Thought

มุมมอง

ไม่แน่ใจว่าเคยเขียนไปแล้วหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าวิธีการล็อกอินบนมือถือ เป็นอะไรที่ยุ่งยากสุดๆ (โดยเฉพาะคนที่ตั้งรหัสยากๆ ต้องกดเปลี่ยนโหมดคีย์บอร์ดไปมา) และเราน่าจะใช้คุณลักษณะเฉพาะของมือถือที่ต่างออกไปจากพีซี คิดวิธีล็อกอินแบบใหม่ๆ ที่สะดวกขึ้น แต่ยังปลอดภัยเท่าเดิม (หรือปลอดภัยกว่าเดิม?)

คิดแบบง่ายๆ เร็วๆ

  • fingerprint reader ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้มเหลวบนโน้ตบุ๊ก (มันไม่ช่วยทำอะไรยกเว้นไฟดูด) น่าจะใช้กับมือถือได้ดี
  • หรือระบบ master password คือให้เบราว์เซอร์จำรหัสผ่านจริงที่ใช้กับเว็บไว้ แล้วป้อนรหัสที่กดง่ายๆ บนมือถือเมื่อต้องการล็อกอิน (เช่น การลากนิ้วแบบของ Android) ก็น่าจะเป็นโซลูชันที่ practical ไม่น้อย

คิดแบบยากๆ มันคงมีอีกเยอะ (เช่น voice recognition ก็น่าจะใช้ได้ในบางกรณี)

น่าดีใจที่เห็นข่าวนี้ Facebook’s “Platmobile” Team Working On Eliminating Mobile Password Entry หวังว่าคงเห็นผลงานออกมาในเร็ววัน

อันนี้เป็นข้อสังเกตของผมเอง หลังจากลองเล่นซอฟต์แวร์ Media Center จำพวก Boxee

คือปกติเวลาเราดูทีวี (ซึ่งเป็นวิดีโอหรือวิดีทัศน์ชนิดหนึ่ง) เราจะเปิด ช่อง ใดช่องหนึ่งให้เล่นไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นเราจะดู คลิป ที่เล่นต่อกันเป็น sequential คลิปส่วนมากไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ดังนั้นผู้จัดรายการทีวีต้องมีวิธี "เรียงร้อย" คลิปเหล่านี้ให้ต่อเนื่องกันไป ตัวอย่างเช่น

  • การจัดผังโปรแกรม หรือการสร้างวัฒนธรรมบางอย่างให้คนดูคาดหวัง เช่น หลังข่าวทั่วไป ต้องมีข่าวกีฬา
  • แทรกคลิปคั่นระหว่างรายการ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ช่อง 7 จะเอาดาราใหม่มาแนะนำรายการถัดไปแบบสั้นๆ
  • ให้พิธีกรเป็นฝ่าย "บอก" ผู้ชมว่าต่อไปจะเจอกับอะไร เช่น คุณสรยุทธอาจพูดว่า "หลังเคารพธงชาติ เดี๋ยวมาเจอกับคุณเอกราช" เป็นต้น
  • ตัววิ่ง หรือแทรกคลิปแสดงผังรายการ อันนี้เป็น non-voice แต่ก็ถือเป็นการเรียงร้อยแบบหนึ่ง
  • โฆษณารายการ จะช่วยดึงดูดให้ผู้ชมติดตามคลิปจำเพาะใดคลิปหนึ่ง บนเส้นเวลาใน stream ได้ง่ายขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นศาสตร์ที่ทำให้การดู stream ของวิดีโอแบบ sequential เป็นไปได้อย่างราบรื่น เข้าใจง่ายต่อผู้ชม ไม่รู้ใช้ศัพท์ถูกตามหลักวิชาหรือเปล่า แต่ผมขอเรียกมันว่าเป็น "narrative video watching" โปรดสังเกตว่าการ "เรียงร้อย" คลิปวิดีโอ เกือบทุกเทคนิคก็เป็น "คลิป" เช่นกัน

ทีนี้พอมาเป็นวิดีโอบนอินเทอร์เน็ต มันต่างออกไป เพราะความเป็น sequential มันหายไป เราดูคลิปแยกเป็นชิ้นๆ ที่ไม่ต่อเนื่องกัน และเรา "เลือก" จะดูคลิปใดๆ ด้วยปัจจัยที่อยู่นอก stream เช่น ข้อความที่เป็น textual ตามบล็อก, ข้อความประกอบลิงก์ใน Facebook/Twitter หรือการให้ดาวบน YouTube

โปรดสังเกตว่ามันไม่มี "การเรียงร้อย" แบบเดิม และการประชาสัมพันธ์ให้คนมาดูคลิปใดคลิปหนึ่ง ไม่ได้ทำผ่านสื่อวิดีโอ (เราแทบไม่เห็น "วิดีโอแนะนำวิดีโออื่น" ใน YouTube) แต่เป็นสื่อประกอบอื่นๆ ที่เป็น context รายรอบ ผมขอเรียกมันว่า "non-narrative video watching"

คำถามคือ พอทีวีกับอินเทอร์เน็ตมาบรรจบกัน เราสามารถเอาคลิปใน YouTube มาเล่นต่อกันไปเรื่อยๆ ให้มันดูรู้เรื่องแบบทีวีได้หรือไม่ (ซึ่งเป็นฟีเจอร์ playlist ขั้นพื้นฐานของโปรแกรมดูวิดีโอออนไลน์)

ถ้าไม่ คำถามถัดไปคือ เราจะมีวิธี "เรียงร้อย" คลิปวิดีโอบนหน้าจอทีวี (ซึ่งมีระบบ input จำกัดกว่าคอมพิวเตอร์พีซี) ได้อย่างไร? การ search และให้ดาวแบบ YouTube ในปัจจุบัน ไม่น่าจะเพียงพอ มันควรจะต้องมีกลไกการ recommend และต่อเรื่องที่มันก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่

อันนี้ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน ได้แค่นี้

ยอดขายพีซีไตรมาสแรกของปี 2010 ตัวเลขจาก Gartner

น่าสนใจว่า 5 อันดับแรก หันมาทำมือถือกันหมดแล้ว

จะเขียนเรื่องนี้หลายวันแล้ว เพราะค้นประวัติการออกรุ่นของ Android เตรียมไว้รอ ปรากฎว่าไปเจอ xtimeline เลยเล่นจนลืม

ประเด็นมีอยู่ว่า ผมไปนั่งพินิจ cycle ของแพลตฟอร์มมือถือในช่วง 2-3 ปีมานี้

  • ปี 2008 iPhone 3G ออกพร้อม iOS 2.0 ไม่มีคู่แข่งใดๆ มาทาบรัศมีได้สักนิด
  • ปี 2009 iPhone 3GS ออกเดือนมิถุนายน ครองแชมป์ได้นานครึ่งปี มาเจอ Verizon + Droid ตีเละเทะในเดือนพฤศจิกายน
  • ปี 2010 iPhone 4 ออกเดือนมิถุนายน เดือนถัดมาต้องเจอกับ Droid X ที่ทัดเทียมกัน และอย่าลืมว่า Samsung Galaxy S ในเอเชียน่ะ ออกก่อน iPhone 4 มีทั้งจอเทพ กล้องเทพ และกล้องหน้า

เราเห็นแพทเทิร์นอะไรในนี้หรือไม่?

ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า Facebook/Twitter กลายเป็น de facto ของการสื่อสารบนโลกออนไลน์ไปแล้ว โดยเฉพาะการสื่อสารแบบสาธารณะ ที่ข้อมูลเปิดเผยต่อคนทั่วไป (เช่น สนทนาทั่วไป โพสต์ลิงก์ แท็กรูป ทำควิซ)

แต่ถ้ามีเหตุอันต้องสนทนาแบบปิดลับ สิ่งที่ผมทำกลับเป็น dm หรือส่ง private message ไปขออีเมลจากคู่สนทนา แล้วคุยทางเมลง่ายกว่า

ง่ายกว่าทั้งในแง่การ reply, การตาม thread, การแนบไฟล์, การคุยเป็นกลุ่ม ฯลฯ

ผมโคตรเซ็งทุกครั้งเวลามีคน dm มาคุยเรื่องกิจธุระ เพราะมันตอบ dm ยาก (ยากกว่า "reply แบบปกติ" มาก)

ถ้า Facebook/Twitter ฝันจะยึดครองโลก สิ่งแรกที่ต้องทำคือทำลายอีเมลทิ้ง คือให้คนรู้สึกว่า "ไม่จำเป็นต้องใช้อีเมลอีกต่อไป" (ซึ่งเป็นสิ่งที่ Cheryl Sandberg เพิ่งจะพูดไว้) ทำยังไงก็ได้ให้การสนทนาอยู่ในกำแพงของ Facebook/Twitter ไม่ต้องออกมาข้างนอก (จากนั้นค่อย monopolize มัน ฮ่าๆ)

ดังนั้นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งก็คือ Facebook Mail ว่าจะออกมาหน้าตาอย่างไร (ฝั่ง Twitter ยังไม่มีความเคลื่อนไหว)