บล็อกในซีรีย์ "มาเพิ่มเนื้อที่แสดงผลบนหน้าจอกันเถอะ"
ตอนที่ 3 นี้ว่ากันด้วย Google Reader โปรแกรมสำหรับอ่าน feed ที่ใช้เนื้อที่หน้าจอเปลืองมาก
ต่อจากตอน How to Merge Ubuntu's Gnome Panels into One ผมก็ยังพยายามหาทางเพิ่มพื้นที่แสดงผลต่อไป
อย่างที่เขียนไปแล้วว่า ผมฝึกตัวเองให้ท่องเว็บโดยที่ต้องมี
สรุปว่าสองอันนี้ยังไงก็เอาออกไม่ได้ ส่วน Navigation Bar นั้นขาดไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นออปเจคต์บนหน้าจอที่เหลือก็คือ
Firefox 3.5 ใน Ubuntu 9.04 นั้นมีแพกเกจอย่างเป็นทางการแล้ว (firefox-3.5) ถึงแม้ว่าชื่อของโปรแกรมใน title bar จะยังเป็น Shiretoko ก็ตาม (คาดว่าติด approval process จาก Mozilla) แต่ก็เป็นตัวสุดท้ายและใช้งานได้เต็มที่
แต่ข้อเสียของ Firefox 3.5 ในรุ่น Ubuntu คือมันจะไม่เปิดใช้ font hinting ตามที่เราตั้งไว้ใน GNOME ทำให้ฟอนต์เบลอน่าเกลียดมาก ใช้ไม่ลง
โชคดีว่ามีคนเจอปัญหาแบบเดียวกันใน Ubuntuforums ทางแก้ให้สร้างไฟล์ชื่อ .fonts.conf ไว้ใน home โดยมีเนื้อหาตามนี้
<?xml version="1.0"?> <!DOCTYPE fontconfig SYSTEM "fonts.dtd"> <fontconfig> <match target="font" > <edit mode="assign" name="rgba" > <const>rgb</const> </edit> </match> <match target="font" > <edit mode="assign" name="hinting" > <bool>true</bool> </edit> </match> <match target="font" > <edit mode="assign" name="hintstyle" > <const>hintfull</const> </edit> </match> <match target="font" > <edit mode="assign" name="antialias" > <bool>true</bool> </edit> </match> </fontconfig>
restart Firefox 3.5 หนึ่งครั้ง แล้วก็ลืม Firefox 3.0 ไปได้เลย
BusinessWeek ผลงานดีมีคุณภาพอีกแล้ว (แนะนำให้บอกรับ feed โดยพลัน)
เมื่อพูดถึงแนวคิดใหม่ๆ อย่าง crowdsourcing กรณีศึกษาที่จะถูกยกขึ้นมาพูดถึงเสมอคือ
แต่เนื่องด้วยระยะหลัง Firefox ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก แถมยังเป็นซอฟต์แวร์ที่คนทั่วไปใช้ (เป็นที่รู้จักมากกว่าลินุกซ์มาก) และถ้าคนที่ติดตามหน่อยจะรู้ว่า ecosystem ที่เกิดขึ้นรอบๆ extension ของ Firefox นั่นยิ่งใหญ่ เป็นความได้เปรียบสำคัญเหนือ Safari และ Chrome ทำให้ความโดดเด่นด้าน crowdsourcing ของ Mozilla/Firefox นั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
บทความ Mozilla's Crowdsourcing Mystique พูดถึงประเด็นนี้โดยตรง ประเด็นที่น่าสนใจได้แก่ วิธีการจัดการโครงการของ Mozilla ที่เป็นการสร้างกรอบกว้างๆ แล้วให้ชุมชนจัดการกันเองในรายละเอียด, วิธีการสร้างแรงจูงใจให้เข้าร่วม (ซึ่งไม่ต้องจ้าง มาเองด้วยใจ)
ในฐานะที่ติดตาม Mozilla มาตั้งแต่วันเปิดซอร์ส (31 มี.ค. 1998 ผมจำวันนี้แม่น) บอกได้เลยว่ากว่า Mozilla/Firefox จะมาถึงจุดนี้ไม่ง่ายเลย สมัยแรกๆ นั้นวิศวกรของ Netscape เกิดอาการหวงโค้ด (อาการนี้เกิดขึ้นในโครงการโอเพนซอร์สที่เริ่มมาจากฝั่งบริษัทแทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น OOo, OpenSolaris หรือ Fedora) และทำให้ชุมชนภายนอกไม่เข้าร่วมได้อย่างที่ต้องการ หลายๆ คนน่าจะจำวันคืนอันมืดมนของ Mozilla Suite ได้ (ปัจจุบันคือ Seamonkey)
ในบทความข้างต้นได้สัมภาษณ์นักเขียนที่เชี่ยวชาญในด้านนี้ ประโยคนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"There's no easy way to copy Mozilla,"