Narnia

Prince Caspian

ภาคต่อของ The Lion, the Witch and the Wardrobe เมื่อปี 2006

ความต่างสำคัญของการชมภาพยนตร์สองภาคนี้คือ ตอนผมดูภาคแรก ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน แต่พอมาภาคนี้ก็ซัดไปครบหมดแล้ว (เขียนถึงไว้ในเอนทรีเก่าๆ แท็ก Narnia ส่วนของภาคนี้โดยตรงอยู่ที่ เจ้าชายแคสเปี้ยน-ผจญภัยโพ้นทะเล) วิธีการตีความเลยต่างไปพอสมควร

เรื่องย่อแบบรวบรัดคือ สี่พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ถูกดูดเข้าไปในนาร์เนียอีกครั้ง ปรากฎว่าเวลาผ่านไปแล้ว 1300 ปี อาณาจักรนาร์เนียล่มสลายไปแล้ว โดยอาณาจักรมนุษย์อีกแห่งคือ Telmarine แต่ปรากฎว่า Telmarine เองก็มีความขัดแย้งภายใน เจ้าชายแคสเปี้ยน รัชทายาทต้องซมซานหนีออกมา เนื้อเรื่องที่เหลือก็ตามสูตรคือช่วยเจ้าชายชิงบัลลังก์คืน โดยมีกองทัพสัตว์ช่วยเหลือเหมือนเดิม

ตอนก่อนๆ: ตู้พิศวง-กำเนิดนาร์เนีย, เจ้าชายแคสเปี้ยน-ผจญภัยโพ้นทะเล, เก้าอี้เงิน

อาชากับเด็กชาย

  • สนุกมาก เหมือนกำลังอ่านอาหรับราตรี (เหมาะแก่การสร้างเป็นหนังอย่างยิ่ง)
  • เป็นเล่มเดียวที่ไม่มีคนจากโลกมนุษย์เข้าไปยุ่งเกี่ยว
  • นาร์เนียเปลี่ยนจาก "โลกเหนือจินตนาการ" (แดนสุขาวดี สัตว์พูดได้) มาเป็น "ดินแดนที่บังเอิญแปลก" ในโลกธรรมดา (เพราะคาร์โลเมนก็เปรียบเสมือนอาณาจักรธรรมดา)

อวสานการยุทธ์

  • ไม่สนุก เหมือนเขียนแบบมีเป้าอยู่แล้วว่าจะจบซีรีย์แบบปรัชญา มีรวมมิตรตัวละครตามสูตร (เหมือนดูดราก้อนบอล GT ตอนจบที่มี flashback ตั้งกะหงอคงเจอบูลม่า ประมาณนั้นเลย)
  • เทียบกับแนวคิดทางศาสนา ถ้า "กำเนิดนาร์เนีย" เป็นพระเจ้าสร้างโลกในหกวัน เรื่องนี้ก็ประมาณ "Judgement Day"
  • การวางบทให้คาร์โลเมนเป็นศัตรู ดูจะ racism จงใจมากไป

สรุปความชอบ
อาชากับเด็กชาย > ผจญภัยโพ้นทะเล > ตู้พิศวง > เจ้าชายแคสเปี้ยน > เก้าอี้เงิน > กำเนิดนาร์เนีย > อวสานการยุทธ์

2 ตอนก่อน: ตู้พิศวง-กำเนิดนาร์เนีย, เจ้าชายแคสเปี้ยน-ผจญภัยโพ้นทะเล

เก้าอี้เงิน

  • ตั้งชื่อแย่มาก เก้าอี้เงินโผล่ออกมาประมาณสองบรรทัด
  • นับเป็นลำดับที่ 4 ใน main timeline ของนาร์เนีย ถ้านับแบบ Star Wars อาจเรียกว่าเป็นจุดเริ่มของไตรภาคที่สอง
  • การดำเนินเรื่องใช้ได้ อาจจะไม่บรรเจิดเท่า "ผจญภัยโพ้นทะเล" แต่ก็ไม่แย่แบบ "กำเนิดนาร์เนีย" ให้คะแนนใกล้เคียงกับ "เจ้าชายแคสเปี้ยน"
  • ถึงแม้ภาคนี้จะเปลี่ยนตัวเอก แต่รู้สึกว่าเปลี่ยนแค่ไหนก็บุคลิกเหมือนกันหมด
  • จุดที่ก้าวหน้าเกินวรรณกรรมเด็กไปมาก คือไม่เฉลยปริศนา 3 ข้อแรกของอัสลาน
  • และไม่ยืนยันว่า the Lady of the Green Kirtle เป็นคนเดียวกับ the White Witch หรือเปล่า (คนเขียนตายไปนานแล้ว คนอ่านก็งงกันต่อไป)

เขียนถึงทีละสองเล่มละกัน (ตอนเก่า) จะพยายามสปอยล์ให้น้อย แต่มันก็สปอยล์อยู่ดี

เจ้าชายแคสเปี้ยน

  • ภาคต่อที่สมศักดิ์ศรี เนื้อเรื่องเหมาะกับการทำเป็นภาพยนตร์
  • ดีกว่า "กำเนิดนาร์เนีย" เยอะอยู่
  • ถึงจะชื่อ "เจ้าชายแคสเปี้ยน" แต่บทกลับเทไปฝั่งพี่น้องพีเวนซี่ซะเป็นส่วนมาก (แคสเปี้ยนเก็บไว้ใช้ภาคต่อไป)
  • ภาคนี้เป็นการขยายโลกของนาร์เนียให้ชัดเจนขึ้น จากนาร์เนียแบบฝันๆ ใน "ตู้พิศวง" เราก็ได้เห็นนาร์เนียที่ไม่ฝันเท่าเดิม แต่เป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

ผจญภัยโพ้นทะเล

  • อ่านแล้วนึกถึง Galaxy Express 999 เปลี่ยนจากดาวเป็นเกาะเท่านั้น แต่ละเกาะก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง หลุดโลกสุดๆ เหมือนกัน
  • และก็ยังนึกถึง Zelda: Wind Waker สงสัยเซลด้าได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องนี้เยอะ
  • ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องในเล่มนี้มาก ที่มีแผนที่เดินเรือให้เฉพาะครึ่งแรกของเรื่อง การเดินทางในครึ่งหลังที่เป็น "แดนเหนือจริง" ก็ไม่ควรจะมีแผนที่มาทำลายจินตนาการ
  • ผู้เขียนนำเสนอแนวคิดของ "สุดขอบโลก" ได้เนียนดี (ถ้ามองในแง่การเล่าเรื่องแบบฉบับนิยายเด็ก) อ่านแล้วนึกถึงแผ่นดิน Aman ที่พวกโฟรโดเดินทางไปในตอนจบของ Return of the King (แต่อยู่คนละทิศ สลับตะวันตก-ออกกัน)
  • ประโยคเด็ดของอัสลานในตอนท้ายๆ ส่งกลิ่นศาสนาแรงสุดยอด

ดูหนังไปเป็นปี เพิ่งจะได้อ่านหนังสือ ขอบคุณคนให้ยืมมา ณ ที่นี้ด้วย (หลังๆ ผมมีนโยบายไม่ซื้อหนังสือในกระแสเพราะยืมคนอื่นอ่านเอาได้นี่แหละ)

ถึงแม้ว่าหนังจะอลังการงานสร้างระดับเดียวกับ LotR แต่พอมาเป็นฉบับนิยายเรียกได้ว่าคนละเรื่องครับ Narnia เป็นวรรณกรรมเยาวชนสำหรับเด็ก เหมาะสำหรับพ่อแม่ใช้เล่าเป็นนิทานให้ลูกๆ ฟังก่อนนอน ดังนั้นความยาวและความซับซ้อนเทียบกับ LotR ที่โจ้ภาษาเอลฟ์ (แถมมีหลายสำเนียง) กันไม่ได้เลย ผมใช้เวลาเล่มละประมาณสองชั่วโมงก็อ่านจบแล้ว

ด้วยเหตุผลข้างต้นผมเลยซูฮกทีมงานสร้างหนังมากๆ ว่าสามารถถ่ายทอดนิยายออกมาได้ยอดเยี่ยม ทั้งที่ระบบ universe ของ Narnia นั้นไม่ได้บรรยายละเอียดเหมือนของ LotR แต่คุณภาพอยู่ในระดับเดียวกัน

อ่านไปแค่สองเล่มก็พบว่า Narnia มีกลิ่นศาสนาแรงมากๆ ใน The Lion, the Witch and the Wardrobe เปรียบการตายแล้วเกิดใหม่ของอัสลานเหมือนกับพระเยซูคริสต์ ส่วนใน The Magician's Nephew มันคือพระเจ้าสร้างโลกหกวันดีๆ นี่เอง

ผมยังสงสัยว่าถ้าสร้างหนังครบทุกภาคจริง The Magician's Nephew มันสั้นจะตาย จะออกมาเป็นยังไงหว่า

รออ่านเล่มต่อไป...