History

ดาวแดงเหนือแผ่นดินจีน

ค่อยๆ อ่านเก็บเล็กผสมน้อย อ่านมานานพอสมควรจนสุดท้ายก็จบจนได้ มาบันทึกไว้สักหน่อย

Red Star Over China ดาวแดงเหนือแผ่นดินจีน

ดาวแดงเหนือแผ่นดินจีน หรือ Red Star Over China เป็นหนังสือสารคดีของ Edgar Snow นักข่าวอเมริกันที่เข้าไปในเขตโซเวียตทางตะวันตกเฉียงเหนือของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในปี 1936 ช่วงปลายของสงครามกลางเมืองจีนรอบแรก (ดูบล็อก History of China: Late Qing to People's Republic ประกอบ) เพื่อดูว่า "เขตโซเวียต" ของจีนฝ่ายแดงที่ถูกปิดล้อมจากฝ่ายขาว (รัฐบาลนานกิงของเจียงไคเช็ค) มีหน้าตาเป็นอย่างไร

1911

1911 หรือชื่อไทย "ใหญ่ผ่าใหญ่" (เกี่ยวอะไรกันเนี่ย) เป็นหนังเรื่องที่ 100 ของเฉินหลง เล่าเรื่องการปฏิวัติซินไฮ่ของจีนในปี 1911 ซึ่งทำลายระบบจักรพรรดิที่สืบทอดกันมานาน 2000 ปีลงได้

1911 Poster

หนังเดินเรื่องด้วยระบบพระเอกคู่ โดยกล่าวถึง 2 แกนนำของสมาคมปฏิวัติ "ถงเหมิงฮุ่ย" (Tongmenghui) คือ ซุนยัตเซ็น (แสดงโดย Winston Chao) ผู้นำของถงเหมิงฮุ่ย และ นายพลหวงซิง (Huang Xing แสดงโดยเฉินหลง) เบอร์สองขององค์กร ใช้วิธีเล่าเรื่องแบบตัดสลับเหตุการณ์ระหว่างกัน คือ ซุนยัตเซ็นเดินสายหาเงินจากคนจีนในต่างประเทศเพื่อมาทำการปฏิวัติ ล้มราชวงศ์ชิง ส่วนหวงซิงก็ก่อการลุกฮือตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศจีน

History of China: Late Qing to People's Republic

ช่วงนี้กำลังสนใจเรื่องประวัติศาสตร์จีนช่วงปลายราชวงศ์ชิง จนมาถึงการสร้างชาติในระบบสาธารณรัฐ และจบด้วยชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

หนังสือที่ผมอ่านอยู่คือ "ดาวแดงเหนือแผ่นดินจีน" หรือ Red Star Over China ของ Edgar Snow นักข่าวฝรั่งคนแรกที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์เหมา เจ๋อ ตุง ขณะกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า

ทีนี้ เหตุการณ์ปฏิวัติและสร้างชาติจีนยุคใหม่นั้นซับซ้อนมาก คือเอาแค่ระยะเวลาแบบ official ก็ยาวนานเกือบ 40 ปีแล้ว (นับจากปฏิวัติซินไห่ปี 1911 ถึงการประกาศตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949) ยังไม่รวมเหตุการณ์ก่อนหน้าและหลังจากนั้น

ส่วนตัวละครและฝักฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็มีมากมาย ตั้งแต่ฝ่ายราชวงศ์ชิง ฝ่ายขุนศึกของราชวงศ์ ฝ่ายขุนศึกหัวเมือง ฝ่ายปฏิวัติ ฝ่ายคอมมิวนิสต์ ฝ่ายจีนคณะชาติ ญี่ปุ่น สหรัฐ รัสเซีย ฯลฯ เยอะแยะไปหมด

ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจเรื่องราว บริบท สถานการณ์ในแต่ละช่วง ก็ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์จีนในยุคนั้นๆ ด้วย หลายวันที่ผ่านมาจึงใช้เวลาทำความเข้าใจเรื่องนี้อยู่นานพอสมควร

Keyword: 

Pali and Sanskrit

สมัยเด็กๆ ผม (และน่าจะคนอื่นๆ ด้วย) ก็รับทราบจากแบบเรียนว่าภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นภาษาที่ใช้ในสมัยของพระพุทธเจ้า โดยศาสนาพุทธใช้ภาษาบาลีที่เข้าถึงมวลชนมากกว่า และภาษาสันสกฤตมีตัวอักษรมากกว่าภาษาบาลี เช่น ฤ ฤา อะไรแบบนี้ (ต้องท่องไปสอบ)

พอโตขึ้นมาไม่ได้ประกอบอาชีพด้านภาษา และไม่ได้หาเรื่องไปค้นต่อ ความรู้เรื่องนี้ของผมหยุดอยู่แค่นั้น

พอมาอ่านหนังสือ ภารตวิทยา พบว่าผู้เขียน กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย อธิบายเรื่องนี้ไว้ละเอียด น่าสนใจมาก

Nationalism, Reinterpreted

ภารตวิทยา

หนังสือที่อ่านอยู่ตอนนี้คือ "ภารตวิทยา" ของกรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย ซึ่งอธิบายพื้นฐานของ "วัฒนธรรมอินเดีย" หลายเรื่องอย่างละเอียด

ประเด็นที่น่าสนใจมีก็มาก แต่ประเด็นที่ผมติดใจ (แต่ผู้เขียนไม่ได้เน้นไว้สักเท่าไร) คือกระบวนการนิยามความเป็นชาติ (defining the nation) ของอินเดียยุคอาณานิคม

ต้องย้อนความก่อนว่า "อินเดีย" เป็นชาติที่มีรากมาจากศาสนาพราหมณ์และพุทธ (ซึ่งถือเป็นสกูลใกล้เคียงกัน) แต่ภายหลังถูกปกครองโดยมุสลิมมายาวนาน และตามด้วยการปกครองของอังกฤษอีกเป็นร้อยปี ก่อนจะมีขบวนการฟื้นฟูความเป็น "อินเดีย" ในยุคสมัยของ Indian National Congress

Pages

Subscribe to RSS - History