ไปทำท่าไหนไม่รู้ฟอนต์ภาษาไทยบน Firefox ใน Ubuntu Feisty มันเละ (hint เน่าเลย) ลองแก้กลับไปกลับมาก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องกลับมาเซ็ตใหม่ มาจดไว้กันลืม
ขั้นตอนทั้งหมดทำตาม การปรับแต่งฟอนต์ไทยบน Ubuntu ของคุณกำธร ต่างกันนิดเดียวตรงที่คุณกำธรเลือกใช้ Loma เนื่องจากเป็นฟอนต์ไทยมาตรฐานที่มากับ Ubuntu แต่ผมดันพิสดารอยากใช้ Tahoma ที่ลงเองทีหลังเพราะว่า hinting มันสวยกว่าเยอะ
ผมแก้ 66-ttf-thai.conf โดยเพิ่ม Tahoma เข้าไปใน <Alias> และ <prefer> ที่ยากหน่อยคือส่วนของ <match> ซึ่งระบุวิธีการ hinting ซึ่งลองแล้วแบบที่เวิร์คสุดคือ
<test name="family">
<string>Tahoma</string>
</test>
<edit name="autohint" mode="assign">
<bool>false</bool>
</edit>
<edit name="hinting" mode="assign">
<bool>true</bool>
</edit>
<edit name="embeddedbitmap" mode="assign">
<bool>True</bool>
</edit>
คำอธิบาย: ไม่ใช้ autohint (hint โดยอาศัยซอฟต์แวร์คำนวณ) เพราะว่า [manual] hinting ของ Tahoma (ทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน hinting ของไมโครซอฟท์) นั้นสวยอยู่แล้ว ส่วนอันสุดท้ายคิดว่าใส่อะไรก็คงไม่ต่างกัน เพราะเราคงไม่ได้ใช้ฟอนต์เล็กขนาดนั้นอยู่แล้ว (มั้ง)
ผลที่ได้ก็ฟอนต์ภาษาไทยสวยงาม คมกริบ ถ้าใครขี้เกียจก็ดาวน์โหลด 66-ttf-thai.conf เวอร์ชันของผมไปใช้ได้
สัมภาษณ์ iannnn แห่ง f0nt.com ลงในจุดประกายเสาร์สวัสดี กรุงเทพธุรกิจ
ถึงไม่เคยเจอหน้า (มีแต่เฉียดๆ ตอนไปงาน FAT) แต่ช่วยโปรโมทให้เค้าหน่อย
เพิ่งรู้วันนี้เองว่า Angsana UPC กับ Angsana New มันต่างกันตรงไหน
เคยสงสัยเหมือนกันสมัยหัดใช้คอมใหม่ๆ แต่ไม่ได้ติดใจอะไรมากนักถ้ามันใช้ได้ทั้งคู่ คำถามนี้เลยลบหายไปจากใจมานาน เชื่อว่าคนอื่นน่าจะคิดคล้ายๆ กัน
วันนี้มีโอกาสนั่งคุยกับคุณบุญเลิศ คนสร้าง Angsana, Browalia, Cordia เหล่านี้ เลยได้รู้ข้อแตกต่าง
ฟอนต์ TrueType ในปัจจุบันเป็นเวกเตอร์ ถึงแม้เวกเตอร์จะมีข้อดีที่ขยายอย่างไรก็ไม่มีวันแตก แต่ถ้าย่อภาพลงไปจนเล็กในขนาดหนึ่ง (สำหรับฟอนต์คือประมาณ 18pt ลงไป) จำนวนจุดที่แสดงผลบนจอจะเป็นข้อจำกัด ทำให้ฟอนต์เริ่มบิดๆ เบี้ยวๆ
hinting คือการบอกว่าจะวาดฟอนต์บนจออย่างไร anti-alias อย่างไรถึงจะสวย ซึ่งเป็นวิธีแบบ manual ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ สำหรับทำ hint และฟอนต์ตัวเดียวกันแต่คนละขนาด หรือคนละ resolution จำเป็นต้องใช้ hinting คนละชุดกัน เพราะ hinting สำหรับ 18pt อาจจะดูไม่ดีใน 12pt ก็ได้
เท่าที่ทราบปัจจุบันนี้ในโลกมีผู้เชี่ยวชาญการ hinting ระดับเทพจริงๆ 10 กว่าคนเท่านั้น หมกตัวอยู่ใน Microsoft, Apple, Adobe และบริษัทฟอนต์อย่าง Bitstream
ถ้าเคยใช้ Bitstream Vera จะพบว่ามันคมชัดมากแทบจะบาดเลย Vera เป็นหนึ่งฟอนต์ที่ได้รับการยอมรับว่ามี hinting ดีมากๆ
สำหรับ Mac OS X จะไม่มี hinting เพราะส่วนการแสดงผลนั้นใช้ OpenGL เข้ามาช่วยในการ composite ภาพส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ยกหน้าที่การทำ anti-alias ไปให้กับ OpenGL แล้ว ภาพเลยออกมาชัดจนไม่ต้องมี hinting (คุณบุญเลิศยังบอกด้วยว่าจะเห็นชัดเจนในจอแบบใหม่ของ PowerBook)
โลกของฟอนต์นี่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะแฮะ
อัพเดต
แนะนำให้อ่านบล็อกของ Edd Dumbill - Linux fonts: still wanting
วันนี้อ่าน Jon Hicks (คนวาดโลโก้ Firefox) เขียนถึง Arial ฟอนต์ที่คุณก็รู้ว่าฟอนต์ไหน เลยตามลิงก์ไปอ่านสนุกดี
ฟอนต์ต้นฉบับชื่อว่า Helvetica (ถ้าใช้แมคจะรู้จักฟอนต์นี้) ถูกสร้างมาตั้งแต่ยุค 50 ได้รับความนิยมมากมาย
พอคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้น ในวงการออกแบบ Adobe สร้างระบบ PostScript และมีฟอนต์ 2 ประเภท คือ Type 1 (มี hint) และ Type 3 (ไม่มี hint) ตรงนี้ Adobe ปิดสเปกของ Type 1 ไว้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำอยู่เจ้าเดียว โดย Adobe ได้ไลเซนส์ของ Helvetica สำหรับ Type 1 ด้วย
ไมโครซอฟท์กับแอปเปิลเลยร่วมมือกันดัดหลัง สร้างฟอนต์แบบใหม่ที่เรียกว่า TrueType ขึ้นมา
ในอเมกา ชื่อฟอนต์มีลิขสิทธิ์คุ้มครอง ในเมื่อ Helvetica เป็นชื่อที่มีเจ้าของ เลยมีบริษัทเล็กๆ สร้างฟอนต์เลียนแบบที่ชื่อ Arial ขึ้นมา ซึ่งมีจุดเล็กๆ หลายจุดที่แตกต่างกัน ดีไซเนอร์ส่วนมากชอบ Helvetica มากกว่า และบ่นว่าตัว Italic ของ Arial นั้นไม่ใช่ True Italic (อะไรคือ True Italic) (วิธีดู Helvetica/Arial)
Type 1 โดนแกะได้ในที่สุด Adobe ยอมเปิดเผยข้อมูล และร่วมกันทำ TrueType
พอ TrueType เสร็จสมบูรณ์ ไมโครซอฟท์เลือกใช้ Arial ด้วยเหตุผลด้านราคา ส่วนแอปเปิลจ่ายแพงกว่าให้ Helvetica
โลกออกแบบเลยถูกแบ่ง เมื่อวินโดวส์ประสบความสำเร็จมากกว่า ปัจจุบันคนส่วนมากพอมาเจอ Helvetica ก็จะพูดว่า "นี่เป็นฟอนต์เลียนแบบ Arial นี่เอง!" (ผมคนนึงละ)
ถ้าใครใช้ลินุกซ์ในช่วงหลังๆ คงผ่านตาฟอนต์ชื่อ Bitstream Vera (Wikipedia) กันบ้าง Vera เป็นฟอนต์ตัวราชการแบบโอเพนซอร์สที่ทำแจกโดยบริษัททำฟอนต์ชื่อ Bitstream (Wikipedia) ไม่รู้ว่าใจดีจริงหรือหวังผลทางการตลาด แต่ก็ทำให้คนทั่วไปมีฟอนต์ที่คุณภาพดีมากๆ ใช้โดยไม่มีปัญหาเรื่อง license แถมบริษัทก็คงดังขึ้นอีกเยอะ (คิดว่านะ เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะรู้จัก Bitstream จาก Vera เหมือนกัน)
ถึงแม้ Vera จะมีคุณภาพดีขนาดไหนก็ตาม แต่ตัวหนังสือ (ภาษาชาวฟอนต์เค้าเรียก glyph) ที่มีใน Vera มีเฉพาะตัวละตินเท่านั้น ก็เลยมีคนนำ Vera มาเติมตัวภาษาอื่นๆ ลงไป แล้วออกมาในชื่อใหม่ว่า DejaVu ดังนั้น Vera ที่ดีอยู่แล้วก็ดียิ่งขึ้นไปอีก นอกจากจะเติมตัวหนังสือแล้ว DejaVu ยังมีฟอนต์แบบตัวแคบๆ (เค้าเรียก Condensed อธิบายง่ายๆ ก็ประมาณ Arial Narrow เทียบกับ Arial) นอกเหนือไปจาก Serif, Sans-Serif และ Monospace
ถ้าใครใช้คอมมาก็นาน ยังไม่รู้ความแตกต่างเวลามันมีให้เลือกว่าจะเอาฟอนต์แบบไหนระหว่าง Serif, Sans Serif และ Monospace ที่ Wikipedia มีให้อ่าน
เลยจัดการดาวน์โหลด DejaVu มาใช้ซะเรียบร้อย วิธีลงก็ง่ายๆ ก็อป .ttf ไปใส่ในไดเรคทอรีฟอนต์ของแต่ละ OS (บนแมคคือ ~/Library/Fonts) จริงๆ แล้วคนไทยไม่น่าจะใช้ส่วนที่เกินมาจาก Vera เท่าไรนัก แต่ไหนๆ แล้วก็ลง DejaVu ให้ครบๆ เลยดีกว่า
ป.ล. SIPA จะเพิ่มส่วนของภาษาไทยเพิ่มเข้าไปใน Vera โดยจ้างคนที่ทำ Angsana, Cordia ผมเห็นตัวอย่างแล้วก็โอเคครับ แต่คงอีกนานกว่าจะออกเพราะต้องให้ครบชุด Vera ทั้ง 10 แบบด้วย
ป.ล.2 เลยได้รู้ที่มาว่าชื่อฟอนต์พวก Angsana, Cordia, Browallia นี้เป็นชื่อของกล้วยไม้ทั้งหมดเลย