‘โลกาภิวัตน์’ เหมือนกัน เราตาย
เป็นบทความเก่าปี 2548 โดยประชาไทถอดจากคำสัมมนาของ รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสร็จ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บอกได้เลยว่าบทความนี้ดีมากทั้งในแง่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และกลวิธีการเล่าเรื่อง อ. ณรงค์ใช้ภาษาเรียบง่าย และการยกตัวอย่างที่เห็นได้ในชีวิตจริง มาอธิบายปรากฎการณ์โลกาภิวัฒน์ (ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือ โลกาภิวัฒน์โดยโลกทุนนิยมตะวันตก) ได้อย่างชัดแจ้งมากๆ
โดยส่วนตัวยังไม่เคยเจอบทความทางเศรษฐศาสตร์ที่อธิบายได้เข้าใจง่ายขนาดนี้ ส่วนใหญ่มักอ้างทฤษฎีหรูหราเกินความเข้าใจชาวบ้าน แต่บทความนี้ต่างออกไป (ต้องออกตัวว่าผมไม่เห็นด้วยในทางเศรษฐศาสตร์หลายประเด็น แต่แค่กลวิธีการเล่าเรื่องก็ได้คะแนนเต็มจากผมแล้ว)
อย่างไรก็ตาม ต้องวิจารณ์ว่าฐานคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมของ อ. ณรงค์กลับเบามาก คืออิงอยู่บนแนวคิดที่ว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคือการไม่ทิ้งขยะ ไม่ตัดไม้ ไม่สร้างเขื่อน ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น มันซับซ้อนและมีลักษณะเป็น myth (คือพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจนว่าถูกหรือไม่) เหมือนกับเศรษฐศาสตร์นั่นล่ะ
ได้ไอเดียมาจาก คอมเมนต์ของคุณ zneb ในจดหมายข่าวของ Siam Intelligence ฉบับที่ 3 (หมายเหตุ: ผมไปเขียนจดหมายข่าวกับเขาด้วย คงไม่ต้องบอกว่าส่วนไหน)
ถ้าเราย้อนดูประวัติการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก (Wikipedia) ถ้าเอาเฉพาะเอเชีย (ซึ่งจริงๆ ก็คือประเทศกำลังพัฒนาไม่นับเม็กซิโกปี 1968)
จะเห็นว่าสล็อตเวลาห่างกันประมาณ 20 ปี และสำหรับเคสของญี่ปุ่น+เกาหลี ก็เป็นการจัดโอลิมปิกหลังประเทศฟื้นตัวจากสงคราม (สงครามโลกครั้งที่สองจบ 1945 สงครามเกาหลีจบ 1953) ถือเป็นการเปิดตัวประเทศยุคใหม่ต่อสังคมโลกแบบกลายๆ (แน่นอนว่าคงมีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น สหรัฐแบ็คอัพให้จัด แต่คงละไปในที่นี้) ส่วนจีนเราคงรู้กันดีว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจีนยุคใหม่ที่กำลังจะผงาด
คำถามคือถ้าเราใช้การจัดโอลิมปิกเป็นสัญญาณบ่งชี้ ประเทศกำลังพัฒนาประเทศถัดไปที่จะเป็นเจ้าภาพในอนาคต น่าจะเป็นประเทศอะไร?
ผมคิดว่าน่าจะเป็นอินเดีย ลองคุยกับผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งก็เห็นตรงกัน
ประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุดคงเป็นกลุ่ม BRIC รัสเซียนั้นเขาใหญ่มานานแล้ว (และเคยจัดไปแล้ว) คราวนี้้เป็นคิวของจีน ถ้าใช้ตรรกะนี้คิดก็เหลืออินเดียกับบราซิล
บราซิลจะเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2014 ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ คงไม่สามารถฟันธงว่ามันเทียบชั้นโอลิมปิกได้ขนาดไหนในแง่การทูต แต่เอาเป็นว่าขอเดาว่าอินเดียจัดโอลิมปิก 2020 หรือ 2024 ไว้อีก 12 ปีถ้าบล็อกนี้ยังอยู่มาดูกันอีกทีว่าแม่นแค่ไหน
ยังอยู่กับ The Independent เล่มเดิม ข่าวเล็กๆ อีกอันแต่น่าสนใจมาก
Regulator to force EU firms to halve price of roaming texts
คณะกรรมการด้านโทรคมนาคมของ European Commissioner (ที่มีเรื่องกับไมโครซอฟท์บ่อยๆ) เตรียมออกกฎให้บริษัทมือถือในยุโรป ลดราคาค่าส่ง SMS แบบโรมมิ่งลง จากเดิมข้อความละ 29 เซ็นต์ (เซ็นต์ของยูโร) หรือประมาณ 15-16 บาท ซึ่งแพงกว่าการส่ง SMS ภายในประเทศกันเองถึง 10 เท่า
ก่อนหน้านี้เมื่อสักปีที่แล้ว คณะกรรมการชุดเดียวกันเคยสั่งให้ลดค่าโทรแบบโรมมิ่งลงมารอบหนึ่งแล้ว และในข่าวให้ความเห็นว่าอันถัดไปคืออินเทอร์เน็ตผ่านโรมมิ่ง
แน่นอนว่าบริษัทมือถือต้องบ่น แต่ประธานของคณะกรรมการให้เหตุผลว่า
“EU citizens should be free to text across borders without being ripped off,”
การสร้าง “อภิรัฐ” (ไม่ว่าจะเป็น EU ที่เกิดขึ้นแล้วหรืออภิรัฐอาเซียนในฝันก็ตาม) มีปัจจัยต่างๆ มากมาย ข่าวนี้ชี้ให้เห็นปัจจัยเล็กๆ อันหนึ่งที่คนมักมองข้าม นั่นคือประชากรในอภิรัฐต้องสื่อสารกันได้สะดวก พูดกันบ่อยๆ เดี๋ยวก็สนิทกันเอง กำแพงภาษาอาจเปลี่ยนได้ยาก แต่กำแพงราคาที่แก้ไขได้ง่าย ก็ไม่ควรปล่อยไว้ให้บริษัทมือถือเป็นเสือนอนกินไปเปล่าๆ
ไม่มีข้อมูลว่ามือถือไทยโรมมิ่งไปสิงคโปร์แล้วส่ง SMS คิดกี่บาท รู้แต่ตอนไปศรีลังกา ค่าโทรนาทีละ 60 กว่า ซื้ออิริเดียมใช้ยังน่าจะถูกกว่าเลย
ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เป็นคนจีน
ทางซ้ายมือ มีผู้หญิงแก่ๆ ผมขาวแล้วสองคน กำลังนั่งคุยกัน
เลยออกไปอีก มีผู้หญิงมุสลิมสามคน ดูไม่ออกหรอกว่าชาติไหน รู้แค่มีผ้าคลุมหัว เหมารวมไว้ก่อนว่าเป็นอิสลาม
หันกลับมามองไปตรงหน้า ถัดจากคนจีนคนนั้นเป็นแขกอีกกลุ่ม มีลูกเล็กขนาดต้องนั่งเก้าอี้เด็ก
ผมใส่เสื้อประชาไทสีแดง เสียดายคำว่า ไท นั้นใช้ tai เลยไม่ชาตินิยมเท่าที่ควร เดินแล้วไม่ค่อยยืด
ดูหลากหลายดี ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และช่วงอายุ
แตกต่างไม่แตกแยกหรือเปล่า ผมไม่ทราบ
มีทัศนคติที่อันตรายหรือเปล่า ผมไม่รู้
ยากดีมีจนแค่ไหน ผมไม่สนใจ
ผมรู้แค่ว่าทุกคนในที่นั้นมีกิจกรรมร่วมกันเพียงหนึ่ง นั่นคือนั่งกินอาหารอเมริกัน หัวหอกทางสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมอเมริกัน อย่างเอร็ดอร่อย
i'm loving it
เมื่อเช้าไปซื้อของสดที่ Sainsbury’s ตั้งใจว่าเย็นนี้จะทำหมูสับผัดไข่เค็ม
เอื้อมมือไปหยิบต้นหอม ป้ายราคาเขียนบอกว่ามาจากเม็กซิโก วางปะปนกับต้นหอมแบบเดียวกันเป๊ะที่ปลูกในอังกฤษ ส่วนถาดข้างๆ เป็นต้นหอมออร์แกนิก มาจากเคนยา
แผนกผักมีบร็อคโคลีลดราคา ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง เลยซื้อเอามาเผื่อไว้ผัดกับกุ้งวันหลัง ตอนเอาเข้าตู้เย็น พลิกดูป้ายราคา ปลูกในสเปน
เย็นกลับมาบ้าน อยากกินกาแฟ ขวดโหลใส่กาแฟเก็บอยู่ในตู้กับข้าว มีขวดแยมวางกั้นไว้ ระหว่างล้วงเกิดเอะใจ กาแฟปลูกในอังกฤษ แยมแอปริคอตมาจากเบลเยียม
เข้ามาในห้อง ถอดรองเท้า รีบ็อคสีดำเหลือง เมดอินเวียดนาม (แต่ซื้อมาบุญครอง)
ผมพิมพ์ข้อความนี้ด้วย MacBook Air ถึงแม้ใต้เครื่องจะสลักข้อความว่า Designed by Apple in California แต่เพื่อความเป็นธรรมเราต้องไม่ลืมข้อความถัดไป Assembled in China
เรากำลังอยู่ในโลกที่เป็นหนึ่ง
ไม่ว่าชอบหรือไม่ โลกาภิวัฒน์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงและปฏิเสธไม่ได้ สิ่งที่ควรทำคืออยู่ร่วมกับมันอย่างชาญฉลาดและรู้ทัน
เรื่องที่น่าเศร้าคือเรายังเห็นวาทกรรม “ขายชาติ” ถูกนำมาใช้ปลุกระดมต่อต้านต่างชาติอยู่เรื่อยๆ ในสังคมไทย