Disclaimer: ด้วยความเคารพ ผมไม่รู้จักบริษัท Hitcha มาก่อน และไม่มีเจตนาจะทำลายชื่อเสียงแต่อย่างใด เขียนไปตามที่เห็น
เรื่องมีอยู่ว่าไปเห็นข่าวฝากชิ้นนี้ใน Blognone เข้า ถ้าดูจากหน้าแรกในบล็อค Press Release จะเห็นเฉพาะหัวข้อข่าวดังนี้
Hitcha & SIPA - ครั้งแรก!!กับการอบรม Java Technology ขั้นสูงประสบการณ์ที่ชาว IT ไม่ควรพลาด!!
รูปแบบการเขียนแบบนี้ ไม่ใช่คนในสายเทคนิคเขียนอย่างแน่นอน คงเป็นผลงานของฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือไม่ก็การตลาด
คำถามคือคนสายเทคนิคซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของข่าวชิ้นนี้ จะให้ความสนใจกับพาดหัวแบบนี้หรือเปล่า?
เนื่องจากนายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง (ข่าวไทยรัฐ)
ขอเชิญผู้อ่านบล็อกที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายเทพไท (ไม่ยอมรับการคิดต่าง, ดึงสถาบันกษัตริย์ลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง) ร่วมลงชื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไทและปชป. และปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ผมเคยเขียนบล็อกเรื่อง คนไอทีไม่เข้มแข็ง และผมคิดว่าการรวมตัวกันในประเด็นที่มีผลกระทบต่อสังคม แต่คนไอทีมักเพิกเฉยเพราะคิดว่าไม่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างกรณีนี้ เป็นก้าวแรกที่เล็กๆ แต่สำคัญ
ของแถม: ประชาไท: สำรวจความเป็นไป 29 เว็บ ที่ ปชป. บอกว่า “หมิ่น”
วันก่อนอ่านบล็อกของผู้ยิ่งใหญ่ 2 คนในโลก Web 2.0 คือ Tim O’Reilly (คนแจ้งเกิดคำว่า Web 2.0) และ Michael Arrington แห่ง TechCrunch (คนที่หากินกับคำว่า Web 2.0 ได้มากที่สุดในความคิดผม) เขียนบล็อกโต้กันเรื่อง Yahoo-Microsoft-Google และอนาคตของอินเทอร์เน็ต
อ่านแล้วอยากเขียนเรื่องนี้ลง Blognone แต่คิดไปคิดมารู้สึกว่าตัวเองยังตกผลึกทางความคิดไม่พอ ครั้นจะ dismiss เรื่องนี้ไปก็เสียดาย เขียนแบบย่อความอย่างเดียวลงบล็อกแทนละกัน เผื่อว่าอนาคตคิดออกแล้วจะได้กลับมาอ่านความคิดตัวเองอีกรอบ
พยายามนั่งอ่านเปเปอร์สำหรับ literature review เจอเปเปอร์อันหนึ่งใช้กรอบวิเคราะห์เรื่อง regulation (ภาษาไทยน่าจะแปลว่า การควบคุม?) ของ Lawrence Lessig ในหนังสือ Code and Other Laws of Cyberspace เลยมาจดไว้ก่อน
ผมพยายามจะอ่านหนังสือของ Lessig ทั้ง Code และ Free Culture มาหลายรอบแล้วแต่ไม่สำเร็จ นอกจากความขี้เกียจส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า Lessig ขี้โม้ไปหน่อย เกริ่นนานมากกว่าจะเข้าประเด็นสำคัญ ยังไม่มีอารมณ์ละเมียดละไมอยากอ่านทุกตัวอักษรขนาดนั้น พอมีคนมาสรุปให้เลยสบายไปหลาย
Lessig เสนอว่า การควบคุมพื้นที่หรือวัตถุใดๆ (เช่น ประเทศ หรืออินเทอร์เน็ต) จะสามารถทำได้ 4 วิธี
ข้อ 4 “code” เป็นประเด็นหลักของ Lessig โดยเขาเสนอว่าพื้นที่ในไซเบอร์สเปซนั้น law ที่เคยใช้ได้ในโลกจริง จะมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก (ดูจากกรณี YouTube ของพี่ไทยได้ ชัดเจนมากๆ) ดังนั้นสิ่งที่เข้ามาแทนคือ code หรือกฎเกณฑ์ทางคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่ง Lessig สร้างสโลแกนของเรื่องนี้ตรงไปตรงมาว่า “code is law”
ในเปเปอร์ใช้ตัวอย่างการใช้ regulator ทั้ง 4 แบบกับนักปล่อยสแปมรายหนึ่ง
ตัวอย่างอีกอันเสนอว่า ถ้าเอาโมเดลนี้ไปมองเรื่องการส่งเสริมประชาธิปไตยด้วยอินเทอร์เน็ต วิธีที่ 4 “code” คือ เทคนิคการเข้ารหัสลับ (encryption) ซึ่งจะช่วย NGO ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการ และในมุมกลับกัน การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต (filtering) จะช่วยให้รัฐบาลกดหัวฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายขึ้น (เช่น กรณีจีนกับทิเบต หรือฝ่าหลุนกง)
สำหรับผู้สนใจ เปเปอร์หาอ่านได้ที่นี่ (PDF) มาจาก Gatech
This is my quick and dirty chart to see the competition inside Thailand web industry. Data is gathered from TrueHits.net on 22 May 2008 and only top 100 sites ordered by Unique IP.
My rough summary
My remarks and suggestions