Twitter

One Hundred Retweets

อีกหนึ่ง milestone achievement ของ Blognone สามารถแตะหลัก 100 ของทั้ง RT และ Facebook Share ด้วย (เสียดายยังไม่ได้ทำ Facebook Like เพราะผมขี้เกียจเอง)

เกียรติยศจากความสำเร็จครั้งนี้ขอมอบให้แอปเปิลครับ

Problem of Facebook and Twitter: Private Messaging

ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า Facebook/Twitter กลายเป็น de facto ของการสื่อสารบนโลกออนไลน์ไปแล้ว โดยเฉพาะการสื่อสารแบบสาธารณะ ที่ข้อมูลเปิดเผยต่อคนทั่วไป (เช่น สนทนาทั่วไป โพสต์ลิงก์ แท็กรูป ทำควิซ)

แต่ถ้ามีเหตุอันต้องสนทนาแบบปิดลับ สิ่งที่ผมทำกลับเป็น dm หรือส่ง private message ไปขออีเมลจากคู่สนทนา แล้วคุยทางเมลง่ายกว่า

ง่ายกว่าทั้งในแง่การ reply, การตาม thread, การแนบไฟล์, การคุยเป็นกลุ่ม ฯลฯ

ผมโคตรเซ็งทุกครั้งเวลามีคน dm มาคุยเรื่องกิจธุระ เพราะมันตอบ dm ยาก (ยากกว่า "reply แบบปกติ" มาก)

4.12 Degrees of Separation

MIT Technology Review has an article about Korean researchers who run an experiment on Twitter interconnection.

The original idea behind this experiment is six degrees of separation. The hypothesis is "more than six" degrees since most of relationships between Twitterers are one-way (you follow me, I don't follow you).

But the actual result is surprising. Twitter people are separated by only 4.12 degrees.

Seesmic Web: Perfect Twitter Client

ผมเคยเขียนถึง Seesmic for Windows ไปว่า เป็น desktop Twitter client ที่ดีตรงสวย และเป็น native ต่างจากพวก client ดังๆ ที่อยู่บน Adobe AIR ซึ่งมีปัญหาเรื่องฟอนต์มันไม่สวย

หลอกคนมาใช้ได้พอสมควร (อย่างน้อยก็ Freeware.in.th) อิอิ) แต่สุดท้ายแล้ว ผมพบว่า Seesmic for Windows ไม่เวิร์คครับ

ไม่เวิร์คตรงไหน? ตรงมันเริ่มทำงานช้ามาก ต้องรอเช็คอัพเดตจากเซิร์ฟเวอร์ก่อน (ไม่ใช่เกมออนไลน์นะเฟ้ย) จะให้เปิดค้างไว้ก็รู้สึกว่าเปลืองแรม ไม่คุ้ม จะให้เปิดตอนต้องการใช้งาน กว่าจะโหลด timeline เสร็จก็หายอยากไปเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้ client ตัวใหม่ที่ดีกว่าเดิมแล้ว ของค่ายเดียวกัน Seesmic แต่เป็น Seesmic Web

Keyword: 

Type of Information in Lifestream

บล็อกตอนนี้จะต่อเนื่องกับ Notification Console, Race for Social Network Aggregator และ Where is the Comment?

เรื่องคือ ทุกวันนี้เราบริโภคข้อมูลกันมากมาย จากเดิมที่มีแต่เมล ก็มาเป็น IM ตามมาด้วย SMS, RSS แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่การมาถึงของ Facebook/Twitter แค่ตามอ่านอัพเดตทีก็แทบอ้วก อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมปิด Google Buzz ทิ้งไปแล้ว

คอนเซปต์ของ "กระแสข้อมูล" ที่ไหลผ่านเราไปทุกวัน มีคนเรียกมันในชื่อ Lifestream หรือ Activity Stream หรือ Friend Stream (ผมชอบ Lifestream มากกว่าเพราะมันเหมือนใน FFVII)

Pages

Subscribe to RSS - Twitter