Movie

Liberal Arts

เคยเห็นมิตรสหายท่านหนึ่งแชร์คลิปมาใน Facebook ดูเทรลเลอร์แล้วน่าสนใจดี พอมาเจอมันฉายอยู่บนเครื่องบินก็เลยดูสักหน่อย (บนเครื่องบินไม่มีซับ หนังประวัติศาสตร์เครียดๆ พูดเยอะๆ เราไม่ดู)

เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์ครับ พระเอกเป็นหนุ่มอายุ 35 ทำงานแบบซังกะตายในนิวยอร์ก อยู่มาวันหนึ่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยโทรเรียกกลับไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุ (เพราะเป็นศิษย์เอก) พระเอกเลยดี๊ด๊าได้กลับไปสูดบรรยากาศ "สดใหม่ของนักศึกษาอีกรอบ" แต่เท่านั้นยังไม่พอ ไปเจอกับลูกสาวของเพื่อนอาจารย์อายุ 19 แถมโดนสาวเจ้าจีบซะงั้น!

Keyword: 

Rise of the Guardians

รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้จากโฆษณาใน MRT มีโอกาสก็ดูสักหน่อยครับ

เรื่องนี้จับเอา "ผู้พิทักษ์" หรือ guardian ตามตำนานหรือนิทานของฝรั่ง มาแต่งเป็นเรื่องใหม่ ให้ผู้พิทักษ์ร่วมทีมกันต่อสู้กับวายร้าย (แนวๆ The Avenger ภาคเทพนิยาย) โดยเนื้อเรื่องคือ guardian เดิม 4 ตน ต้องชวน guardian ใหม่ 1 ตน (Jack Frost เทพหิมะ) เพื่อไปต่อสู้กับเทพแห่งความมืดที่ต้องการมากินฝันของเด็กๆ ทั่วโลก

Keyword: 

Looper

ได้ยินเสียงร่ำลือเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มามาก พอมีโอกาสดูบนเครื่องบินก็เลยจัดเสียหน่อย พบว่าน่าผิดหวังมาก เกือบปิดทิ้งกลางเรื่องแต่สุดท้ายก็อดทนดูจนจบ

Looper เป็นหนังย้อนเวลาที่มี logic flaw ของเรื่องการย้อนเวลาเยอะมาก หลักการหนังไซไฟเรื่องย้อนเวลาจะมีตรรกะเรื่อง timeline ที่ค่อนข้างซับซ้อนและ challenge ได้ง่าย ซึ่งตรงนี้ Looper ทำได้แย่มาก (ว่ากันตามตรงแล้ว ดราก้อนบอลภาคทรังค์ยังสมจริงกว่ากันมาก ไม่ต้องพูดถึงงานไซไฟระดับคลาสสิคอีกหลายเรื่องเลย)

Keyword: 

Wreck-It Ralph

หนังอีกเรื่องที่ได้ดูบนเครื่องบินครับ เป็น animated feature หรือภาพยนตร์การ์ตูนประจำปีของ Disney ยุคเปลี่ยนมาเป็น 3D แล้ว (ไม่ใช่หนัง Pixar แต่มี Lasseter มานั่งเป็นโปรดิวเซอร์ให้)

Wreck-It Ralph เป็นการ์ตูนดิสนีย์ยุคใหม่ขนานแท้ ลืมเจ้าหญิงยุคคลาสสิคทิ้งไปได้เลย เพราะมันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมป๊อปเกี่ยวกับตู้เกม

Keyword: 

Live Free or Die Hard

วิถีชีวิตเปลี่ยนก็แทบไม่ได้ดูหนัง โอกาสที่จะได้ดูหนังแบบจะๆ ส่วนใหญ่จึงเป็นการดูบนเครื่องบิน (แม้ว่าจอจะเล็ก และมองไม่ค่อยเห็นในฉากที่มันมืดๆ ก็ตาม) ทริปนี้ได้มา 2 เรื่อง

Live Free or Die Hard หรือ Die Hard 4 เป็นหนังค่อนข้างเก่าแล้ว (ปี 2007) แถมผมได้ดูหลังจาก Die Hard 5 ฉายแล้วด้วยซ้ำ -_-''

พล็อตเรื่องทันสมัยดีครับ กล่าวถึงสงครามไซเบอร์ที่เน้นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ (แต่รอบนี้ตัวร้ายเป็นคนอเมริกันเอง) ไอเดียเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมสาธารณูปโภคทุกอย่างนำเสนอออกมาดี แม้ว่าหลายๆ อย่างมันจะโอเวอร์เกินจริงไปเยอะ (โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ตั้งแต่ฉากโรงไฟฟ้าเป็นต้นไป) แต่น่าจะช่วยสร้างภาพให้คนเข้าใจถึงภัยคุกคามลักษณะนี้ได้มากขึ้น

สรุปคือหนังสนุกตามแบบฉบับของ Die Hard ไอเดียการนำเสนอดี แม้ว่าความสมจริงจะน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับหนังแนวเดียวกันอย่างพวก 007 หรือ M:I ที่พล็อตแน่นกว่ากันมาก

Keyword: 

Pages

Subscribe to RSS - Movie