แคมเปญรณรงค์เล็กๆ ของผมเอง อึดอัดมานานกับคนกรุง (และคนพยายามจะเป็นกรุง) ที่คิดว่าพื้นที่ของตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
จะแปะไว้บนบล็อกค้างไว้แบบไม่มีกำหนด เผื่อมันจะช่วยผลักดันอะไรได้บ้าง
จากประชาไท รายงาน: “ทามาดะ โยชิฟูมิ” อภิปรายการเมืองไทยร่วมสมัยที่ ม.เชียงใหม่
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เชิญ ศาสตราจารย์ทามาดะ โยชิฟูมิ (TAMADA Yoshifumi) อาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการเมืองร่วมสมัยของไทย
คัดมาเฉพาะข้อความที่ผมเห็นว่าสำคัญ ถือเป็นการเรียนรู้ด้านรัฐศาสตร์ของตัวผมเองด้วย
คงไม่มีใครดังเท่าสมบัติ บุญงามอนงค์ ในตอนนี้

ประชาไท สัมภาษณ์สมบัติ บุญงามอนงค์: “ถ้าจะกรุณา ก็ควรจะจับผมในวันอาทิตย์ ผมจะดีใจมาก” คัดมาเฉพาะส่วนที่ผมสนใจคือประเด็นเรื่องชนชั้น
ประชาไท: อะไรตรงไหนที่บอกว่าคนชั้นกลางจะเข้าใจพันธมิตรฯ ได้มากกว่า
สมบัติ: เรื่องความสงบสุข มันเป็นแกนแท้ของชนชั้นนี้เลย เพราะเขาอยู่ในโครงสร้างทางสังคมที่เขาพอใจ นี่ไม่ใช่สงครามของเขา คนชั้นกลางได้เข้าร่วมต่อสู้แล้ว และได้ชัยชนะมาแล้วเมื่อปี 16 และ 35 และเขาได้ส่วนแบ่งทางอำนาจมาแล้ว มันก็เหลืออยู่กลุ่มสุดท้ายที่ยังไม่ได้ส่วนแบ่งอำนาจและกำลังขอแชร์อำนาจในเกมอำนาจนี้ทีนี้จิตสำนึกหรือรูปการสำนึกของคนชั้นกลางคือเขาไม่ได้เดือดร้อนอะไร เขาสามารถมีเสรีภาพ ดำรงอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน ยังไม่ถึงยุคข้าวยากหมากแพง จริงๆ ก็ถึงบ้างแล้ว ได้รับผลกระทบบ้างแล้ว แต่การที่คนเสื้อแดงมาอยู่ที่ราชประสงค์ กลายเป็นคนเสื้อแดงที่ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ การทำมาค้าขาย โดดมารับดาบพอดี มันก็ลงตัวมากเลย ก็เลยไปเป็นแบบนี้
ผมไม่เคยเรียนจิตวิทยาเลย แต่คิดว่าบทความ คนไม่เห็นผี ของเกษียร เตชะพีระ เป็นการวิเคราะห์ความคิดคนโดยดูจากพฤติกรรมที่แสดงออกได้เข้าท่าดี
ยกคำพูดมาเป็นส่วนๆ
1
การทำความสะอาดใหญ่จึงอาจสะท้อนบอกด้วยว่าเมืองอย่างกรุงเทพฯไม่อยากจำอะไร หรือในทางกลับกันอยากให้อะไรจบลง ความข้อนี้อาจช่วยให้เข้าใจนัยสำคัญของสติ๊กเกอร์เล็ก ๆ ระบุข้อความว่า “I saw dead people! 19 MAY 10” ซึ่งผู้ใช้ชื่อว่า “กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง” นำไปติดแถวราชประสงค์เมื่อเร็ว ๆ นี้ สติ๊กเกอร์ใบเล็ก ๆ ที่ดูไร้พิษสงมีส่วนทำให้คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานกลุ่มฯ ถูกคุมตัวไว้ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้คงไม่ใช่เพียงเพราะสติ๊กเกอร์หรือแถบผ้าแดงที่คุณสมบัติกับพวกนำไป พันรอบป้ายราชประสงค์ทำให้สถานที่สาธารณะดูสกปรกรกรุงรังหลังทำความสะอาด เสร็จมาหมาด ๆ เท่านั้น แต่น่าเป็นไปได้ว่ากิจกรรมดังกล่าวได้ไปรื้อฟื้นรบกวนระบบความทรงจำที่เพิ่ง สถาปนาขึ้นใหม่ของกรุงเทพมหา-นคร – ว่าอะไรบ้างที่ไม่ควรจำและควรลืมได้แล้ว อะไรบ้างที่ควรจบและไม่ควรเดินเรื่องต่อแล้ว – ด้วย
เป็นบทวิเคราะห์ของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ผมอ่านมาหลายวันแล้ว แต่เผอิญช่วงนี้ไม่มีเวลาขบคิดไตร่ตรองแบบละเอียดๆ เอามาแปะเป็นลิงก์ไว้ก่อน
นิธิ เอียวศรีวงศ์: เสื้อเหลืองเป็นใครและออกมาทำไม (ต้นฉบับจากมติชนออนไลน์)