I used to be a GIMPShop user for years. GIMPShop, as the name already suggest, is the tweaked version of GIMP to behave like Photoshop. It’s just the temporarily hacked one, doesn’t intend to be separate software project. But it’s good enough for me who just want to crop and add text label to my screenshot.
The problem came up when I bought a new MacBook Air with pre-installed Leopard. GIMPShop didn’t show up as in Tiger. After Googling for a while, I found that GIMPShop is not compatible with Leopard and the author said he won’t update it anymore.
Fortunately, someone at Wilber loves Apple provides the GIMP Mac package. Furthermore, it’s new GIMP 2.4 branch with loads of new features. However, since it’s not the official and fully-tested version, some bugs remain and installation process is a bit tricky.
Follow these steps if you want to use GIMP on Leopard.
After using GIMP 2.4 for a while, it’s very welcome improvement. New interface is cleaner and some more features are added.
Update Since GIMP 2.4 brought us new way of select-and-move and Mac version seems not recognise the Alt key (need to use in combination with Ctrl to move selection). The workaround is to ‘Select Float’ from menu instead.
ซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์สส่วนมาก ถึงแม้จะสามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แต่ผู้ใช้หลายๆ คนนั้น ยังรู้สึกว่า มันยังไม่มีความสามารถเท่ากับซอพท์แวร์ที่คุ้นเคยบนวินโดว์ อย่างเช่น ชุดออฟฟิศ ที่ OpenOffice.org ยังทำได้ไม่ดีเท่า Microsoft Office (แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ) หรือว่าโปรแกรมดูรูป ที่ยังหาอะไรมาเทียบกับ ACDSee ไม่ได้ แต่มีโปรแกรมตัวหนึ่ง ที่ไม่ว่าใครก็ยกนิ้วให้ในความสามารถของมัน
โปรแกรมที่จะกล่าวถึงในวันนี้คือ The GIMP ครับ มันเป็นโปรแกรมตกแต่งภาพแบบเดียวกับ Photoshop โดยคำว่า GIMP นั้นเป็นตัวย่อ ย่อมาจาก GNU Image Manipulation Program ซึ่งหมายถึง โปรแกรมตกแต่งภาพของโครงการ GNU เจ้า The GIMP (ชื่อของมันต้องมี The ด้วยตลอดนะครับ) สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์ม ทั้งวินโดว์ แมค ไม่ใช่บนลินิกซ์เพียงอย่างเดียว (เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิดว่า ซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์ส จะมีแต่บนลินิกซ์)
ดังนั้นถ้ายังใช้วินโดว์อยู่ และไม่อยากเสียเงินซื้อ Photoshop มาใช้งาน ก็สามารถไปดาวน์โหลด The GIMP รุ่นบนวินโดว์มาใช้ได้จากเวบไซท์ของ The GIMP (www.gimp.org) แต่เท่าที่ดูๆ แล้ว การใช้งานบนวินโดว์จะต้องดาวน์โหลดไลบรารีบางตัวที่จำเป็นในการรันมาด้วย ซึ่งไลบรารีเหล่านี้บนลินิกซ์มักจะติดตั้งมาให้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผู้ที่จะใช้ The GIMP บนวินโดว์ก็จะต้องออกแรงดาวน์โหลดและติดตั้งไลบรารีเพิ่มเติมเองก่อน จึงจะใช้งานได้ ส่วนผู้ใช้บนลินิกซ์นั้น ลินิกซ์แทบทุกเจ้า จะให้ The GIMP มาเกือบหมด ปัจจุบัน The GIMP ออกถึงรุ่น 1.2 ส่วน 1.3 จะออกตามมาในเร็วๆ นี้
ความสามารถของ The GIMP เกือบจะเทียบเท่ากับ Photoshop ทุกประการ อาทิเช่น มีฟิลเตอร์ และปลั้กอินในการทำเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น ไล่เงา ตัวนูน ให้กับภาพ, สนับสนุนเลเยอร์และแชนแนล, สนับสนุนการทำ Alpha Channel (คุณสมบัติโปร่งแสง) ของไฟล์ PNG, ช่วยเก็บ Screenshot ได้, สามารถอ่านไฟล์ได้หลายชนิด ทั้ง JPEG, GIF, PNG, TIFF รวมถึงอ่านไฟล์บางเวอร์ชันของ Photoshop (.PSD) และ Paint Shop Pro (.PSP) ได้ (แต่เขียนไม่ได้นะ) จากการใช้งานที่ผ่านมา พบว่า The GIMP นั้นสามารถตกแต่งภาพได้ในระดับเดียวกับ Photoshop การใช้งานจะคล้ายคลึงกันในบางส่วน เช่น เลเยอร์และแชนแนล จะแยกเป็นอีกหน้าต่าง บอกว่าขณะนี้เรามีการเปิดเลเยอร์ไหนบ้าง เครื่องมือต่างๆ ที่มีให้ก็เกือบจะเหมือนกัน เช่น เครื่องมือตัดภาพ (Crop), แต่งภาพ (Retouch), ปากการสำหรับเขียนพาธ (Path), การใส่สีแบบไล่ระดับ (Gradient) ฯลฯ
ถึงแม้ว่าจะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส คือ ผู้ใช้ยังคุ้นเคยกับโปรแกรมตัวเก่า ที่ใช้กันมานานมากกว่า The GIMP ก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่มาใช้ The GIMP วาดรูปครั้งแรก อาจจะสงสัยว่า ไม่มีเมนูมาให้ เวลาจะเซฟ หรือ ก็อปปี้ภาพจะทำอย่างไร เมนูของ The GIMP จะซ่อนอยู่ครับ การเรียกออกมาจากต้องคลิกขวาที่ตัวรูปภาพเสียก่อน เมนูจึงจะปรากฎขึ้นมา ข้อเสียอีกอย่าง นั่นคือ ปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดนั้นจะไม่เหมือนกับ Photoshop ในบางส่วน อาจทำให้ผู้ใช้มืออาชีพ ที่มักจะนิยมใช้ปุ่มลัดเพื่อความรวดเร็วต้องหงุดหงิด ที่ปุ่มลัดไม่เหมือนกัน (และตั้งใหม่เป็นอย่างที่เราชอบก็ไม่ได้ด้วย) ที่สำคัญ อินเทอร์เฟซของ The GIMP นั้นยังเป็นระบบหลายหน้าต่างอยู่ คือ ส่วนของเครื่องมือ, รูปภาพ, เลเยอร์, จานสี จะแยกกันเป็นคนละหน้าต่าง (คล้ายๆ กับ Photoshop รุ่นก่อนๆ) เมื่อสั่งเปิด The GIMP ขึ้นมา ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมา 4-5 หน้าต่าง จะทำให้สับสนเวลาต้องจัดการกับรูปภาพจำนวนมากๆ
The GIMP ถูกนำไปใช้งานจริงในหลายๆ ด้าน การทำกราฟฟิคของโปรแกรมเกือบทุกโปรแกรมบนลินิกซ์มาจาก The GIMP อย่างเช่น ไอคอนของ GNOME หรือ Window Maker ก็เขียนด้วย The GIMP ทั้งหมด ถ้าไม่นับเรื่องอินเทอร์เฟซ ของ The GIMP ที่ยังทำไม่ค่อยดีแล้ว เรื่องอื่น The GIMP เรียกได้ว่าไม่เป็นรองโปรแกรมแต่งภาพบนวินโดว์อย่าง Photoshop หรือ Paint Shop Pro เลยทีเดียว ถ้าเกิดว่าสนใจจะเปลี่ยนมาใช้โปรแกรมทำงานกราฟฟิคแบบโอเพ่นซอร์สแล้วละก็ The GIMP เป็นตัวเลือกเดียวอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครัย
คอลัมน์นี้เคยแนะนำ The Gimp (ย่อมาจาก GNU Image Manipulating Program ชื่อต้องมี The นำหน้าเสมอด้วย) โปรแกรมวาดรูปสุดเก่งของลินิกซ์ไปครั้งหนึ่งแล้ว (สนใจหาอ่านตอนเก่าๆ ได้จาก http://linux.thai.net/~markpeak นะครับ) จุดเด่นของ The Gimp คือความสามารถอันทรงพลังที่เรียกได้ว่าเทียบเท่า Photoshop เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Layer, Channel หรือ Filter แต่ว่า The Gimp เองก็มีจุดอ่อนสุดๆ เหมือนกัน คือ อินเทอร์เฟซของมันนั้นจะงงๆ เล็กน้อย เพราะว่าเมนูบาร์ จะต้องคลิกขวาก่อนถึงจะปรากฎออกมา ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ทราบจุดอ่อนข้อนี้ และพยายามแก้ไขอยู่ใน The Gimp รุ่นใหม่ คือ รุ่น 1.4 (รหัสในการพัฒนาคือ 1.3.x) ซึ่งก็ทดสอบกันมานานมาก จนไม่ออกมาซักที แต่ถึงแม้ The Gimp 1.4 จะยังไม่ออก รุ่น 1.3 ก็มีเสถียรภาพพอที่จะนำมาใช้แทน Gimp 1.2 ที่แสนจะเก่าได้แล้ว วันนี้เรามาเล่น The Gimp 1.3 กันครับ
The Gimp ที่ใช้นี้เป็นรุ่น 1.3.23 ซึ่งติดตั้งมาให้แล้วในลินิกซ์ทะเล 5.5 รุ่นเบต้า (ตอนนี้เครื่องผมลงทะเล 5.5 เบต้า เพราะโปรแกรมใหม่ดี และช่วยทดสอบบั้กไปในตัว ส่วน 5.5 ตัวจริงคงออกเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) สอบถามทีมงานทะเลดู ก็พบว่าคิดเหมือนกันที่ The Gimp 1.3 นั้นใช้งานได้จริงแล้ว และก็รอ The Gimp 1.4 ไม่ไหว ถ้าใครยังใช้ลินิกซ์ตัวอื่นๆ ที่เก่าหน่อยอย่าง ทะเล 5.0 หรือ Red Hat 9 อยู่ แต่อยากลองเล่นดู สามารถดาวน์โหลด RPM ของ The Gimp ได้จากเว็บไซท์ของลินิกซ์ทะเลที่ http://www.opentle.org ครับ
เมื่อเรียกใช้งาน The Gimp จากเมนูกราฟฟิกส์ หลังจากดูหน้าจอ Splash Screen สวยๆ ที่จะเปลี่ยนกันเกือบทุกเวอร์ชันของ The Gimp ก็จะพบกับ The Gimp โฉมใหม่ ที่เหลือแค่ 2 หน้าต่างเท่านั้น โดยจะรวมหน้าต่างทูลบาร์ กับตัวเลือกของทูลบาร์แต่ละชนิดเข้าด้วยกัน เป็นหน้าต่างหลักของ The Gimp ส่วนอีกหน้าต่างหนึ่งจะเป็นการรวมพวก Layer, Channel, Path และ History เข้าด้วยกันเป็นหน้าต่างเดียว เรียกว่า Dock ซึ่งเราสามารถสลับหน้าต่าง 4 ชนิดนี้ได้ด้วย Tab (และสามารถเพิ่มหน้าต่างอื่นๆ เข้ามาได้อีกทีหลัง) ทำให้หน้าตาโดยรวมนั้นลดความซับซ้อนลงไปเยอะมาก บนทูลบาร์จะเห็นว่ามีปุ่มใหม่ๆ เพิ่มมาบ้าง และไอคอนของทูลบาร์ก็เปลี่ยนใหม่หมด สีสันสดใสขึ้นเยอะ ไอคอนวาดโดยนาย TigerT ซึ่งเป็นจิตรกรดิจิตอลชื่อดัง ที่วาดไอคอนให้กับ GNOME มาค่อนข้างเยอะ ตัว 1.3 นี้ใช้ระบบอินเทอร์เฟซแบบ GTK+ 2.0 ทำให้ดูกลมกลืนไปกับ GNOME 2.4 ที่ใช้ GTK+ 2.0 เหมือนกัน (The Gimp 1.2 นั้นยังใช้ GTK+ 1.0 อยู่ ทำให้หน้าตาดูขัดๆ เวลาเอามารันบน GNOME 2.x ที่ใช้ GTK+ 2.0)
ทีนี้เราก็ลองเปิดรูปว่างๆ ขึ้นมา 1 รูป โดยสั่ง File > New หน้าต่าง New เปลี่ยนนิดหน่อยไม่เยอะ มีกำหนดขนาด ความละเอียด สีเริ่มต้น พอกด OK เปิดหน้าว่างๆ ขึ้นมา ก็พบกับสิ่งที่ทุกคนรอคอยที่สุดใน Gimp ครับ มันก็คือเมนูนี่เอง ปกติแล้ว Gimp ตัวเก่าๆ มันไม่มีเมนูบาร์มาให้ จะทำอะไรทีต้องคลิกขวาเรียกเมนูคืนมา ตอนที่ผมใช้ครั้งแรกก็หาอยู่ตั้งนานว่ามันจะเซฟรูปได้ยังไง เวอร์ชันนี้มีเมนูแล้วครับ ดีใจจริงๆ (แต่เมนูเก่าตอนคลิกขวาก็ยังอยู่นะ คาดว่ารักษาฐานผู้ใช้เดิมๆ) การเรียงเมนูเรียงคล้ายๆ กับโปรแกรมวาดรูปทั่วไปอย่าง Photoshop ที่มีหมวด Layer, View, Image, Select, Filter แต่เมนูย่อยข้างในนั้นต่างกับ Photoshop เล็กน้อย อาจมีสลับที่กันบ้าง แต่ก็พอจะเดาๆ กันได้ สิ่งที่เมนูของ The Gimp ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า คือ Script-fu (เหมือนกับเป็น batch command ของ Photoshop เวลาทำงานอะไรซ้ำๆ ก็เขียนเป็นสคริปต์เพื่อความสะดวก)
อีกอันนึงที่ชอบมากๆ ใน The Gimp ตัวใหม่นี้คือ หน้าต่าง Open นี้มี Preview รูปให้ดูแล้ว (แต่ยังต้องคลิกทีนึงเพื่อสั่งให้ Preview อยู่) ทำให้สะดวกขึ้นมากเวลาเลือกรูปที่จะเปิดเยอะๆ ไม่ต้องเปิดโปรแกรมดูภาพอย่าง gThumb มาดูรูปก่อน ส่วนการทำงานแก้ไขรูปภาพทั่วๆ ไปนั้นก็ไม่แตกต่างอะไรกับ The Gimp ตัวเก่านัก แต่อินเทอร์เฟซที่พัฒนาขึ้นเยอะ ทำให้ทำงานเดิมๆ ได้สะดวกขึ้นมาก ไม่ต้องคอยสลับหน้าต่างไปมาวุ่นวาย สรุปว่า The Gimp 1.3 ตัวนี้ถูกใจผมมากทีเดียว หวังว่าคงจะออก 1.4 เร็วๆ นะครับ (หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.gimp.org)