แม้ว่า HTML5 จะถูกผลักดันหรือส่งเสริมแค่ไหน แต่บางกรณีมันยังสู้เจ้าตลาดเดิมอย่าง Flash ไม่ได้จริงๆ (ซึ่งเป็นประเด็นที่เจ้าใหญ่อย่าง Hulu และ YouTube เห็นตรงกัน)
ที่ชัดเจนคือ <video> ยังขาด common UI สำหรับฟีเจอร์ที่มีใน Flash ลองดูตัวอย่างของวิดีโอ Firefox 4 Beta 1 UI Changes
จากภาพ
อย่างที่ประกาศไปแล้วใน Blognone Widget for Android ว่าผมตั้งใจจะทำ mobile app เต็มรูปแบบสำหรับ Blognone บน Android
ปัญหาก็คือผมไม่รู้ว่า mobile app ที่ดีควรมีอะไรบ้าง (เพราะทุกคนเพิ่งข้ามเรดไลน์เข้าสู่ "โลกใหม่" ด้วยกันทั้งนั้น) แต่ทางแก้ก็ไม่ยากนัก นั่นคือ เรียนรู้จากผู้มาก่อนทั้งหลาย ว่าอะไรเวิร์ค อะไรไม่เวิร์ค
ผู้มาก่อนที่ใกล้เคียงกับเรามากที่สุด ไม่มีใครดีไปกว่า Engadget for Android
อ่าน Editorial: 10 outdated elements of desktop operating systems ที่ Engadget ดีมาก พูดถึงปัญหาของ "การใช้คอมพิวเตอร์" ในแง่มุมต่างๆ ตั้งแต่การจัดการหน้าต่าง ไปจนถึงความยากในการดูสเปกว่าเล่นเกม xyz ได้หรือไม่
ท้ายบทความยังแนะนำวิดีโอ 10/GUI คอนเซปต์ของคอมพิวเตอร์ยุคหน้า
ผมดูแล้วเห็นด้วยทุกอย่าง ยกเว้นปัญหาในการจัดการ working space จำนวนมากๆ ซึ่งยังไม่ค่อยต่างจากการจัดการ browser tab ในปัจจุบันสักเท่าไร (ซึ่งยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ถ้าเจอ 15-20 แท็บขึ้นไป)
สรุปว่ามันเจ๋งมากๆ แนะนำอย่างยิ่ง ทั้งบทความและวิดีโอ
ต่อจากตอน How to Merge Ubuntu's Gnome Panels into One ผมก็ยังพยายามหาทางเพิ่มพื้นที่แสดงผลต่อไป
อย่างที่เขียนไปแล้วว่า ผมฝึกตัวเองให้ท่องเว็บโดยที่ต้องมี
สรุปว่าสองอันนี้ยังไงก็เอาออกไม่ได้ ส่วน Navigation Bar นั้นขาดไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นออปเจคต์บนหน้าจอที่เหลือก็คือ
ปัญหายอดนิยมของคนใช้โน้ตบุ๊กจอกว้าง (ซึ่งสมัยนี้ทุกเครื่องก็เป็นจอกว้างกันหมดแล้ว) รวมถึงเน็ตบุ๊กทั้งหลาย คือความสูงของหน้าจอจะน้อยผิดปกติ แต่ทว่าเรายังใช้ interface ที่ออกแบบมาในยุคจอ 4:3 อยู่ นั่นแปลว่ามันจะมี bar มากมาย ไม่ว่าจะเป็น menubar, toolbar, titlebar, statusbar, bookmark bar ฯลฯ ที่มาแย่ง "พื้นที่แนวตั้ง" ที่มีน้อยอยู่แล้วของเราไปอีก
ปกติเวลาผมใช้ Firefox บน Ubuntu บนโน้ตบุ๊ก จะลง Personal Menu เพื่อเอา menubar ออกไป ลดมันลงเหลือแค่ปุ่มใน bookmark bar แต่ส่วนอื่นนั้นลดอีกไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะมันติดนิสัย ไม่ว่าจะเป็น bookmark bar ที่ต้องมีอยู่เสมอ (เพราะบางทีมือเราไม่อยู่ที่คีย์บอร์ด) และ status bar ที่เอาไว้ดู URL ก่อนคลิก และสร้างความมั่นใจว่าเบราว์เซอร์ของเรายังโหลดอยู่ (สิ่งแรกที่ผมทำถ้าต้องใช้ Safari คือเปิด status bar กลับมาคืน)
ด้วยนิสัยติดตัวข้างต้น ทำให้ไม่สามารถขยายพื้นที่แสดงเนื้อหาจริงได้มากเท่าที่ควร แต่ในอีกทาง ความหงุดหงิดใจในการท่องเว็บก็สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้ ผมก็ตัดสินใจตัด "ส่วนที่พอตัดได้" ออกไปจากหน้าจออีกชิ้นหนึ่ง นั่นคือ panel ของ GNOME นั่นเอง