเรื่องของอีตา Yoshihiro Togashi นั้นสุดยอดมาก (ถึงแม้จะขี้เกียจขนาดไหน แต่เขียนออกมาได้แบบนี้ก็พอให้อภัย) สำหรับภาคมดนี้ช่วงวางแผนนั้นน่าเบื่อเล็กน้อย แต่เมื่อบุกเข้าปราสาทที่แต่ละตอนเรื่องขยับไปแค่หลักวินาทีนี่เจ๋งจริงๆ เท่านั้นยังไม่พอ ตอนล่าสุด “เงื่อนไข” บางอย่างยังจะส่งผลให้ศึกระหว่างกอร์นกับเนเฟลปีโต้น่าสนใจกว่าการล้างแค้นธรรมดามากมาย
HxH เป็นการ์ตูนที่เล่นกับ “เงื่อนไข” หรือกฎกติกาบางอย่างที่สมมติขึ้นมา และตัวละครในเรื่องต้องพลิกแพลงหาช่องโหว่จากเงื่อนไขเหล่านี้ (การ์ตูนจำพวกเดียวกันคือ Jojo และหงสาจอมราชันย์) ถ้าลองไล่ดูตั้งแต่ต้น จะเห็น “เงื่อนไข” หลายชนิดที่ทยอยโผล่มาตลอดทั้งเรื่อง เช่น กติกาการสอบฮันเตอร์, ความสามารถเน็น, กติกาการต่อสู้ในหอคอย, กติกาของการ์ดเกม GI และล่าสุดคือ “ความจงรักภักดีต่อราชา+สภาวะการณ์แวดล้อม”
ป.ล. มีใครบอกได้ไหมครับว่าเนเฟลปีโต้นี่เพศอะไร scanlation บางฉบับใช้ he บางที่ใช้ she
เพื่อนแนะนำให้เช่า "ลูกผู้ชายอันดับ 1: ตำนานเอดาจิมะ เฮฮาจิ" มาอ่าน ก็สนุกในระดับหนึ่ง แต่เทียบอารมณ์โดยรวมแล้วก็ต่างกับ "โรงเรียนนายร้อยเดนตาย" (ผมชอบชื่อนี้มากกว่า "โรงเรียนลูกผู้ชาย" หรือ "ขุนพลประจัญบาน") มาก โดยเฉพาะเรื่องเส้นที่ไม่ปราณีตเหมือนเดิม
มานั่งไล่ๆ ดู ช่วงหลังมีการ์ตูนเก่าเอามาวาดภาคต่อเยอะเหมือนกัน อาจเป็นสัญญาณว่านักเขียนดังๆ ไม่สามารถก้าวข้ามความสำเร็จในอดีตของตัวเองได้ และต้องกลับมาหากินด้วยซีรีย์สร้างชื่อแต่โบราณ
ในบรรดานักเขียนรุ่น 80/90 คนที่กลับมาเกิดใหม่ไม่สำเร็จเลยคือโทริยาม่า อากิระ ส่วนเรื่องที่อยากให้กลับมาเกิดใหม่มากแต่ไม่ยอมมาเสียทีคือเซนต์ เซย่า ภาคสวรรค์
คิดว่าออกมาซักพักแล้ว ไม่รู้หลุดรอดสายตามาได้อย่างไร เมื่อวานไปเจอที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เลยสอยกลับมา (เล่มละ 85 บาท แพง...)
เนื้อเรื่องดูจากปกก็เดาได้ เบสบอล (และโคชิเอ็ง) เพียงแต่เรื่องนี้ไม่โคชิเอ็งเข้มข้นเท่า H2
ลายเส้นเหมือนเรื่องรักพลิกล๊อค
การดำเนินเรื่องเหมือนรักพลิกล๊อคผสม Rough
ตอนที่ชอบสุดคือตอนสุดท้ายของเล่ม 1 ที่นางเอกหึงพระเอกแต่ฟอร์มเยอะไม่กล้าถาม สุดท้ายเธอเดินสะดุดยอดหญ้าล้มแล้วถึงได้โอกาสถาม น่ารักดีครับ