Gadget

Dell Streak

หลังจากใช้ Samsung Galaxy S หน้าจอ 4" มาได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผมเริ่มเชื่อแล้วว่า form factor ที่เหมาะสมของอุปกรณ์พกพา มันควรอยู่ที่ประมาณ 4-5" ราวๆ นี้ คือไม่ใหญ่เกินไปจนใส่กระเป๋ากางเกงไม่ได้ แต่ก็ใหญ่พอสำหรับการอ่านข้อความแบบไม่ต้องเลื่อนบ่อยๆ อ่านการ์ตูน ดูหนัง ดูแผนที่ ได้แบบไม่อึดอัด (จริงๆ แล้วมันคือวิชัน MID ของอินเทลนั่นเอง)

ดังนั้น Dell Streak หน้าจอ 5" จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจมิใช่น้อย ราคาแบบไม่ติดสัญญาของ O2 อยู่ที่ 399 ปอนด์ หรือประมาณเกือบ 20,000 นับว่าถูกกว่า Galaxy S หรือ HTC Desire ด้วยซ้ำ

dellstreak

ดูรีวิวของ Engadget ก็ออกมาดีทีเดียว กล้องใช้ได้ แบตอยู่ทน หน้าตาโอเค (ผมว่ามันคล้ายๆ BlackBerry Storm อันใหญ่ๆ นะ) แต่ที่ไม่ชอบคือยังเป็น Android 1.6 (อันนี้แก้ไม่ยาก ขึ้นกับ Dell จะจริงใจแค่ไหน ซึ่งเราพบแล้วว่า HTC ไม่ค่อยจริงใจนัก) และพอร์ตพิสดารของตัวเอง ลอกแบบแอปเปิลมาอีกแล้ว

อีกสักพักคงมีคู่แข่งไซส์ใกล้เคียงกันออกมาในตลาด พกเครื่องไซส์ประมาณนี้ใส่กระเป๋ากางเกง ดีกว่าแบก iPad ใส่เป้เยอะ

Seen from Viewpoints for Thailand, the video describes itself:

I know what do you think right now. The inventors also know about it. From oblong industries site:

Some of the SOE's core ideas are already familiar from the film Minority Report, whose characters performed forensic analysis using massive, gesturally driven displays. The similarity is no coincidence: one of Oblong's founders served as science advisor to Minority Report and based the design of those scenes directly on his earlier work at MIT.

John Steven Underkoffler, the founder, is brainchild from MIT Media Lab. g-speak is his Ph.D. work. After MIT, g-speak caught the eye of Raytheon, military manufacturer and Raytheon then helped him to setting up the company.

Read the whole story at MIT Inventor of the Week.

เพิ่งเคยจับ Kindle ตัวเป็นๆ ก็วันนี้ (เป็น Kindle 2 ของ @guopai)

สรุปสั้นๆ ว่ามันยอดมาก e-Ink เหนือจินตนาการ ขอบชัดเส้นคมกริบ ให้ความรู้สึกราวๆ 60-70% ของหนังสือจริงๆ แล้ว

นอกจากนี้ Kindle ยังมาพร้อมกับซิมการ์ดในตัว ต่อ EDGE ได้ทันทีไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลก ที่สำคัญ "ฟรี" (รวมอยู่ในค่า Kindle แล้ว)

แบตอยู่ได้ 2 อาทิตย์ ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อันนี้ปิด EDGE (เปิดเฉพาะที่ใช้) และอ่านประมาณวันละ 0.5-1 ชม.

ราคารวมตกอยู่ประมาณ 14,000 อันนี้รวมค่าส่ง ภาษี และซองหนังเรียบร้อยแล้ว

เมื่อก่อนผมไม่แน่ใจนักเรื่อง Kindle vs iPad แต่หลังจากไปเห็น e-Ink ด้วยสายตาตัวเองแล้ว ไม่ต้องคิดมากเลย (ต้องเห็นด้วยสายตาตัวเองเท่านั้นนะ ดูแต่รูปไม่เข้าใจ)

อย่างไรก็ตาม มันก็มีข้อเสีย

  • จอมันเปลี่ยนช้าไปนิด คือช้าน่ะพอได้ แต่นี่มันช้าเกินระยะที่รอได้ไปนิดหน่อย
  • จอเล็กไปหน่อย อันนี้ขอดู Kindle DX ก่อนแล้วค่อยให้ความเห็น
  • วิธีการควบคุมยังเป็นปุ่มทั้งหมด ถ้าเป็นจอสัมผัสหมดนี่ไม่ขออะไรอีกแล้ว
  • อ่าน PDF โดยตรงยังไม่ได้ เห็นว่า Kindle DX ทำได้แล้ว
  • ไม่มีหนังสือไทย อันนี้ต้องรบกวน อมรินทร์ สยามอินเตอร์ มติชน เนชั่น และอื่นๆ ถ้าเครือ a day หรือ open สนใจเป็น สนพ. เล็กที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ผมยินดีให้คำปรึกษาไม่คิดสตางค์

Gadget ในฝันที่อยากได้ในตอนนี้ คือ เครื่องเสียงติดรถยนต์ที่มีระบบ tag เพลงของ Shazam รวมมาด้วย แบบว่ากดฟังวิทยุแล้วบนหน้าจอแสดงข้อความจาก Shazam ได้ทันที

เท่าที่ดูตอนนี้ Shazam เริ่มรู้จักเพลงไทยแล้ว ถ้ามี 3G unlimited (หรือจริงๆ EDGE ก็เหลือเฟือนะ) ที่ราคาถูกพอ และ Shazam รู้จักเพลงไทยมากขึ้น โอ้ย ไม่อยากคิด ซื้อแน่นอน

ป.ล. มานั่งคิดๆ ดูแล้ว Shazam เป็นส่วนต่อขยายที่ดีมากสำหรับ Music Store ทั้งหลาย ถ้าผมเป็น Amazon หรือ Real จะซื้อ Shazam เพื่อสู้กับ iTunes Store (หรือจะเป็นแอปเปิลซื้อเองเลยก็ได้)

G1 - iPhone - Pre - Nokia

Taken by @kengggg's iPhone