ไม่มีสังคมใดที่ไม่มีชนชั้น! – แม้แต่สังคมไทย โดย 'เกษม เพ็ญภินันท์' (อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) กรุงเทพธุรกิจ ฉบับ 30 เมษายน 2553
พูดถึงประเด็นเดิมๆ ที่พูดกันมานานแล้ว แต่ยังก้าวข้ามไม่พ้นกันได้อย่างแหลมคมยิ่ง (โดยเฉพาะจุดที่ทำตัวหนาไว้)
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยได้สร้างผีตนหนึ่งขึ้นมาหลอกหลอนตัวเอง ผีตนนั้นก็คือ ผีทักษิณ ผีตนนี้ได้หลอกหลอนปรปักษ์ทางการเมืองของเขา ผู้อำนาจทางการเมืองในปัจจุบัน นายทุนเก่า คนชั้นกลางในเมือง มนุษย์เงินเดือน ข้าราชการ สื่อมวลชนและนักวิชาการที่ครั้งหนึ่งเคยวิพากษ์วิจารณ์และเชื่อว่าตนเองรู้ทันทักษิณ
ผีตนนี้ยังคงเวียนว่ายอยู่รอบๆ การเมืองไทย แม้ว่าตัวจริงเสียงจริงของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทย รวมทั้งยังไม่มีที่พำนักพักพิงอย่างถาวรในต่างประเทศอีกด้วย กระนั้นก็ตาม ความเป็นผีของผีตนนี้กลับเผยตัวตนผ่านแกนนำ นปช. และบรรดากลุ่มคนเสื้อแดง
ความคิดความเชื่อเช่นนี้ ทำให้ผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งอาจารย์เขียนด้วยที่เชื่อว่า แกนนำ นปช. ทั้งหมดล้วนเป็นตัวแทนของทักษิณในการเคลื่อนไหวทางการเมืองบนท้องถนน ในขณะที่บรรดา สส.ของพรรคเพื่อไทยคือผู้เคลื่อนไหวในเวทีรัฐสภา ฉะนั้น การชุมนุมทางการเมืองและข้อเรียกร้องต่างๆ ของบรรดากลุ่มคนเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทยจึงเป็นเพียงตัวแทนของทักษิณเท่านั้น
ผมไม่เคยปฏิเสธว่า บรรดาแกนนำ นปช. และพรรคเพื่อไทยนั้นมีสายสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร แต่ผมไม่คิดว่า สายสัมพันธ์และการเชื่อมโยงดังกล่าวจะเป็นเหตุผลที่บรรดากลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุม ณ บริเวณผ่านฟ้าและแยกราชประสงค์
ผมเพิ่งคุยกับมิตรสหายท่านหนึ่ง ที่บอกว่าตัวเอง "รู้ทันทักษิณ" เพราะอ่าน "รู้ทันทักษิณ" และแนะนำให้ผมไปอ่านบ้าง เลยสะทกสะท้อนใจเป็นพิเศษ
มีคนให้ยืมหนังสือเล่มใหม่ของทักษิณมาครับ ชื่อไทยคือ "คนไทย หายจน (เสียดายถูกปล้นเสียก่อน)" แปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ Tackling Poverty
นั่งดูสถิติของ Blognone ตามปกติ เพื่อความประหยัดเวลาก็ดูเฉพาะ 100 อันดับแรก กวาดสายตามองไปสุดขอบล่างของตารางก็เจอกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ผมตรวจ keyword มาก็หลายปี เจอแบบพิสดารมาก็มาก แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคำนี้ (แถมมีตั้ง 275 ครั้ง)
ยินดีด้วยกับคนที่สร้างประวัติศาสตร์!!!
ประชาไทสรุปเนื้อหาจากงาน “สลายการชุมนุมด้วยกำลัง : แก้ปัญหาหรือสร้างปัญหา” (24 เม.ย. 2552) คนพูดก็อย่างเช่น จาตุรนต์, ปลื้ม, ศิโรตม์, อชิรวิทย์ (อดีตรอง ผบ.ตร.) เป็นต้น ที่คุยกันก็มีหลายประเด็นที่น่าขบคิด
แต่ที่ผมสนใจมากๆ ก็คือ ข้อเสนอของยุกติ มุกดาวิจิตร (อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ที่บอกว่า ต้องแยกคิดทักษิณเป็น 2 ทักษิณ
นอกจากนี้ อีกประเด็นที่คนมองข้ามไปคือเรื่องอุดมการณ์ หลายคนถามว่าคนเสื้อแดงมีอุดมการณ์ไหม สู้เพื่อทักษิณ รักทักษิณ เป็นภาษาอุดมการณ์ไหม ผมจะตอบว่าใช่ ทั้งนี้ เราต้องแยกระหว่างทักษิณที่เป็นตัวบุคคลกับทักษิณที่เป็นอุดมการณ์ทางการเมือง
ทักษิณที่เป็นตัวบุคคลเขาอาจเป็นคนคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเราถามไปว่าเรานิยมทักษิณ เรารักตรงไหนของทักษิณ สิ่งที่ต้องมองไปให้ไกลกว่านั้น คือต้องมองว่าเขารักอะไร เช่น ไปถามคนขับแท็กซี่ ก็อาจจะบอกว่ามีแท็กซี่ขับก็เพราะทักษิณ ไปถามคนที่มีงานทำแต่เจ็บป่วยก็อาจบอกว่าได้รักษาเพราะทักษิณ
ทักษิณเป็นตัวบุคคล แต่มันมีทักษิณที่เป็นอุดมการณ์ แล้วถามว่าถ้ามีทักษิณมาเดินตัวเปล่าๆ เอาไหม ไม่เอา ทักษิณมีชุมชนทางการเมืองที่นิยมชมชอบอุดมการณ์แบบทักษิณ สิ่งที่เราไม่เห็น สิ่งที่คนทั่วไปปรามาสมองไม่เห็น คือมองไม่เห็นทักษิณที่เป็นชุมชนทางการเมืองที่ยึดมั่นอุดมการณ์ของทักษิณ ชินวัตรได้
การ "แยกร่าง" ทักษิณแบบนี้ น่าจะพออธิบายพฤติกรรมหลายๆ อย่าง ของกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณได้บ้าง ตัวอย่างเช่น อาจจะเป็นเพราะฐานของคนเสื้อแดงนั้นโหยหาอุดมการณ์ที่เป็น original ของตัวเองมานาน แต่เพิ่งมาเจอกับ "อุดมการณ์ทักษิณ" ที่โดนใจอย่างมาก อะไรแบบนี้ก็ได้